อาจารย์ (๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓)

อาจารย์

          อาจารย์ มาจากคำ ภาษาสันสกฤตว่า อาจารฺย (อ่านว่า อา-จา-รยะ) แปลว่า ผู้มีความประพฤติเป็นแบบอย่าง ผู้สั่งสอน ผู้แนะนำ

          อาจารย์ เป็นคำที่ใช้นำหน้าชื่อบุคคลเพื่อแสดงความยกย่องว่ามีความรู้ทางใดทางหนึ่ง. คำว่า อาจารย์ ใช้เป็นคำเรียกพระภิกษุอาวุโสที่เทศน์และสั่งสอนประชาชนทั่วไป รวมทั้งพระภิกษุที่สอนความรู้ทั่วไปและการปฏิบัติธรรมให้แก่พระภิกษุสามเณรด้วย. เดิมคำว่า อาจารย์ ใช้เป็นคำเรียกผู้บรรยายวิชาความรู้ต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ต่อมาเรียกผู้ที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาซึ่งสอนในโรงเรียนต่าง ๆ ด้วย.  เนื่องจากคำว่า อาจารย์ เป็นคำยกย่องครูผู้ให้ความรู้ ในสังคมจึงเรียกผู้สอนวิชาชีพต่าง ๆ ว่า อาจารย์ ด้วย เช่น อาจารย์สอนตัดเสื้อ  อาจารย์สอนดัดผม.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พิลาป (๒๖ เมษายน ๒๕๕๓)

พิลาป

          พิลาป เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤต แปลว่า ร่ำไรรำพัน คร่ำครวญ ร้องไห้ บ่นเพ้อ มักใช้ในคำประพันธ์ หรือใช้ในภาษาวรรณศิลป์ ไม่นิยมใช้เป็นภาษาพูดในชีวิตประจำวัน เช่น หนังสือเรื่องรำพันพิลาป ที่สุนทรภู่แต่งไว้เป็นกลอนนิราศ เพื่อบันทึกเรื่องราวชีวิตของตัวท่านเองตั้งแต่สมัยอยู่วัดเทพธิดา ได้ท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ  บรรยายความลำบากยากแค้นที่ได้รับ ดังข้อความตอนหนึ่งว่า

               ” จึงแต่งตามความฝันรำพันพิลาป          ให้ศิษย์ทราบสุนทราอัชฌาสัย

          จะสั่งสาวชาวบางกอกข้างนอกใน                 ก็กลัวภัยให้ขยาดพระอาชญา”

          คำว่า พิลาป ที่แปลว่า พร่ำรำพันนั้น เขียนด้วย ล และใช้ ป สะกด ต่างกับคำว่า นกพิราบ ซึ่งใช้ ร และตัวสะกดใช้ บ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ฉกษัตริย์ (๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓)

ฉกษัตริย์

          ฉกษัตริย์ (อ่านว่า ฉอ-กะ -สัด) ประกอบด้วยคำว่า (อ่านว่า ฉอ) แปลว่า หก และ กษัตริย์ แปลว่า ผู้ที่อยู่ในวรรณะกษัตริย์.  ฉกษัตริย์ จึงแปลว่าผู้อยู่ในวรรณะกษัตริย์ ๖ พระองค์ ได้แก่ พระเจ้ากรุงสญชัย พระนางผุสดี พระเวสสันดร พระนางมัทรี พระชาลี และ พระกัณหา. ฉกษัตริย์ เป็นชื่อกัณฑ์ที่ ๑๒ ในเรื่องมหาชาติหรือมหาเวสสันดรชาดก ตอนที่พระเจ้ากรุงสญชัยเสด็จพร้อมด้วยพระนางผุสดี  พระชาลีกัณหา และจตุรงคเสนาไปยังเขาวงกตเพื่อรับพระเวสสันดรและพระนางมัทรีกลับแคว้นสีพี  เมื่อกษัตริย์ทั้งหกพระองค์ได้พบกันก็โศกศัลย์ถึงกับวิสัญญีภาพ สลบฟุบลง  ขณะนั้นฝนโบกขรพรรษก็ตกลงมาทำให้เกิดความชุ่มชื่น ทั้งหกพระองค์ก็ฟื้นคืนสติ เหล่าผู้ตามเสด็จพระเจ้ากรุงสญชัยต่างพากันขอลุแก่โทษพระเวสสันดรพร้อมทั้งทูลอาราธนาให้ลาผนวชกลับพระนคร.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

นิมนต์ (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓)

นิมนต์

          นิมนต์ แปลว่า เชิญ เชื้อเชิญ. ใช้เป็นศัพท์เฉพาะพระภิกษุสามเณร เช่น พอพระที่เดินออกรับบิณฑบาตในตอนเช้าเดินมาถึงหน้าบ้าน ยายยืนรอตักบาตรอยู่ จึงพูดว่า นิมนต์เจ้าค่ะ”. เมื่อจะทำบุญที่บ้าน เจ้าบ้านจะไปนิมนต์พระภิกษุที่วัด และแจ้งให้ท่านทราบกำหนดงานว่าเป็นงานอะไร ต้องการนิมนต์พระกี่รูป การเดินทางของพระจะจัดการอย่างไร เป็นต้น. เมื่อถึงวันงาน พระภิกษุเดินทางมาถึงบ้านแล้ว ต้องมีคนเชิญพระภิกษุด้วยคำว่า “นิมนต์” เช่นเดียวกัน.

          คำว่า นิมนต์ เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีว่า นิมนฺต (อ่านว่า นิ-มัน-ตะ) แปลว่า เชิญ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.