กลิ้งทูต (๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓)

กลิ้งทูต

          กลิ้งทูต คำว่า ทูต ซึ่งน่าจะเลือนมาจากคำว่า ทูษณ์ ซึ่งเป็นชื่อน้องชายคนหนึ่งของทศกัณฐ์

          ที่มาของสำนวนนี้มีว่า นางสำมนักขาซึ่งเป็นน้องสาวคนสุดท้องของทศกัณฐ์ไปเที่ยวป่า และไปพบพระรามก็เกิดหลงรัก เข้าไปเกี้ยวพาราสี แต่เห็นนางสีดาอยู่ในที่นั้นด้วย จึงเข้าไปทำร้าย พระรามให้พระลักษมณ์จับนางสำมนักขามาลงโทษด้วยการตัดจมูก เท้า และมือ. นางจึงไปฟ้องพญาขร ให้ยกพลพรรคไปรบกับพระราม แต่พญาขรแพ้ ตายในที่รบ พวกไพร่พลที่เหลือตายพากันไปหาพญาทูษณ์ น้องชายรองลงมาให้ไปรบกับพระราม พระรามทำลายกองทัพพญาทูษณ์จนหมดสิ้น พญาทูษณ์ต้องเหาะขึ้นไปแอบบนกลีบเมฆ พระรามแผลงศรพรหมาสตร์ (อ่านว่า พฺรม-มาด) ถูกพญาทูษณ์ตกลงมากลิ้งกับพื้นสิ้นชีวิต.

          กลิ้งทูษณ์ ต่อมาเลือนมาเป็น กลิ้งทูต มีความหมายว่า ล้มกลิ้งกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า เช่น นักมวยฝ่ายแดงถูกต่อยกลิ้งทูตให้กรรมการนับสิบ. หรือหมายความว่า ล้มลงตาย เช่น โจรถูกตำรวจที่ไล่ตามมายิงกลิ้งทูตอยู่กลางถนน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สองมาตรฐาน (๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๓)

สองมาตรฐาน

          คำว่า มาตรฐาน หมายถึงเกณฑ์หรือระดับที่กำหนดสำหรับเทียบ  เพื่อรับรองคุณภาพ  ปริมาณ หรือรูปร่างลักษณะ เป็นต้น ว่าดีหรือเป็นที่ยอมรับ

          คำว่า สองมาตรฐาน ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า double standard  หมายถึง การใช้กฎเกณฑ์ปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ๒ กลุ่มที่แตกต่างกัน ทั้ง ๆ ที่ต้องใช้กฎเกณฑ์ปฏิบัติเดียวกัน เช่น ในสมัยก่อนประเทศสหรัฐอเมริกาใช้สองมาตรฐานในการรับคนผิวขาวกับคนผิวดำเข้าทำงาน.    มหาวิทยาลัยบางแห่งใช้สองมาตรฐานในการรับนิสิตนักศึกษาเพศชายและเพศหญิง.

          เนื่องจากคำว่า สองมาตรฐาน มีความหมายเกี่ยวพันกับเรื่อง ความลำเอียง ความไม่ยุติธรรม  จึงมีผู้เข้าใจความหมายของคำนี้ผิดไป  โดยนำไปใช้ในความหมายว่า ไม่ยุติธรรม หรือ ไม่สม่ำเสมอ เช่น ในกรณีที่พ่อแม่ห้ามลูกผู้หญิงไม่ให้เที่ยวดึก ๆ แต่ไม่ห้ามลูกผู้ชายนั้น ไม่ใช่สองมาตรฐาน เพราะเป็นคนละสถานภาพ และมีความแตกต่างในเรื่องประเพณีและความเสี่ยงภัย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ธนาคาร (๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓)

ธนาคาร

          คำว่า ธนาคาร มาจากคำว่า ธน (อ่านว่า ทะ -นะ) ซึ่งแปลว่า เงิน ทรัพย์สินเงินทอง กับคำว่า อาคาร. ธนาคาร จึงแปลว่า อาคารที่ทำกิจการเกี่ยวกับการเงิน หมายถึง นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน เช่น รับฝากเงิน ให้กู้เงิน ให้สินเชื่อ. ธนาคารมีสำนักงานใหญ่และมีสาขา. ปัจจุบันคำว่า ธนาคาร มีผู้ใช้ความหมายขยายออกไป หมายถึง สถานที่เก็บรักษาสิ่งของหรือสัตว์ต่าง ๆ เพื่อให้บุคคลขอไปใช้เมื่อเกิดความต้องการ เช่น ธนาคารเลือด เป็นที่รวมเลือดซึ่งมีผู้บริจาคไว้สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ด่วน. ธนาคารโคกระบือ เป็นหน่วยงานที่รับบริจาคโคกระบือและให้เกษตรกรยืมโคกระบือไปทำงานคล้ายกับการฝากเงินและกู้ยืมเงินจากธนาคาร. ธนาคารสมอง เป็นที่รวบรวมผู้มีความรู้ความสามารถ ซึ่งมักจะเป็นผู้เกษียณอายุราชการแล้ว มาร่วมกันคิดเพื่อแก้ปัญหาให้แก่ประเทศชาติ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เยียวยา (๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓)

เยียวยา

          คำว่า ยา หมายถึง สิ่งที่ใช้รักษาโรค. เมื่อใช้เป็นคำกริยาหมายถึง ทำให้หายรั่ว เช่น ยาเรือ ทำให้หายหิว เช่น ยาไส้ หมายถึง รักษาให้หายจากโรค ยา ในความหมายนี้มีในภาษาไทดำและในไทถิ่นอื่น ส่วนในภาษาไทยคงมีแต่ในวรรณคดีและในคำว่า เยียวยา ซึ่งหมายถึง รักษาผู้ป่วยให้หายจากโรค   บำบัดโรคให้หายหรือลดลง เช่น เขาป่วยหนักจนหมอไม่สามารถเยียวยาได้.   มะเร็งระยะสุดท้ายมักจะรักษาให้หายไม่ได้แต่พอจะเยียวยาให้บรรเทาอาการลงได้บ้าง. ความหมายของคำว่า เยียวยา ต่อมาได้ขยายกว้างขึ้น   หมายถึง แก้ไข  บำบัด  หรือฟื้นฟูสภาพเลวร้ายที่เกิดขึ้นในที่ใดก็ตามให้ดีขึ้น  เช่น  ปัญหาโลกร้อนต้องอาศัยทุกประเทศช่วยกันเยียวยา.  คนกรุงเทพฯ ขณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ.  รัฐบาลเร่งเยียวยาเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากการจลาจลเผาบ้านเผาเมือง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.