อาญาสิทธิ์ (๒๒ เมษายน ๒๕๕๓)

อาญาสิทธิ์

          คำว่า อาญาสิทธิ์ ประกอบด้วยคำว่า อาญา กับ สิทธิ์. อาญา แปลว่า อำนาจ เช่นที่ใช้ว่า พระราชอาญา และแปลว่า โทษ เช่น ลงอาญา. สิทธิ์ ก็แปลว่า อำนาจ แต่หมายถึงอำนาจอันชอบธรรมที่จะทำการสิ่งใด ๆ เช่น สิทธิ์ในการออกเสียงเลือกตั้ง สิทธิ์ที่จะได้รับความคุ้มครองจากรัฐ สิทธิ์ของการเป็นพลเมืองของประเทศ.  

          เมื่อรวมเป็น อาญาสิทธิ์ ใช้หมายถึงสิทธิ์ในการใช้อำนาจอย่างเต็มที่ ในสมัยก่อนหมายถึงสิทธิ์ที่สามารถกระทำการแทนพระเจ้าแผ่นดินได้ เช่น ในการทำสงคราม แม่ทัพจะได้รับพระราชทานอาญาสิทธิ์ในการควบคุมกองทัพ บังคับบัญชาการทัพได้ โดยมีอำนาจเด็ดขาดที่ผู้ใดจะฝ่าฝืนไม่ได้. อาญาสิทธิ์ ทำให้การบังคับบัญชาคนหมู่มากเป็นไปได้อย่างเรียบร้อย. ปัจจุบันไม่มีการใช้อาญาสิทธิ์ แต่ผู้ปกครองประเทศก็สามารถบังคับบัญชาให้ผู้คนปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการผ่อนผัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สามัคคีปรองดอง (๓ มิถุนายน ๒๕๕๓)

สามัคคีปรองดอง

          สามัคคี เป็นคำที่มาจากภาษาบาลี แปลว่า ความพร้อมเพรียงกัน ความปรองดองกัน เช่น สามัคคีคือพลัง. คนไทยควรจะมีความสามัคคีกัน. หรือแปลว่าร่วมใจกันทำ พร้อมเพรียงกันทำ เช่น ผ้าป่าสามัคคี. กฐินสามัคคี. โรงเรียนหลังนี้สร้างสำเร็จได้ด้วยความสามัคคีของชาวบ้าน. ส่วนคำว่า ปรองดอง แปลว่า ออมชอม ประนีประนอม ยอมกัน ไม่แตกแยกกัน ไม่ทะเลาะกัน ตกลงกันด้วยไมตรีจิต เช่น พี่น้องบ้านนี้รักใคร่ปรองดองกันดี.

          เมื่อใช้รวมกันว่า สามัคคีปรองดอง หมายถึง ร่วมมือร่วมใจกันด้วยไมตรีจิต เช่น ถ้าคนทุกคนในหมู่บ้านสามัคคีปรองดองกันดีก็จะพัฒนาหมู่บ้านให้เจริญก้าวหน้า. การแข่งขันกีฬาภายในสถาบันหรือหน่วยงานเดียวกันเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ สร้างความสามัคคีปรองดองในสถาบัน. ในทำนองเดียวกันถ้าคนไทยมีความสามัคคีปรองดองช่วยกันแก้ปัญหาของบ้านเมือง คนไทยก็จะมีแต่ความสงบสุข

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หัว (๒๑ เมษายน ๒๕๕๓)

หัว

          คำว่า หัว มีหลายความหมาย ความหมายหนึ่ง คือ ส่วนตอนบนสุดของร่างกายคน มีใบหน้าซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้รู้จักและจำได้ว่าเป็นผู้ใด. หัวเป็นส่วนสำคัญที่มีสมองซึ่งควบคุมความคิด เป็นที่รวมของประสาทสั่งการ และส่วนที่ทำให้เกิดความรู้สึกต่าง ๆ รวมทั้งความสามารถของบุคคลในการที่จะทำสิ่งใดได้หรือไม่ได้จากการสั่งการของสมองในหัว. ในภาษาไทยจึงใช้คำว่า หัว บอกลักษณะ พฤติกรรม ความสามารถ และการกระทำต่าง ๆ ของแต่ละคน เช่น คนฉลาดเรียกว่า คนหัวแหลม. ถ้าคิดได้เร็ว ก็เป็นคนหัวไว. คนที่ทันโลก เปลี่ยนแปลงความคิดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกได้เร็วเป็นคนหัวสมัยใหม่ ตรงข้ามกับคนที่เปลี่ยนแปลงความคิดยาก เป็นคนหัวโบราณ.  บางคนหัวอ่อนหมายความว่า เชื่อฟัง สอนง่าย. บางคนหัวแข็ง หัวดื้อ หมายความว่า ไม่ปฏิบัติตามง่าย ๆ.   คนที่ทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ทำแต่สิ่งชั่วร้าย มักเรียกว่า คนไม่มีหัวคิด

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เฉาก๊วย (๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓)

เฉาก๊วย

          เฉาก๊วย เป็นคำยืมมาจากภาษาจีนแต้จิ๋วว่า เฉาก้วย แปลว่า ขนมหญ้า เพราะทำจากพืชชนิดหนึ่งอยู่ในตระกูลโหระพา เมื่อแห้งแล้วมีลักษณะคล้ายหญ้า.

          ขนมเฉาก๊วย ได้จากการนำต้นเฉาก๊วยแห้งมาต้ม จะได้น้ำลักษณะเป็นเมือกสีดำ กรองแล้วผสมแป้งเช่นแป้งเท้ายายม่อม แป้งมันสำปะหลัง ตั้งทิ้งไว้จนเย็นจะมีลักษณะคล้ายวุ้น สีดำ มีกลิ่นหอม กินกับน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำเชื่อมใส่น้ำแข็ง. เฉาก๊วยนอกจากรสชาติดีแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยา ช่วยขับเสมหะ แก้คลื่นไส้ เบื่ออาหาร และแก้อาการปวดท้อง เนื่องจากขนมเฉาก๊วยมีสีดำ ภาษาไทยจึงใช้เฉาก๊วยเป็นคำเปรียบเรียกคนที่มีผิวเข้ม เช่น ผิวเฉาก๊วยอย่างเธอ เวลาออกทีวีจะขึ้นกล้องมาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อัศวินขี่ม้าขาว (๑๐ เมษายน ๒๕๕๓)

อัศวินขี่ม้าขาว

          คำว่า อัศวิน มาจากคำว่า อัศวะ ซึ่งแปลว่า ม้า. อัศวิน แปลว่า ผู้มีม้า หรือ ผู้ขี่ม้า ใช้หมายถึงนักรบซึ่งแต่โบราณขี่ม้าออกรบ. ภาษาไทยใช้คำว่า อัศวิน แทนคำภาษาอังกฤษว่า knight หมายถึงผู้ที่เป็นนักรบขี่ม้า มีหน้าที่ปกป้องพระราชา. อัศวินนอกจากมีหน้าที่ปกป้องพระราชาแล้ว อัศวินยังมีนางในดวงใจ ซึ่งอัศวินจะยกย่องเทิดทูน และปกป้องด้วยชีวิต

          ในภาษาไทยมีคำว่า อัศวินขี่ม้าขาว หมายถึงผู้ที่มาช่วยแก้ไขสถานการณ์คับขัน  คำนี้มาจากนิยายที่ในตอนจบมักมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยนางเอกหรือผู้ที่กำลังได้รับอันตรายไว้ได้.  คำว่า พระเอกขี่ม้าขาว และ อัศวินขี่ม้าขาว ใช้แทนกันได้ เช่น หมดสมัยแล้วที่พระเอกขี่ม้าขาวเพียงคนเดียว จะแก้ปัญหาใหญ่ ๆ ให้ลุล่วงไปได้.  บ้านเมืองมีปัญหายุ่งยากรอบด้านอย่างนี้ พวกเราต้องช่วยแก้ไข อย่ามัวแต่รออัศวินขี่ม้าขาวอยู่เลย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.