เก๋ากี้ (๑๘ กันยายน ๒๕๕๒)

เก๋ากี้

          เก๋ากี้ เป็นคำยืมจากภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นชื่อต้นไม้ ขึ้นได้ดีบนภูเขาหรือตามไหล่เขา ปลูกได้ทุกภูมิภาคของประเทศจีน ชอบอากาศเย็น ใบอ่อนกินเป็นผัก ผลเล็กสีแดงแสด มีรสหวานกลมกล่อม นิยมกินสดๆ หรืออบแห้งกินเป็นของว่าง หรือใส่ในอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งใส่ในแกงจืด. เก๋ากี้ มีสรรพคุณทางยา กล่าวกันว่า เป็นพืชสมุนไพรที่คนทั่วโลกนิยมกินกันมากที่สุด เก๋ากี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือด หัวใจ ตับ และไต เมื่อกินเป็นประจำจะช่วยให้สายตาดี ร่างกายกระฉับกระเฉง สดชื่น อารมณ์ดี จนมีคำกล่าวว่า ผู้ใดได้กินเก๋ากี้เพียงหยิบมือหนึ่งในแต่ละวัน ผู้นั้นก็จะมีความสุขจนยิ้มได้ทั้งวัน นอกจากนี้เก๋ากี้ยังมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานโรค และช่วยชะลอความแก่ จึงมีผู้นิยมนำมาปรุงเป็นยาอายุวัฒนะ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ลำโพง (๒๘ กันยายน ๒๕๕๒)

ลำโพง

          ลำโพง เป็นชื่อไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง และเป็นชื่ออุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนที่ใช้กระจายเสียงออกมาจากเครื่องขยายเสียง  เพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าดังกล่าวมีลักษณะปากบานเหมือนดอกของต้นลำโพง ปัจจุบันอาจมีรูปเปลี่ยนไปบ้าง

          คำว่า ลำโพง ใช้ประสมกับคำอื่น ได้เป็นคำประสมว่า บ้าลำโพงและปากลำโพง. บ้าลำโพง หมายความว่า แสดงอาการเมาและขาดสติเหมือนกับว่ากินเมล็ดลำโพงซึ่งกินแล้วจะเมา มีอาการผิดปรกติคือซึมหรือพูดพล่าม. ปากลำโพง หมายความว่า ชอบโพนทะนาหรือเปิดเผยเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตนรู้มา เหมือนว่ามีปากเป็นเครื่องกระจายเสียง.

          นอกจากนี้ยังมีคำว่า หัวลำโพง ซึ่งเป็นชื่อสถานีรถไฟในกรุงเทพมหานคร  ชื่อนี้รัชกาลที่ ๕ มีพระราชกระแสว่า “…คำที่เรียกตำบลนี้ว่าหัวลำโพงนั้น เป็นชื่อของตำบลนั้นมาแต่ก่อน ภายหลังมีผู้เรียกใช้เป็นวัวลำพองนั้นหาถูกไม่ คงจะเป็นเพราะเอามาจากคำที่ฝรั่งเรียกไม่ชัด”

          หัวลำโพงน่าจะเป็นบริเวณที่มีต้นลำโพงขึ้นอยู่มากในสมัยก่อน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คำนำหน้านาม (๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒)

คำนำหน้านาม

          คำนำหน้านาม  หมายถึง  คำที่ใช้นำหน้าชื่อของบุคคล บางคำเป็นคำตามกฎหมาย เช่น เด็กหญิง เด็กชาย นาย นาง นางสาว  ซึ่งมีบันทึกอยู่ในทะเบียนราษฎรหรือภาษาปากว่าทะเบียนราษฎร์ เพื่อบอกให้ทราบว่าบุคคลผู้นั้นเป็นหญิงหรือชาย มีสถานภาพเป็นเด็กหรือพ้นวัยเด็กแล้ว. คำนำหน้านามที่เป็นยศทหารตำรวจจัดเป็นคำนำหน้านามตามกฎหมายด้วย. คำนำหน้านามอีกประเภทหนึ่ง เป็นคำที่ใช้เพื่อแสดง ตำแหน่ง อาชีพ  หรือ สถานภาพที่ดำรงอยู่ เช่น นายกฯ ส.ว.  ส.ส.  อธิบดี  หัวหน้า  นายแพทย์ (หมอ)  อาจารย์  ครู   ช่าง  ตา  ยาย  พี่  ลุง น้า น้อง หนู  ครูฝึก  โค้ช  นักโทษชาย  นักโทษหญิง.  นอกจากนี้ยังมีคำนำหน้านามที่จัดเป็นคำสุภาพทั่วไป เช่น ท่าน  คุณ  ซึ่งไม่ได้บ่งว่าใช้กับ ผู้มีตำแหน่ง อาชีพ เพศ วัย หรือสถานภาพเช่นไร. ในวัฒนธรรมไทยถือว่า การเรียกชื่อผู้ใดต้องมีคำนำหน้านาม ยกเว้นเรียกผู้ที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน  มีสถานภาพเท่าเทียมกัน หรือต่ำกว่าก็อาจเรียกชื่อโดยไม่มีคำนำหน้านามได้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

โครงสร้าง (๑๗ กันยายน ๒๕๕๒)

โครงสร้าง

          คำว่า โครงสร้าง  เป็นคำประสมประกอบด้วย คำว่า โครง  ซึ่งหมายถึง  ร่างของสิ่งต่าง ๆ ที่คุมกันอยู่เป็นรูป  กับคำว่า สร้าง หมายถึง ทำให้มีขึ้น. โครงสร้าง หมายถึง  ร่างของสิ่งใด ๆ ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญที่สัมพันธ์กันหรือยึดเหนี่ยวกันให้สิ่งนั้นมีรูปมีร่างขึ้นมา  ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรม  ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนมีโครงสร้างทั้งสิ้น  เช่น โครงสร้างของบ้านประกอบด้วยส่วนสำคัญ เช่น เสา  ผนัง  คาน หลังคา.  นักบินต้องมีความรู้เรื่องโครงสร้างของเครื่องบิน. ถ้าจะปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงาน ต้องปรับปรุงทั้งระบบการบริหารและกฎระเบียบต่าง ๆ.   โครงสร้างของประโยคประกอบด้วยนามวลีและกริยาวลี.  โครงสร้างของความรู้ประกอบด้วยมโนทัศน์  หลักการ  สมมติฐาน  กฎ  และทฤษฎี เป็นต้น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กรรม (๖ กันยายน ๒๕๕๒)

กรรม

          กรรม มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า กรฺมนฺ (กัร-มัน). กรรม หมายถึง กิจ การงาน การกระทำ เช่น คดีนี้ผู้กระทำความผิดได้กระทำต่างกรรมต่างวาระกัน. คนส่วนใหญ่มักใช้ในความหมายว่า บาป เคราะห์ เช่น ฉันเป็นคนมีกรรม. เป็นกรรมของฉันที่ต้องมานอนป่วยอย่างนี้. นอกจากนี้คำว่า กรรม ยังหมายถึงการกระทำที่ส่งผลร้ายมายังปัจจุบันหรือในอนาคต เช่น คนฉ้อราษฎร์บังหลวง มิช้ามินานกรรมก็จะตามทัน

          ตามหลักพระพุทธศาสนา เมื่อทำกรรมใดก็ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น เรียกว่า กฎแห่งกรรม ผู้ที่ทำกรรมดีก็ย่อมได้รับผลดี ผู้ที่ทำกรรมชั่วก็ย่อมได้รับผลชั่ว เหมือนคนปลูกข้าวย่อมได้ข้าว ปลูกมะม่วงก็ย่อมได้ผลมะม่วง ฉันใดก็ฉันนั้น คนที่ทำกรรมดีช่วยเหลือผู้อื่น ก็จะมีผู้อื่นคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ คนที่คิดร้ายต่อประเทศ ก็จะต้องรับกรรมไม่มีวันที่จะมีความสุข.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คำลงท้าย (๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๒)

คำลงท้าย

          คำลงท้าย หมายถึงคำที่กำหนดให้ใช้ท้ายบทร้อยกรองบางชนิด เช่น คำลงท้ายกลอนบทดอกสร้อย  และบทสักวา ต้องใช้คำว่า เอย. เมื่อแต่งบทดอกสร้อยหรือบทสักวา ถ้าไม่ลงท้ายด้วยคำว่า เอย ก็ถือว่า แต่งผิดฉันทลักษณ์. คำลงท้ายที่ใช้มากอีกกลุ่มหนึ่ง คือ คำลงท้ายในคำกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ถ้ากราบบังคมทูลด้วยวาจา  ให้ใช้ว่า ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ  ถ้าเป็นพระราชวงศ์ชั้นสูง.ให้ใช้ว่า ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม เท่านั้น

          คำลงท้ายที่ใช้กันอีกอย่างหนึ่ง  คือ  คำลงท้ายในจดหมาย  หมายถึง คำกล่าวท้ายจดหมายก่อนที่จะลงชื่อผู้ส่งจดหมาย คำลงท้ายในหนังสือราชการมีแบบให้ใช้ทั่วไป ว่า  ขอแสดงความนับถือ แต่เมื่อผู้รับจดหมายเป็น นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา และประธานองคมนตรี ให้ใช้ว่า ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.