แม่น้ำตาปี (๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓)

แม่น้ำตาปี

          แม่น้ำตาปีเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในภาคใต้ ต้นน้ำเกิดจากแอ่งน้ำบนภูเขาหลวงในจังหวัดนครศรีธรรมราช ไหลลงสู่อ่าวไทยที่อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเรียกแม่น้ำหลวงตามชื่อภูเขาต้นน้ำ เมื่อผ่านบ้านพุมเรียงก็เรียกแม่น้ำบ้านพุมเรียง เมื่อผ่านเมืองท่าข้ามก็เรียกแม่น้ำท่าข้าม. แต่ภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามใหม่ว่าแม่น้ำตาปี ตามชื่อแม่น้ำในอินเดียซึ่งไหลผ่านอาณาจักรโบราณชื่อ สุราษฺฏฺร (อ่าน สุ-ราด-สฺตฺระ) ซึ่งทรงดัดแปลงมาเป็นชื่อจังหวัดสุราษฎร์ธานีในคราวเดียวกัน

          ชื่อ ตาปี เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า หญิงผู้มีความร้อนแรง ด้วยตำนานกล่าวว่า แม่น้ำนี้เป็นธิดาของพระอาทิตย์ซึ่งมีรัศมีร้อนแรง. ชาวฮินดูเชื่อว่าเพียงรำลึกถึงแม่น้ำตาปี บาปของบุคคลก็หมดสิ้นไปได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กุมภกรรณทดน้ำ (๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๓)

กุมภกรรณทดน้ำ

          กุมภกรรณทดน้ำ ประกอบด้วยคำว่า กุมภกรรณ (อ่านว่า กุม-พะ -กัน) กับ ทดน้ำ

          กุมภกรรณ เป็นตัวละครยักษ์ในเรื่องรามเกียรติ์ เป็นน้องของทศกัณฐ์. คำว่า ทดน้ำ หมายถึง กั้นหรือขวางทางน้ำ คำว่า ทด มาจากคำภาษาเขมร ทส่ (อ่านว่า ตั๊วะฮ์) แปลว่า ขัดหรือขวาง.  

          ตามเรื่อง กุมภกรรณจำเป็นต้องช่วยทศกัณฐ์ทำศึกกับพระราม กุมภกรรณคิดอุบายตัดศึกโดยเนรมิตกายให้ใหญ่เท่าภูเขาแล้วไปนอนขวางทางน้ำเพื่อมิให้น้ำไหลไปถึงที่ตั้งทัพของพระราม ไพร่พลของพระรามจะได้อดน้ำตายภายในเจ็ดวัน เมื่อพระรามรู้อุบายของกุมภกรรณ จึงใช้ให้หนุมานไปทำลายพิธีทดน้ำของกุมภกรรณ เกิดการต่อสู้กันจนกุมภกรรณพ่ายแพ้หนีกลับเข้าเมืองไป

          กุมภกรรณทดน้ำ นำมาใช้เป็นสำนวน หมายถึง ผู้ที่นอนเกะกะขวางทางคนอื่น เช่น หลีกไปให้พ้นทางหน่อย คนจะเดิน มานอนเป็นกุมภกรรณทดน้ำอยู่ได้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ลอยแพ (๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๓)

ลอยแพ

          ลอยแพ มีความหมายว่า ปล่อยให้ตกระกำลำบากตามยถากรรม. สำนวนนี้ปรากฏอยู่ในกาพย์เห่เรือเรื่องกากีที่มีมาตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยา. ในเรื่อง นางกากีมีความสัมพันธ์กับชายถึง ๓ คน คือ ท้าวพรหมทัตที่เป็นสวามี  พญาครุฑที่ลักพานางไป และคนธรรพ์ที่ท้าวพรหมทัตให้ไปตามหานางกากี. เมื่อพญาครุฑทราบความจริงว่านางกากีมีความสัมพันธ์กับคนธรรพ์ด้วยจึงคืนนางแก่ท้าวพรหมทัต  ท้าวพรหมทัตเห็นว่านางเป็นหญิงชั่ว จึงลงโทษด้วยการจับนางลอยแพไปอย่างไม่อาลัยไยดี

          สำนวน ลอยแพ เป็นการปล่อยให้ผู้ใดผู้หนึ่งตกอยู่ในสถานะลำบากตามยถากรรม ด้วยการไม่ให้ความสนใจ ช่วยเหลือ เช่น เพราะเขาชอบยุยงให้เพื่อนร่วมงานผิดใจกัน จึงถูกเพื่อน ๆ ลอยแพ. เมื่อโรงงานประกาศปิดกิจการ คนงานก็ถูกลอยแพ. บริษัทจัดหางานบางบริษัทไม่รับผิดชอบ พาคนงานไปต่างประเทศแล้วลอยแพไม่ดูแลตามสัญญา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ทุเรียน (๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓)

ทุเรียน

          ทุเรียน เป็นคำยืมจากภาษามลายู ดูรียัน. ดูรี แปลว่า หนามหรือก้างปลา. ดูรียัน จึงแปลว่า ผลไม้ที่มีหนาม

          ไทยคงเรียกผลไม้มีหนามชนิดนี้ว่าทุเรียนมานานแล้ว เพราะในพระไอยการลักขณโจร พ.ศ. ๑๙๐๓ ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง กำหนดโทษผู้ลักถอนหรือตัดต้นทุเรียนเล็กให้ปรับไหมต้นละ ๘๐๐๐๐ เบี้ย  ถ้าเป็นต้นใหญ่มีผล ให้ปรับไหมต้นละ ๒๐๐๐๐๐ เบี้ย  เมื่อเทียบกับผลไม้อื่น ๆ เช่น มังคุด มะม่วง ลางสาด มะพร้าว กำหนดโทษผู้ลักถอนหรือตัดต้นทุเรียนไว้หนักที่สุด แสดงว่าทุเรียนเป็นไม้ผลสำคัญ มีราคาแพงที่สุด สาเหตุที่ทุเรียนราคาแพงก็เพราะมีรสอร่อย จนมีคำกล่าวในสมัยนั้นว่า “ได้กินทุเรียนสักพูหนึ่งถึงจะเป็นทาสก็ไม่ว่า”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หนุมานคลุกฝุ่น (๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓)

หนุมานคลุกฝุ่น

          สำนวน หนุมานคลุกฝุ่น มาจากเรื่องรามเกียรติ์ ตอนศึกไมยราพ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ เรื่องมีว่า ไมยราพซึ่งเป็นญาติของทศกัณฐ์ไปลักตัวพระรามมาขังไว้ที่เมืองบาดาล พระลักษมณ์ให้หนุมานไปช่วยพระราม. ไมยราพและหนุมานต่อสู้กันด้วยอาวุธต่าง ๆ  แต่เอาชนะกันไม่ได้ ไมยราพออกอุบายให้ผลัดกันลงนอน แล้วใช้ต้นตาลใหญ่ ๓ ต้นฟั่นเป็นตระบองตีคนละ ๓ ที หนุมานยอมถูกตีก่อน แต่แอบเสกฝุ่นทาตัวให้คงทนจึงตีไม่ตาย ส่วนไมยราพถูกหนุมานตีตาย

          สำนวน หนุมานคลุกฝุ่น ในภาษาไทยไม่มีความหมายว่าทำให้คงทนอย่างในเรื่องรามเกียรติ์ แต่มีความหมายว่า เปรอะเปื้อนสกปรก เช่น วันนี้ทำความสะอาดบ้านทั้งวัน เนื้อตัวสกปรกยังกับหนุมานคลุกฝุ่นแน่ะ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ไม่เอาถ่าน (๙ มิถุนายน ๒๕๕๓)

ไม่เอาถ่าน

          ไม่เอาถ่าน เป็นสำนวน หมายความว่า เหลวไหล ไม่รักดี เช่น เด็กคนนี้ไม่เอาถ่าน เอาแต่เที่ยวเตร่ คบเพื่อนเกเร พ่อแม่ส่งเสียให้เรียนก็ไม่สนใจเรียน

          มีคำถามว่าอะไรที่ไม่เอาถ่าน บางคนสันนิษฐานว่าสิ่งที่ไม่เอาถ่านคือเหล็ก ในการถลุงเหล็กใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิง ถ่านจะปล่อยคาร์บอนออกมาในเตาเผา และเข้าไปผสมอยู่ในเนื้อเหล็ก เหล็กที่มีคาร์บอนหรือถ่านเข้าไปปนอยู่ในเนื้อในปริมาณที่เหมาะสมหลังจากการถลุง เป็นเหล็กที่คุณภาพดี ส่วนเหล็กที่ไม่มีถ่านผสมอยู่ด้วย เป็นเหล็กคุณภาพต่ำกว่า เป็นเหล็กไม่เอาถ่าน

          บางคนสันนิษฐานว่าสิ่งที่ไม่เอาถ่านคือแร่ที่เอามาถลุงให้กลายเป็นทอง. แร่บางอย่างถลุงยาก ใช้ถ่านเผาเท่าไรก็ไม่ละลาย เรียกว่าไม่เอาถ่าน

          ปัจจุบัน ไม่เอาถ่าน ใช้แต่ที่เป็นสำนวน มีความหมายว่า ไม่สนใจการงาน เหลวไหล ไม่รักดี

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.