ลาในหนังราชสีห์ (๑๙ กันยายน ๒๕๕๓)

ลาในหนังราชสีห์

          สำนวนนี้มีความหมายว่า คนที่ไม่มีความรู้ความสามารถ แต่หลอกให้คนอื่นเข้าใจผิดว่ามีความรู้ เมื่อถูกจับได้ก็จะเป็นอันตรายแก่ตนเอง เช่น ผู้ที่ใช้ปริญญาบัตรปลอม เปรียบเหมือนลาในหนังราชสีห์ เมื่อถูกจับได้ว่าไม่มีความรู้จริงก็จะถูกไล่ออกจากงาน. สำนวนนี้มีที่มาจากนิทานชาดกเรื่องหนึ่งคือ สีหจัมมชาดก (อ่านว่า สี-หะ -จัม-มะ-ชา-ดก) เรื่องมีว่า เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นชาวนา มีพ่อค้าเร่คนหนึ่งนำสินค้าบรรทุกหลังลาเดินทางไปค้าขายยังที่ต่าง ๆ  วันหนึ่งมาหยุดพักใกล้ทุ่งนาแห่งหนึ่ง แล้วเอาหนังราชสีห์คลุมหลังลาไว้ ส่วนตนเองเข้าไปในหมู่บ้าน ลาเมื่อถูกปลดสัมภาระแล้วก็เดินไปเล็มข้าวในทุ่งนา ชาวนาเห็นเข้าคิดว่าเป็นราชสีห์ ตกใจวิ่งหนีไปบอกผู้คนว่ามีราชสีห์หลงเข้ามา  คนทั้งหลายจึงพากันถืออาวุธวิ่งเข้าไปและส่งเสียงขับไล่ ลาตกใจจึงส่งเสียงร้องออกมา พระโพธิสัตว์รู้ว่าไม่ใช่ราชสีห์ ได้บอกให้ชาวนารู้ ชาวนาโกรธลาจึงทุบตีลาจนตาย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

โรคอุบัติใหม่-โรคอุบัติซ้ำ (๒๙ กันยายน ๒๕๕๓)

โรคอุบัติใหม่-โรคอุบัติซ้ำ

          โรคอุบัติใหม่คือโรคที่เกิดขึ้นโดยไม่เคยมีรายงานว่ามีโรคนี้มาก่อน เช่น โรคไข้หวัดนก โรคไข้หวัด ๒๐๐๙. โรคเอดส์เมื่อครั้งเริ่มรายงานเมื่อปี ๒๕๒๔ ในขณะนั้นก็เรียกว่าโรคอุบัติใหม่

          โรคอุบัติซ้ำ คือโรคที่เกิดขึ้นหรือระบาดมาก่อน  แล้วไม่พบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคนี้มาเป็นเวลานาน แต่กลับมาพบผู้ป่วยโรคนี้ขึ้นใหม่ เช่น กาฬโรค โรคฝีดาษ ซึ่งหายไปเป็นเวลาหลายปีแล้ว หากพบผู้เป็นโรคดังกล่าวรายใหม่หรือเกิดระบาดใหม่ ก็จะเรียกว่าโรคอุบัติซ้ำ

          บางครั้งมีผู้อนุโลมใช้คำว่าโรคอุบัติซ้ำ เรียกโรคซึ่งเคยมีผู้คนเป็นกันมากมาย ต่อมาจำนวนผู้เป็นโรคลดลงเรื่อย ๆ ต่อเนื่องมาเป็นเวลานานจนแทบไม่มีผู้ป่วยแล้ว แต่กลับมามีผู้ป่วยอีก เช่น วัณโรค โรคมาลาเรีย โรคเท้าช้าง. โรคเหล่านี้กลับมาเป็นปัญหาด้านสาธารณสุข เพราะระบบการดูแลสุขภาพของแรงงานต่างชาติยังไม่ดีพอ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

แขม (๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓) (ออกอากาศซ้ำ)

แขม

          คำที่เขียน แขม ในภาษาไทยออกเสียงว่า แขม. ข เป็นพยัญชนะต้น  ม เป็นตัวสะกด.

          แขม เป็นชื่อไม้ล้มลุก ชอบขึ้นในที่ชุ่มชื้น หรือตามชายน้ำชายเลนซึ่งห่างจากตัวบ้าน. พงแขม คือบริเวณที่มีต้นแขมขึ้นมากมาย จนมีลักษณะเป็นพง.

          หนองน้ำที่มีต้นแขมขึ้นมากเรียกว่า หนองแขม ซึ่งเป็นชื่อเขตหนึ่งทางฝั่งธนบุรี.

          สำนวน ปลายอ้อปลายแขม หมายความว่า อยู่ที่ไกลที่ไหนไม่ทราบ มักใช้เมื่อกล่าวถึงคนที่ยังไม่เกิดหรือยังไม่เป็นตัวเป็นตน เช่น ตอนที่คุณพ่อคุณแม่ย้ายมาอยู่ที่นี่ เรายังไม่เกิด ยังอยู่ปลายอ้อปลายแขมที่ไหนก็ไม่รู้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.