พัฒนาการ-การพัฒนา (๑๐ มกราคม ๒๕๕๓)

พัฒนาการ-การพัฒนา

          คำว่า พัฒนาการ และ การพัฒนา เป็นคำนาม มาจากคำกริยา พัฒนา ซึ่งหมายถึง ทำให้เจริญ  แต่สองคำนี้มีความหมายต่างกันบางประการ.  คำว่า พัฒนาการ หมายถึง การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเปลี่ยนแปลงในทางที่เจริญขึ้นหรืองอกงามขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป   เช่น เขาทำวิจัยเรื่องพัฒนาการของระบบราชการไทย เพราะอยากรู้ว่าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันระบบราชการไทยปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือไม่อย่างไร.   ตัวละครในนวนิยายเรื่องนี้มีพัฒนาการทางอายุจากวัยเด็กไปสู่วัยหนุ่มสาว.

          ส่วนคำว่า การพัฒนา หมายถึง การทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งดีขึ้น หรือเจริญขึ้น  ใช้ในทำนองที่ผู้ใดก็ตามยื่นมือเข้าไปทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น  เช่น ความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศขึ้นอยู่กับการวางแผนและการจัดการที่ดี.   การพัฒนาชุมชนต้องอาศัยความร่วมมือของสมาชิกทุกคนในชุมชน.   หน่วยงานนี้ต้องมีการพัฒนากันยกใหญ่ เพราะล้าหลังและมีปัญหามาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ชมรม (๓๑ มกราคม ๒๕๕๓)

ชมรม

          ชมรม มาจากคำภาษาเขมรว่า  ชํรุ(อ่านว่า จุม-รุม) แปลว่า ที่พัก ที่รวมคน. ปัจจุบันในภาษาไทย ชมรม ใช้หมายถึง กลุ่มคนที่มีความสนใจและจุดประสงค์บางประการร่วมกัน  หรือกลุ่มคนที่ประชุมกันเพื่อทำประโยชน์ร่วมกัน   นอกจากนี้ คำว่า ชมรม ยังมีความหมายรวมถึงสถานที่ที่กลุ่มคนซึ่งมีความสนใจและจุดประสงค์เดียวกันมาประชุมกันและทำกิจกรรมร่วมกันด้วย  เช่น ชมรมคนรักแมว  ชมรมพุทธศาสน์  ชมรมวรรณศิลป์  ชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อม 

          คำว่า ชมรม มีความหมายเหมือนกับคำว่า ชุมนุม ซึ่งใช้มาก่อน เช่น  ชุมนุมนิสิตหญิง  ชุมนุมวรรณศิลป์

          ชมรม เป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ได้   มีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับทางกฎหมาย  ไม่ต้องจดทะเบียน  ถ้าจดทะเบียนตามกฎหมาย ก็จะเรียกว่า สมาคม

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สายลับ (๒๐ มกราคม ๒๕๕๓)

สายลับ

          คำว่า สายลับ เป็นคำประสมคำว่า สาย กับคำว่า ลับ. สาย หมายถึง สิ่งที่เป็นเส้นยาว ทาง เส้นทาง ผู้ที่มีความสัมพันธ์ เกี่ยวโยงกัน. ลับ หมายถึง สิ่งที่ปกปิด.

          สายลับ หมายถึงผู้ลอบสืบความลับตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องสำคัญของฝ่ายตรงข้าม เพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน  เช่น ตำรวจเชื่อว่าคนในบ้านเป็นสายลับให้ผู้ร้ายเข้ามาขโมยของในบ้าน. เขาเป็นสายลับ  คอยแจ้งเบาะแสการค้ายาเสพติดในชุมชนให้ตำรวจ. บริษัทเราประมูลงานไม่ได้เพราะคู่แข่งมีสายลับในบริษัทเรา. ประเทศคู่สงครามจะส่งสายลับเข้าไปสืบข่าวของฝ่ายศัตรู เพื่อความได้เปรียบในการสงคราม. คำว่า สายลับ อาจใช้ย่อว่า สาย ก็ได้ เช่น ระวังคนใช้เป็นสายให้โจร. เขาเป็นสายให้ตำรวจทำลายแหล่งผลิตเทปผีซีดีเถื่อน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เมิน-เบือน (๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓)

เมิน-เบือน

          คำว่า เมิน และ เบือน ต่างก็หมายถึง หันหน้าไปทางอื่น ไม่มองดู. แต่สองคำนี้มีความหมายแฝงต่างกัน

          ผู้เมินหน้ามักหันหน้าหนีเพราะไม่อยากดู อาจเป็นเพราะไม่พอใจ เช่น แม้สามีจะออดอ้อนงอนง้อ ภรรยาก็เมินหน้าไม่พูดด้วย

          ผู้เบือนหน้าอาจหันหน้าหนีด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน เป็นต้นว่า ทนดูไม่ได้เพราะสยดสยองหรือเวทนาสงสาร เช่น รถคันหน้าชนลูกหมาที่วิ่งข้ามถนน ฉันเบือนหน้าหนีแต่ก็ยังเห็นร่างลูกหมาที่กระเด็นไปไกล

          ประโยคเดียวกันเมื่อใช้คำว่า เมิน กับคำว่า เบือน อาจแฝงความหมายต่างกัน เช่นประโยคว่า “เมื่อน้องตื่นขึ้นมาเรียกหาแม่ คุณย่าเมินหน้าไปทางอื่น” แสดงว่าคุณย่าไม่พอใจ แต่ถ้าพูดว่า “เมื่อน้องตื่นขึ้นมาเรียกหาแม่ คุณย่าเบือนหน้าไปทางอื่น” แสดงว่าคุณย่าเวทนาน้องที่ต้องพรากจากแม่

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ลานีญา (๙ มกราคม ๒๕๕๓)

ลานีญา

          ลานีญา เป็นคำทับศัพท์จากภาษาสเปน แปลว่า “เด็กหญิงเล็ก ๆ” เป็นคำที่ใช้เรียกปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีลักษณะตรงข้ามกับปรากฏการณ์เอลนีโญ.  โดยปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ฝนตกหนักในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และทำให้เกิดความแห้งแล้งในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. ส่วนปรากฏการณ์ ลานีญา ทำให้เกิดความแห้งแล้งทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และฝนตกหนักทางบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ทำให้บริเวณชายฝั่งประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มีฝนตกชุกกว่าปรกติ

          ปรากฏการณ์ ลานีญา เกิดขึ้นโดยเฉลี่ย ๕-๖ ปีต่อครั้ง หลังการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ แต่ละครั้งนานประมาณ ๑ ปี และจำนวนครั้งที่เกิดจะน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปรากฏการณ์เอลนีโญ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.