ปลาวาฬ (๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๒)

ปลาวาฬ

          คำว่า ปลาวาฬ คำนี้มาจากภาษาดัชต์สมัยกลางว่า walvisc (อ่านว่า วาล-วิส). คำว่า visc นั้นตรงกับคำว่า fish ในภาษาอังกฤษซึ่งแปลว่า ปลา. walvisc (อ่านว่า วาล-วิส) คือ ปลาวาฬ

          หลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่พบคำนี้ในภาษาไทย คือ วรรณคดีเรื่องสมุทโฆษคำฉันท์ ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ว่า “ปลาวาฬไล่หลังครวญคราง”.  ปัจจุบัน คนไทยหลายคนมักเรียกสัตว์ชนิดนี้ว่า วาฬ เพราะคิดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่ปลา แต่ที่จริงควรใช้ว่า ปลาวาฬ เพราะ ปลาวาฬ เป็นคำเก่า ซึ่งสะท้อนการมองโลกของคนไทยว่า สัตว์ประเภทนี้เป็นปลา รูปร่างเป็นปลา มีครีบมีหางเหมือนปลา และอาศัยอยู่แต่ในน้ำอย่างปลา

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เทศนา-สาธก (๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒)

เทศนา-สาธก

          เทศนา (อ่านว่า เทด-สะ -หฺนา) แปลว่า การแสดงธรรมสั่งสอน เช่น การแสดงธรรมเทศนาของพระภิกษุเพื่อให้คนฟังรู้จักบาปรู้จักบุญ จะได้เว้นการทำบาป ประกอบแต่การบุญ.  เมื่อนำคำว่า เทศนา มาใช้กับการเขียน หมายถึง การเขียนแบบเทศนา หรือ เทศนาโวหาร (อ่านว่า เทด-สะ -หฺนา-โว-หาน)  เป็นการเขียนเพื่อสั่งสอนด้วยการชี้แจงเหตุผลที่ถูกต้อง อธิบายคุณของสิ่งที่ควรกระทำ และโทษของสิ่งที่ควรละเว้น.   เทศนา มักกล่าวถึงข้อเท็จจริงให้เห็นอย่างชัดแจ้ง  อาจยกสุภาษิต  คติสอนใจ  ประกอบการสอน การเทศนามักจะกล่าวถึงวิธีที่ควรปฏิบัติอย่างละเอียด และมีการยกตัวอย่างประกอบเพื่อให้เห็นจริงเพื่อให้ปฏิบัติตาม

          ส่วน สาธก คือ การยกเรื่องมาเป็นตัวอย่างประกอบเพื่อขยายเนื้อความที่อาจเข้าใจยาก.  การเขียนแบบเทศนาโวหารจึงมักมีสาธกโวหาร (อ่านว่า สา-ทก-โว-หาน) ประกอบด้วย   เช่น เทศนาเรื่องการประมาณตนในการบริโภคอาหารอาจยกเรื่องชูชกที่บริโภคอาหารเกินขนาดจนจุกตายมาสาธก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

นิติศาสตร์ (๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒)

นิติศาสตร์

          นิติศาสตร์ มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า นีติศาสฺตฺร (อ่านว่า นี-ติ-ศาส-ตฺระ) แปลว่า วิชาว่าด้วยแบบแผนความประพฤติ คุณธรรม และจริยธรรมของผู้ปกครอง แต่ในภาษาไทย คำว่า นิติศาสตร์มีความหมายแตกต่างกับ นีติศาสฺตฺร ในภาษาสันสกฤต คือ หมายถึง วิชาว่าด้วยกฎหมาย การออกกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า science of law เช่น บัณฑิตที่เรียนจบนิติศาสตร์ เมื่อประกอบอาชีพ จะใช้แต่ความรู้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้คุณธรรมและจริยธรรมด้วย.

          คำว่า นิติศาสตร์ แม้จะใช้ความหมายที่แตกต่างกับภาษาสันสกฤต แต่ก็เน้นการใช้กฎหมายที่ประกอบด้วยคุณธรรมและจริยธรรม

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กักขฬะ (๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๒)

กักขฬะ

          คำว่า กักขฬะ (อ่านว่า กัก-ขะ -หฺละ) คำนี้ยืมมาจากภาษาบาลีว่า กกฺขฬ (กัก-ขะ -ละ) แปลว่า หยาบ แข็ง กระด้าง   มักใช้บรรยายลักษณะพื้นผิวของสิ่งของซึ่งมีลักษณะไม่เรียบ ไม่อ่อนนุ่ม

          ในภาษาไทย กักขฬะ มีความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง หยาบคายหรือหยาบกระด้างเป็นอย่างมาก มักใช้เป็นคำบรรยายลักษณะการพูดหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น ผู้ชายคนนี้เรียนจบถึงปริญญาเอก แต่พูดจากักขฬะ .  นักการเมืองคนนั้นเป็นคนกักขฬะ พูดออกมาแต่ละคำมีแต่คำสบถ พฤติกรรมก็หยาบคายน่ารังเกียจอย่างที่สุด ประชาชนไม่ควรเลือกเข้าสภาอีก.

          คำว่า กักขฬะ ออกเสียงเป็น ๓ พยางค์ว่า กัก-ขะ -หฺละ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พรรณนา (๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒)

พรรณนา

          คำว่า พรรณนา (อ่านว่า พัน-นะ -นา)  มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า วรฺณนา (อ่านว่า วัร-นะ -นา)  แปลว่า  กล่าวเป็นเรื่องราวอย่างละเอียดให้ผู้ฟังนึกเห็นเป็นภาพ.  การพรรณนามักจะใช้ศิลปะทางภาษาแบบต่าง ๆ  เป็นต้นว่า ใช้การเปรียบเทียบสิ่งที่เป็นนามธรรมด้วยรูปธรรมที่เห็นได้ชัดเจน  เช่น  “เปรียบน้ำใจที่ได้รับจากบุคคลหนึ่งว่าเหมือนสายน้ำทิพย์ที่หลั่งลงชโลมหัวใจให้แช่มชื่นเบิกบาน“.  “ฝนที่หลั่งลงมาจากฟ้า เปรียบเสมือนน้ำตาของเธอที่หลั่งลงบนหัวใจฉัน”.  การพรรณนาไม่เน้นการดำเนินเรื่องหรือการอธิบายว่าเรื่องนั้น ๆ เกิดอย่างไรดำเนินไปอย่างไร  แต่จะเน้นการกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างละเอียด  เช่น พรรณนาเกียรติคุณของบุคคล.  พรรณนาความงามของภูมิประเทศ.  พรรณนาฉากรบของกษัตริย์โบราณ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สำนวนที่ขึ้นต้นด้วยคำว่าน้ำ (๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒)

สำนวนที่ขึ้นต้นด้วยคำว่าน้ำ

          น้ำเป็นสิ่งสำคัญและผูกพันกับชีวิตมนุษย์ คนไทยจึงนำคำว่าน้ำมาใช้เป็นคำขึ้นต้นสำนวน เช่น น้ำขึ้นให้รีบตักหมายความว่ามีโอกาสดีควรรีบทำ.  นอกจากนี้ยังมีสำนวน น้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก หมายความว่า แม้จะไม่พอใจก็ยังแสดงสีหน้ายิ้มแย้ม. น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ หมายความว่าอย่าขัดขวางผู้ที่กำลังโกรธหรือผู้มีอำนาจ. น้ำลอดใต้ทราย หมายความว่าการกระทำอย่างเร้นลับไม่มีผู้รู้เห็น. น้ำซึมบ่อทราย หมายความว่าหาได้มาเรื่อย ๆ. น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง หมายความว่าพูดมากแต่ได้เนื้อหาสาระน้อย. น้ำท่วมปาก หมายความว่าพูดไม่ออกหรือไม่กล้าพูดเพราะเกรงจะมีภัยแก่ตนหรือผู้อื่น. น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ หมายความว่า ฝ่ายข้างน้อยย่อมพ่ายแพ้ฝ่ายข้างมาก. น้ำนิ่งไหลลึก  หมายความว่า คนที่มีท่าทางเงียบขรึมแต่มีความคิดที่ลึกซึ้งหรือมีความร้ายกาจซ่อนอยู่. น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า หมายความว่า คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกัน. น้ำมาปลากินมดน้ำลดมดกินปลา หมายถึง ทีใครทีมัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.