บันไดเลื่อน (๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓)

บันไดเลื่อน

          บันไดเลื่อน หมายถึงบันไดที่เลื่อนขึ้นหรือลงได้ด้วยกำลังไฟฟ้า   ทำด้วยหลักการของโซ่ที่ไม่มีปลาย  หมายความว่า  ขั้นบันไดนั้นทำเป็นโซ่ขนาดใหญ่ที่ต่อกันเป็นวงกลมหมุนเชื่อมระหว่างอาคารชั้นล่างกับชั้นที่อยู่สูงขึ้นไป   เมื่อบันไดเลื่อนก็จะพาคนที่ยืนบนบันไดขึ้นไปหรือลงมาโดยไม่ต้องก้าวขาเดิน    บันไดเลื่อน เกิดขึ้นตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๔๓ หรือคริสต์ศักราช ๑๙๐๐  เพื่อช่วยนำผู้โดยสารลงไปขึ้นรถไฟใต้ดินสายแมนฮัตตัน และนำผู้โดยสารขึ้นมาบนพื้นดิน.  บันไดเลื่อนนำเข้ามาในประเทศไทยโดยบริษัทไดมารุ ของญี่ปุ่น  ซึ่งมาเปิดห้างสรรพสินค้าที่ถนนราชประสงค์.  ปัจจุบันนอกจากบันไดเลื่อนแล้ว ยังมีทางเดินที่ช่วยผู้คนให้ไปถึงที่หมายโดยไม่ต้องเดิน ใช้หลักการเดียวกันกับบันไดเลื่อน เรียกว่า ทางเลื่อน เช่นที่สนามบินสุวรรณภูมิมีทางเลื่อนเพื่อช่วยผ่อนแรงผู้โดยสารเครื่องบิน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หลับใหล (๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๓) (ออกอากาศซ้ำ)

หลับใหล

          คำว่า ใหล ที่ใช้ไม้ม้วน ไม่ใช้ลำพัง ต้องใช้ซ้อนกับคำอื่น ได้แก่ ใช้ซ้อนกับคำว่า หลง เป็น หลงใหล  และซ้อนกับคำว่า หลับ เป็น หลับใหล     คำว่า ใหล ที่ใช้ไม้ม้วนนี้น่าจะหมายถึงละเมอ เพราะในภาษาลาวมีคำว่า ใหล (สะกดด้วยสระไอ ไม้ม้วน) หมายถึง ละเมอหรือพูดในเวลาเผลอ สติอย่างคนบ้าจี้ที่ถูก หลอกให้ตกใจแล้วพูดโพล่งออกมา และในภาษาไทขาวซึ่งเป็นภาษาของชาวไทที่อยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีคำที่ออกเสียงคล้าย ๆ เหล่อ หมายถึง ละเมอ เช่น นอนเหล่อ หมายถึง นอนละเมอ   คำว่า เหล่อ ในภาษาไทขาว น่าจะเป็นคำเดียวกับคำว่า ใหล ในภาษาไทยและภาษาลาว

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ภัยธรรมชาติ (๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓) (ออกอากาศซ้ำ)

ภัยธรรมชาติ

          ภัยธรรมชาติ หมายถึงอันตรายที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งบางคนเชื่อว่าเป็นกฎแห่งกรรม บางคนเชื่อว่าเป็นเพราะพระเจ้าลงโทษ บางคนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผล หาคำอธิบายถึงสาเหตุไม่ได้ และบางคนก็คิดว่าเป็นผลทางอ้อมของการกระทำของมนุษย์. ภัยธรรมชาติ จึงเป็นอุบัติภัยและมักก่อให้เกิดภัยพิบัติแก่มนุษย์ เช่น อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด เป็นภัยธรรมชาติ. ชาวนามีชีวิตลำเค็ญ บางครั้งต้องประสบภัยธรรมชาติ เช่น โรคพืช  ฝนแล้ง ตั๊กแตนระบาด  น้ำท่วม.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เคลือบแคลง-เคลือบแฝง (๒๑ กันยายน ๒๕๕๓)

เคลือบแคลง-เคลือบแฝง

          เคลือบแคลง ประกอบด้วยคำ เคลือบ และ แคลง. พยัญชนะต้นของทั้ง ๒ คำ เป็นพยัญชนะควบกล้ำ ค ควบกับ ล

          เคลือบแคลง มีความหมายว่า สงสัยเพราะรู้สึกว่ามีข้อเท็จจริงบางอย่างที่ปกปิดอยู่ เช่น พนักงานยังเคลือบแคลงคำชี้แจงของผู้จัดการเรื่องงบดุลของบริษัทว่าน่าจะมีเรื่องอื่น ๆ ซ่อนเร้นอยู่.  การกระทำของเขาเป็นที่เคลือบแคลงว่ามีหลายอย่างไม่ชอบมาพากล

          ส่วนคำ เคลือบแฝง หมายถึง ไม่กระจ่างชัด ทำให้เป็นที่สงสัยว่ามีสิ่งหรือมีเรื่องไม่สุจริตซ่อนเร้นอยู่ เช่น กรอบการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ น่าจะมีปัญหาบางอย่างเคลือบแฝงอยู่. ตำรวจเห็นว่าคำให้การของผู้ต้องหามีอะไรหลายอย่างที่เคลือบแฝงอยู่. หรือมีความหมายว่า ซ่อนเร้น เช่น การที่เขาขอเข้ามามีส่วนอุปถัมภ์การจัดงานช่วยเหลือเด็กกำพร้าครั้งนี้ น่าจะมีเจตนาไม่ดีเคลือบแฝงอยู่

          เคลือบแคลง และ เคลือบแฝง ต่างก็มีนัยของความสงสัย แต่มีความหมายและการใช้ต่างกัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คน-ศพ (๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๓) (ออกอากาศซ้ำ)

คน-ศพ

          คำลักษณนามสำหรับคำนามว่า คน ก็คือ คน ไม่ว่าจะเป็นคนตาย คนเป็น คนชั่ว คนดี ก็ใช้คำลักษณนามว่า คน เช่น มีคนตาย ๓ คน 
          ส่วนคำลักษณนามว่า ศพ นั้น ใช้กับคำนามว่า ศพ เช่น เกิดอุบัติเหตุ มีคนตาย ๓ คน ญาติมารับศพแล้ว ๒ ศพ เหลืออีกศพหนึ่ง ญาติยังไม่มารับ
          จะสังเกตได้ว่า คำลักษณนามในภาษาไทยต้องสัมพันธ์กับคำนามที่มาข้างหน้า เมื่อพูดถึงคนตายก็นับเป็นคน เมื่อพูดถึงศพก็นับเป็นศพ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ประจักษ์พยาน (๑ ตุลาคม ๒๕๕๓)

ประจักษ์พยาน

          ประจักษ์พยาน มาจากคำว่า ประจักษ์ แปลว่า ปรากฏชัดแก่ตา กับคำว่า พยาน แปลว่า ผู้รู้เห็นเหตุการณ์ในคดี. ประจักษ์พยาน เป็นภาษากฎหมาย หมายถึง บุคคลที่เห็น ได้ยิน หรือรับรู้เหตุการณ์และเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวแก่คดีด้วยตนเองโดยตรง ไม่ได้รับรู้ผ่านคำบอกเล่าของผู้อื่นและไม่ได้จินตนาการเอาเองว่าเกิดเหตุการณ์อย่างนั้น เกิดเรื่องราวอย่างนี้ เช่น คดีปล้นร้านทองขาดประจักษ์พยานและหลักฐานอื่น ๆ ศาลจึงยกฟ้อง.  เขาอยู่ข้างห้อง ได้ยินเสียงสามีขู่ฆ่าภรรยา แล้วมีเสียงปืนตามมา เขาจึงสามารถเป็นประจักษ์พยานในคดีฆาตกรรมได้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.