บูรณาการ (๑๙ เมษายน ๒๕๕๐)

บูรณาการ

          คำว่า บูรณาการ มี ๒ ความหมาย ความหมายที่ ๑ คือ ทำให้เป็นเนื้อเดียวกันโดยรวมหรือผสมผสานส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เช่น การสอนภาษาแบบบูรณาการ หมายถึง การรวมทักษะการพูด ฟัง อ่าน เขียน ไว้ในวิชาเดียวกัน หลักสูตรแบบบูรณาการสำหรับภิกษุสามเณร เป็นหลักสูตรที่รวมหลักสูตรธรรมศึกษา บาลีศึกษา และสามัญศึกษา ให้เป็นหลักสูตรเดียว

          ความหมายที่ ๒ ของคำว่า บูรณาการ หมายถึงเชื่อมหรือประสานกับสิ่งอื่นหรือหน่วยงานอื่น เช่น โรงเรียนหลายแห่งบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ที่มีรากฐานจากความเป็นไทยและนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เผลอ (๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐)

เผลอ

          คำว่า เผลอ เขียน สระเอ  ผ ผึ้ง  ล ลิง  อ อ่าง    หมายความว่า เพลิน ปล่อยอารมณ์ เช่น เขานั่งรถมาแล้วเผลอหลับไปเมื่อไรไม่รู้.   แปลว่า ไม่ระวัง ไม่ดูแล เช่น เขาตากปลาแห้งไว้ เผลอไปแผล็บเดียวแมวคาบเอาปลาไปกินเสียแล้ว.

          คำว่า เผลอ เมื่อประสมกับคำอื่น มักจะมีความหมายว่า ไม่ควบคุมไว้ให้มั่นคง เช่น เผลอสติหลงไปเห็นดีเห็นงามกับเงินสินบนที่เขาเอามาล่อ.  เผลอใจไปรักคนที่เขามีเจ้าของแล้ว. ฉันตั้งใจว่าจะไม่ซื้ออะไร แต่ก็เผลอตัวซื้อของที่ไม่ได้ต้องการมาตั้งหลายพันบาท.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

รากหญ้า-รากแก้ว (๒๙ เมษายน ๒๕๕๐)

รากหญ้า-รากแก้ว

          คำว่า รากหญ้า เป็นคำที่แปลมาจากภาษาอังกฤษว่า grass roots (อ่านว่า กร้าส รู้ตส์) ซึ่งเดิมหมายถึง รากของต้นหญ้า  ในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ ในสหรัฐอเมริกามีผู้ใช้คำนี้หมายถึง เขตชนบท เพื่อให้ต่างกับเขตเมือง ต่อมาจึงใช้หมายถึง ประชาชนทั่วไปที่มิใช่ฝ่ายปกครองหรือผู้นำ

          ภาษาไทยรับคำนี้มาใช้เมื่อไม่นานมานี้ ดังปรากฏในข่าวทั่วไปว่า “รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสำหรับชาวรากหญ้าอย่างทั่วถึง” “รัฐบาลจัดการศึกษาให้คนระดับรากหญ้ายังไม่ทั่วถึง”

          อย่างไรก็ตาม มีผู้เห็นว่า คำว่า รากหญ้า มีความหมายโดยนัยว่าต่ำและด้อยค่า จึงเปลี่ยนมาใช้คำว่า รากแก้ว ซึ่งหมายถึงรากที่เป็นหลักหยั่งลึกลงไปในดินของต้นไม้บางชนิด การใช้คำว่า “รากแก้ว” หมายถึง ประชาชนทั่วไป จึงเป็นความหมายที่ให้ความสำคัญแก่ประชาชนมากกว่าการใช้คำว่า “รากหญ้า”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.


กระบวนทัศน์ (๑๘ เมษายน ๒๕๕๐)

กระบวนทัศน์

          คำว่า กระบวนทัศน์ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า paradigm (อ่านว่า พา-รา-ไดม์) หมายถึง กรอบความคิดหรือแนวทางทั่วไปที่ใช้ในการมองโลก หรือหมายถึง ระบบคิด วิธีคิด หรือแบบของการคิดที่ใช้เป็นแนวในการศึกษาวิจัยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเป็นแนวในการจัดระบบในสังคม เช่นใช้ว่า

          – รัฐบาลพยายามเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของสังคมไทยที่เกี่ยวกับสุขภาพ โดยส่งเสริมการออกกำลังกายและการรักษาสุขภาพเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย มากกว่าปล่อยให้เจ็บป่วยแล้วไปรักษากับแพทย์

          – สมัยก่อนคนไทยมีกระบวนทัศน์ว่าผู้ชายเป็นใหญ่เหนือผู้หญิง แต่ปัจจุบันเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ว่าผู้หญิงกับผู้ชายเท่าเทียมกัน จึงมีการแก้กฎหมายหลายฉบับให้สอดคล้องกับกระบวนทัศน์นี้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เลื่อนเปื้อน-เลื่อนลอย (๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐)

เลื่อนเปื้อน-เลื่อนลอย

          คำว่า เลื่อน หมายความว่า เคลื่อน เช่น เลื่อนรถที่จอดขวางประตู.   เลื่อนตัวลงในน้ำ. เมื่อประกอบกับคำว่า เปื้อน และ ลอย เป็น เลื่อนเปื้อน และ เลื่อนลอย จะหมายถึงเคลื่อนในลักษณะ
ที่ต่างกัน
          เราอาจเปรียบเทียบคำว่า เลื่อนเปื้อน กับคำว่า เลื่อนลอย ที่มีความหมายเกี่ยวกับการพูด ดังนี้    พูดเลื่อนเปื้อน หมายถึง พูดเลอะเทอะถือเป็นสาระจริงจังไม่ได้ เช่น พออายุมากเข้าคุณปู่ก็เริ่มพูดจาเลื่อนเปื้อน.  ส่วน คำพูดเลื่อนลอย หมายถึง คำพูดที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน จึงเชื่อไม่ได้ เช่น คำพูดของเขาเลื่อนลอยไม่มีใครเชื่อถือ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

อินทรธนู (๑๗ เมษายน ๒๕๕๐)

อินทรธนู

          คำว่า อินทรธนู (อ่านว่า อิน-ทะ-นู) มาจากคำว่า อินทร (อ่านว่า อิน-ทะ-ระ) สมาสกับคำว่า ธนู แปลตรงตัวคือ ธนูของพระอินทร์ หรือ แถบสีรุ้ง  ใช้เรียกเครื่องประดับบ่าของตัวละครตัวพระและตัวยักษ์ ซึ่งเป็นรูปโค้งงอขึ้นไป

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดให้ใช้คำว่า อินทรธนู สำหรับเรียกเครื่องประดับบ่าเพื่อแสดงยศของทหาร ตำรวจ เสือป่า ลูกเสือ เป็นต้น  เครื่องประดับบ่าอย่างนี้เดิมเรียกกันต่าง ๆ เช่น บ่า บ่ายศ หรือกำมะหยี่ติดบ่า   ปัจจุบันเรียกว่า อินทรธนู หรือ บ่า

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.