ไข้รูมาติก (๕ กันยายน ๒๕๕๒)

ไข้รูมาติก

          ไข้รูมาติก เป็นชื่อโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ภาษาอังกฤษเรียกโรคนี้ว่า rheumatic fever (อ่านว่า รู-มา-ติก  ฟี-เว่อ). เป็นโรคที่ทำให้มีการอับเสบของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือเนื้อเยื่อยึดต่อเช่น พังผืด เยื่อหุ้มอวัยวะ และอวัยวะหลายแห่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลอดเลือดและข้อต่าง ๆ. ผู้ที่เริ่มเป็นไข้รูมาติก จะมีไข้สูงเฉียบพลัน เจ็บคอ ปวดข้อ และปวดท้อง อาจมีการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจร่วมด้วย  และบางครั้งมีอาการสั่นกระตุกด้วย. โรคนี้มักเกิดกับเด็ก เมื่อเป็นไข้รูมาติกบ่อย ๆ  แผ่นลิ้นหัวใจจะหนาและแข็งขึ้น และมักยึดติดกัน ไม่สามารถปิดสนิทหรือเปิดกว้างได้ ทำให้ช่องที่เลือดผ่านเล็กลง เกิดโรคลิ้นหัวใจรั่วและหัวใจโตตามมา

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ระบบ (๒๖ กันยายน ๒๕๕๒)

ระบบ

          คำว่า ระบบ หมายถึง กลุ่มของสิ่งที่มีลักษณะหรือหน้าที่สำคัญ สอดคล้อง และสัมพันธ์กันตามหลักธรรมชาติหรือหลักเหตุผลทางวิชาการ  สิ่งต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นระบบของสิ่งใดถือว่าเป็นชุดเดียวกันและอยู่ในระเบียบเดียวกัน   คำว่า ระบบ ตามความหมายนี้จะมีคำนามตามมาเพื่อระบุว่าเป็นระบบของอะไร เช่น ระบบเสียงสระในภาษาใดภาษาหนึ่งประกอบด้วยเสียงสระทั้งหมดในภาษานั้น. เชื้อไข้หวัดใหญ่มีผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ. หน้าตาคนไข้เริ่มมีเลือดฝาดแล้ว แสดงว่าระบบการหมุนเวียนโลหิตเริ่มทำงานดีขึ้น.  ประเทศไทยคงเหมาะกับระบบการเมืองแบบไทย ๆ.  บางประเทศมีนโยบายต่อต้านระบบทุนนิยม. 

          คำว่า ระบบ มีอีกความหมายหนึ่ง หมายถึง ความเป็นระเบียบ  ความสม่ำเสมอ  มักปรากฏตามลำพัง เช่น  การทำงานต้องมีระบบ  งานจึงจะเสร็จทันเวลาและไม่มีปัญหา. บริษัทนี้บริหารกิจการเป็นระบบ ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

นกไร้ไม้โหด (๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒)

นกไร้ไม้โหด

          นกไร้ไม้โหด เป็นสำนวนเก่า ประกอบด้วยคำว่า นก ไร้ ไม้ และโหด. คำว่า ไร้ และ โหด มีความหมายอย่างเดียวกันว่า ไม่มี นกไร้ไม้โหด หมายความว่า ไม่มีนกเพราะต้นไม้ไม่มีใบ.  สำนวนนี้มีที่มาจากการสังเกตว่า ต้นไม้ที่ไม่มีใบ เหล่านกกาก็จะไม่มาเกาะอาศัย ไม่มาทำรัง.  คำว่า นกไร้ไม้โหด นำมาใช้เปรียบกับบุคคลที่สิ้นอำนาจวาสนา หรือตกอับ ไม่สามารถให้คุณหรือเป็นที่พึ่งพาอาศัยแก่ใครได้แล้ว จะไม่มีใครมานอบน้อม มาฝากตัวให้ใช้สอยเหมือนเช่นเคย เช่น เขาเกษียณอายุราชการแล้ว ไม่มีอำนาจ ไม่มีบารมี จึงไม่มีผู้มานอบน้อม เป็นนกไร้ไม้โหด

          สำนวน นกไร้ไม้โหด ปัจจุบันไม่ค่อยมีผู้นิยมใช้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อัศวินขี่ม้าขาว (๙ ธันวาคม ๒๕๕๒)

อัศวินขี่ม้าขาว

          คำว่า อัศวิน มาจากคำว่า อัศวะ ซึ่งแปลว่า ม้า. อัศวิน แปลว่า ผู้มีม้า หรือ ผู้ขี่ม้า ใช้หมายถึงนักรบซึ่งแต่โบราณขี่ม้าออกรบ. ภาษาไทยใช้คำว่า อัศวิน แทนคำภาษาอังกฤษว่า knight หมายถึงผู้ที่เป็นนักรบขี่ม้า มีหน้าที่ปกป้องพระราชา. อัศวินนอกจากมีหน้าที่ปกป้องพระราชาแล้ว อัศวินยังมีนางในดวงใจ ซึ่งอัศวินจะยกย่องเทิดทูน และปกป้องด้วยชีวิต

          ในภาษาไทยมีคำว่า อัศวินขี่ม้าขาว หมายถึงผู้ที่มาช่วยแก้ไขสถานการณ์คับขัน  คำนี้มาจากนิยายที่ในตอนจบมักมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยนางเอกหรือผู้ที่กำลังได้รับอันตรายไว้ได้.  คำว่า พระเอกขี่ม้าขาว และ อัศวินขี่ม้าขาว ใช้แทนกันได้ เช่น หมดสมัยแล้วที่พระเอกขี่ม้าขาวเพียงคนเดียว จะแก้ปัญหาใหญ่ ๆ ให้ลุล่วงไปได้.  บ้านเมืองมีปัญหายุ่งยากรอบด้านอย่างนี้ พวกเราต้องช่วยแก้ไข อย่ามัวแต่รออัศวินขี่ม้าขาวอยู่เลย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กวี (๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒)

กวี

          กวี  เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต ว่า กวิ (อ่านว่า กะ -วิ) แปลว่า  ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์บทร้อยกรอง. กวี แบ่งเป็น  ๔ ประเภท  ได้แก่  จินตกวี  คือกวีที่แต่งเรื่องหรือบทร้อยกรองขึ้นตามจินตนาการของตน.  สุตกวี  คือกวีที่แต่งตามเรื่องที่ได้ฟังหรือได้ศึกษามา. อรรถกวี  คือ กวีที่แต่งตามเรื่องจริงที่เกิดขึ้น. และ ปฏิภาณกวี  คือ กวีที่ใช้ไหวพริบแต่งได้ทันทีทันใด.  

          บทร้อยกรองที่กวีแต่งต้องมีลักษณะพิเศษ  เช่น มีความไพเราะคมคาย ใช้ถ้อยคำที่กินใจ ใช้ความเปรียบที่ลึกซึ้ง ทำให้เกิดมโนภาพและมีพลังทางภาษา  สามารถสื่ออารมณ์ ความนึกคิด และจินตนาการของกวีมาสู่ผู้อ่านผู้ฟังได้  ทั้งนี้เพราะกวีมองเห็นและเกิดความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ได้พิเศษกว่าคนอื่น  เข้าใจโลกอย่างลึกซึ้งด้วยปัญญาที่ฉลาดเฉียบแหลม และสามารถถ่ายทอดออกมาด้วยภาษาอันวิจิตร.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ท้องเฟ้อ-ท้องขึ้น-ท้องอืด-ท้องแข็ง (๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒)

ท้องเฟ้อ-ท้องขึ้น-ท้องอืด-ท้องแข็ง

          ท้องเฟ้อ  เป็นอาการที่มีลมในกระเพาะอาหาร เพราะอาหารไม่ย่อยหรืออาหารเป็นพิษ เมื่อเรอมักจะมีกลิ่นเหม็น จึงใช้ว่า ท้องเฟ้อเรอเหม็นเปรี้ยว

          ท้องขึ้น เป็นอาการที่มีลมในกระเพาะอาหาร เนื่องจากอาหารไม่ย่อยหรืออาหารเป็นพิษเช่นเดียวกับท้องเฟ้อ แต่มีอาการรุนแรงกว่า คือมีลมดันขึ้นมาใต้ลิ้นปี่ ทำให้รู้สึกแน่นและอึดอัด

          ท้องอืด เป็นอาการที่มีลมในกระเพาะและลำไส้มากเพราะอาหารไม่ย่อย ทำให้รู้สึกอึดอัดมากและอาจมีอาการปวดท้องด้วย

          ท้องแข็ง อาการที่กล้ามเนื้อผนังท้องเกร็งจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น มีลมมากเกินไปในลำไส้ หรือเกิดการอักเสบของเยื่อบุช่องท้องซึ่งลามมาจากการอักเสบของอวัยวะภายใน เวลากดหน้าท้องจะแข็งตึงและเจ็บมาก

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คำหลวง (๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒)

คำหลวง

          คำหลวง เป็นคำเรียกงานประพันธ์ร้อยกรอง แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นคำประพันธ์ชนิดใด หนังสือที่เรียกว่าคำหลวงมีอยู่ ๔ เล่ม คือ มหาชาติคำหลวง นันโทปนันทสูตรคำหลวง (อ่านว่า นัน-โท-ปะ -นัน-ทะ -สูด-คำ-หฺลวง)  พระมาลัยคำหลวง และพระนลคำหลวง. มักแต่งเป็นร่ายและมีคำประพันธ์ชนิดอื่นปนอยู่ด้วย. หนังสือที่มีชื่อว่า คำหลวง ต่อท้าย  มักเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับศาสนา มีทั้งศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์. โบราณาจารย์อธิบายว่า  หนังสือคำหลวง เป็นหนังสือที่พระเจ้าแผ่นดินหรือพระราชวงศ์ชั้นสูงทรงพระราชนิพนธ์  และอาจมีนักปราชญ์ราชบัณฑิตร่วมแต่งด้วย.  อย่างไรก็ตามในสมัยรัตนโกสินทร์ มีหนังสือที่พระเจ้าแผ่นดินโปรดให้นักปราชญ์ราชบัณฑิตร่วมกันแต่งหลายเรื่อง   แต่ไม่ได้ใช้ชื่อว่า คำหลวง  เพราะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับศาสนาแต่มีลักษณะเป็นบทละคร  เช่น รามเกียรติ์  อิเหนา  ดาหลัง.  คำหลวงจึงเป็นชื่อเฉพาะของวรรณคดี ๔ เรื่อง ดังกล่าวข้างต้น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.