พิราบ (๒๕ เมษายน ๒๕๕๓)

พิราบ

          พิราบ เป็นชื่อนกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายนกเขา แต่ตัวโตกว่า. นกพิราบส่วนใหญ่มีสีเทาอมฟ้า  ขาและตีนสีแดง หากินบนพื้นดิน กินเมล็ดพืชเป็นอาหาร เป็นนกที่นำมาฝึกใช้ในการติดต่อสื่อสาร โดยเขียนข้อความที่จะสื่อสารลงในกระดาษหรือผ้า แล้วม้วนหรือพับผูกติดไปกับขานกพิราบ แล้วปล่อยนกให้บินไปยังที่หมาย สมัยก่อนใช้นกพิราบสื่อสารในการศึกสงคราม แต่สมัยนี้มีสื่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า พิราบสื่อสารจึงค่อย ๆ หมดไป แต่นกพิราบยังไม่สูญพันธุ์ กลับมีมากขึ้นจนเกินความต้องการในบางพื้นที่ เช่น ในเขตกรุงเทพมหานครบริเวณท้องสนามหลวง หรือตามวัดวาอารามต่าง ๆ มีนกพิราบจำนวนมากอยู่รวมกันเป็นร้อยเป็นพันตัว นกพวกนี้มีเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายไปสู่คน และถ่ายมูลไว้บนหลังคาโบสถ์ วิหาร หรือสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ จนเกิดความเสียหาย จึงมีการจับนกพิราบจากที่หนึ่งไปปล่อยไว้อีกที่หนึ่งเพื่อลดปัญหา

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สารทจีน (๑๔ เมษายน ๒๕๕๓)

สารทจีน

           คำว่า สารท เป็นคำมาจากภาษาบาลี พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ ให้ความหมายว่า เทศกาลทำบุญในวันสิ้นเดือนสิบ โดยนำพืชพันธุ์ธัญญาหารแรกเก็บเกี่ยวมาปรุงเป็นข้าวทิพย์และข้าวมธุปายาสถวายพระสงฆ์

          ในทางความเชื่อของชาวจีน สารทจีน เป็นเทศกาลที่ลูกหลานแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ  วันสารทจีนตรงกับวันที่ ๑๕ เดือน ๗  ของจีน. บางตำนานว่าเป็นวันที่ส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์ และส่งวิญญาณร้ายลงนรก ชาวจีนทั้งหลายสงสารวิญญาณร้าย จึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้. เนื่องจากเดือน ๗ นี้ถือเป็นเดือนผี ซึ่งประตูนรกจะเปิดให้ผีทั้งหลายมารับส่วนบุญ  ชาวจีนจึงจัดพิธีไหว้เจ้าที่ในตอนเช้า ตอนสายจะไหว้บรรพบุรุษ และตอนบ่ายจะไหว้ผี หรือวิญญาณพเนจร ซึ่งไม่มีลูกหลานกราบไหว้ ของไหว้จะประกอบด้วยอาหารคาวหวาน ของไหว้ที่ขาดไม่ได้คือขนมเข่ง ขนมเทียน นอกนั้นเป็นผลไม้ น้ำชาหรือเหล้า และมีการเผากระดาษเงินกระดาษทองด้วย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม (๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓)

กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม

          กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม เป็นสำนวนมีความหมายถึง ยุคที่มีความวิปริตผิดปรกติ กระเบื้องซึ่งมีน้ำหนักมาก ปรกติจะจมน้ำ กลับลอยน้ำได้ เปรียบเหมือนคนชั่วที่เฟื่องฟู คือได้ดี และเป็นแบบอย่างให้คนชั่วอื่นๆ ทำชั่วตาม ส่วนลูกน้ำเต้าแห้งซึ่งปรกติลอยน้ำได้ กลับจมน้ำลงไป เปรียบได้กับคนดีที่กลับตกต่ำ นอกจากไม่เป็นที่สนใจของสังคมแล้ว ยังถูกคนชั่วรังแกเอา เช่น ในข่าวโทรทัศน์มีแต่ภาพและข่าวของคนชั่วทำผิดกฎหมายอยู่เต็มจอ แต่ก็ไม่สามารถเอาตัวมาลงโทษได้  คนดีได้แต่ท้อแท้ เป็นยุคที่กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจมแท้ๆ.

          สำนวนนี้เป็นสำนวนเก่า ปรากฏครั้งแรกในเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยาว่า ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ปลาวาฬ (๑๓ เมษายน ๒๕๕๓)

ปลาวาฬ

          คำว่า ปลาวาฬ คำนี้มาจากภาษาดัชต์สมัยกลางว่า walvisc (อ่านว่า วาล-วิส). คำว่า visc นั้นตรงกับคำว่า fish ในภาษาอังกฤษซึ่งแปลว่า ปลา. walvisc (อ่านว่า วาล-วิส) คือ ปลาวาฬ

          หลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่พบคำนี้ในภาษาไทย คือ วรรณคดีเรื่องสมุทโฆษคำฉันท์ ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ว่า “ปลาวาฬไล่หลังครวญคราง”.  ปัจจุบัน คนไทยหลายคนมักเรียกสัตว์ชนิดนี้ว่า วาฬ เพราะคิดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่ปลา แต่ที่จริงควรใช้ว่า ปลาวาฬ เพราะ ปลาวาฬ เป็นคำเก่า ซึ่งสะท้อนการมองโลกของคนไทยว่า สัตว์ประเภทนี้เป็นปลา รูปร่างเป็นปลา มีครีบมีหางเหมือนปลา และอาศัยอยู่แต่ในน้ำอย่างปลา

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน (๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓)

ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน

          ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน เป็นสำนวนที่ใช้อธิบายยุคหรือสมัยที่คนดีไม่กล้าแสดงตน ไม่กล้าเผยตัว จะสัญจรไปที่แห่งใด ก็ต้องหลบไปใช้ตรอกซอกซอยที่คับแคบ ต่างกับคนชั่วซึ่งปรกติไม่กล้าออกสู่ที่แจ้ง มาถึงยุคนี้กลับเพ่นพ่านและวางอำนาจบาตรใหญ่ไปทั่วถนนหลวง เป็นที่เหนื่อยหน่ายอิดหนาระอาใจของคนดี เช่น เขาไม่คิดว่าจะต้องมาเห็นผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน คนดี ๆ ต้องหลบคนชั่ว เพราะรังเกียจ ไม่ต้องการพบเห็น.

          คำว่า ผู้ดี ในสำนวนนี้ หมายถึง คนดี คนมีกิริยามารยาท คนที่ได้รับการศึกษาขัดเกลามาอย่างดี ส่วนคำว่า ขี้ครอก เดิมหมายถึง ลูกที่เกิดจากพ่อและแม่ที่เป็นทาส แต่ในสำนวนนี้หมายถึง คนชั่ว อันธพาล คนที่ไร้วัฒนธรรม คนที่ไม่ได้รับการศึกษาอบรมความเป็นผู้ดี

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.