ศักยภาพ (๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓)

ศักยภาพ

          คำว่า ศักยภาพ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า potentiality  เป็นคำที่ประกอบด้วยคำว่า ศักย (อ่านว่า สัก-กะ -ยะ) หมายถึง อาจ หรือสามารถ และ ภาพ  หมายถึง ภาวะ หรือความมี ความเป็น. คำว่า ศักยภาพ หมายถึง พลังหรือคุณสมบัติที่แฝงอยู่ในสิ่งต่าง ๆ สามารถพัฒนาให้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ได้ คนที่มีศักยภาพคือคนที่มีความสามารถซ่อนอยู่ภายใน หากได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่และถูกทาง  ความสามารถสูงสุดก็จะปรากฏขึ้น เช่น ครูควรแนะแนวให้นักเรียนได้พัฒนาความสามารถตามศักยภาพของแต่ละคน ไม่ใช่ตามกระแสสังคม.  เด็กบางคนมีศักยภาพด้านดนตรี แต่หากไม่ได้ฝึกฝนหรือได้รับการสนับสนุนเพียงพอ ก็ไม่สามารถเป็นนักดนตรีที่ดีได้.  วิทยานิพนธ์เรื่องนี้แสดงศักยภาพของผู้เขียนว่าจะเป็นนักวิจัยที่ดีในอนาคต.  มีคุณสมบัติหลายอย่างในตัวเขาที่ทำให้เราเชื่อได้ว่าเขามีศักยภาพที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ดังนั้น (๓ มกราคม ๒๕๕๔)

ดังนั้น

          คำว่า ดังนั้น เป็นคำที่ทำหน้าที่เชื่อมข้อความหรือประโยค ๒ ประโยค ให้ต่อเนื่องเป็นเหตุเป็นผลกัน.   ดังนั้น หมายถึง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว  ปรากฏระหว่างประโยค ๒ ประโยค ประโยคแรกมีเนื้อความแสดงสาเหตุ ส่วนประโยคหลังมีเนื้อความแสดงผลที่เกิดจากสาเหตุนั้น  เวลาพูดหรือเขียนมักมีการหยุดเว้นวรรคระหว่างประโยคแรก กับคำว่า ดังนั้น  เช่น  ตอนนี้หมูราคาแพงขึ้นมาก ดังนั้นชาวบ้านจึงหันไปบริโภคเนื้อสัตว์อื่นๆแทน.  เขาชอบว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ   ดังนั้นถ้ามีใครมาชวนไปเที่ยวทะเล เขาจะตอบตกลงทันที.  เยาวชนไทยมีความสามารถมาก  ดังนั้นจึงชนะการแข่งขันระดับนานาชาติ.  เด็กคนนี้เรียนเก่ง  นิสัยดี  มีความรับผิดชอบ มีสัมมาคารวะและมีความกตัญญูต่อพ่อแม่  ดังนั้นเขาจึงได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คันฉ่อง (๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๓)

คันฉ่อง

          คันฉ่อง เป็นคำเรียกเครื่องใช้เป็นแผ่นกลมทำด้วยโลหะขัดจนเป็นเงา ใช้ส่องหน้าเช่นเดียวกับกระจกซึ่งในปัจจุบันทำด้วยแก้ว คำว่า กระจก เป็นคำที่รับมาจากภาษาเขมรว่า กญฺจก่ (อ่านว่า ก็อญ-จ็อก). คันฉ่อง มักมีด้ามสำหรับถือ. คันฉ่อง ประกอบด้วยคำว่า คัน กับ ฉ่อง. คัน คือ ด้ามของวัสดุสำหรับถือ. ฉ่อง เป็นคำเดียวกับคำว่า ส่อง. ต่อมาคำว่า คันฉ่อง ใช้เรียกกระจกส่องหน้าแบบหนึ่งที่ตั้งบนโต๊ะเครื่องแป้ง เป็นกระจกที่มีขอบไม้โดยรอบ. ตรงกลางขอบด้านตั้งทั้งสองข้างเจาะรูสอดไม้เป็นเดือย เชื่อมกับขอบไม้ที่ติดอยู่กับเสาทั้ง ๒ ข้าง ทำให้แผ่นกระจกเอียงไปมาเพื่อปรับระดับให้เหมาะแก่ผู้ที่ใช้กระจกได้.  โต๊ะเครื่องแป้งแบบที่ติดตั้งคันฉ่องมักทำเป็นโต๊ะเตี้ย มีลวดลายประดับงดงาม จัดเป็นงานศิลปกรรมอย่างหนึ่งของไทย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กรรม (๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓)

กรรม

          คำว่า กรรม  เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤต ว่า  กรฺมนฺ (อ่านว่า  กัร-มัน)  ตรงกับคำในภาษาบาลีว่า  กมฺม  ( อ่านว่า  กัม-มะ)  แปลว่า การกระทำ.  หลักที่สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา ถือว่าเมื่อมีเหตุแล้วต้องมีผล  หรือผลต้องมาจากเหตุ   ทำอย่างใดย่อมได้รับผลอย่างนั้น ทำดีย่อมได้รับผลดี ที่ได้รับผลชั่วก็เพราะได้ทำชั่ว.  ไม่ว่าจะกระทำในที่ลับหรือที่แจ้ง   จะมีผู้อื่นรู้เห็นหรือไม่  ผลย่อมเกิดตามกรรมเสมอ.   สิ่งที่เราพบประสบในชีวิตนี้เป็นผลแห่งกรรมที่เราประกอบไว้ในอดีต  ทั้งในชาตินี้และชาติก่อน ๆ   ความโชคดีหรือเคราะห์ร้ายที่ได้รับเป็นผลแห่งกรรมที่ตนเองตัดสินใจทำเองทั้งสิ้น   แต่การกระทำนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่กระทำในชาตินี้  คนที่ได้รับผลร้ายเคราะห์ร้ายหรือความเลวร้ายต่าง ๆ  เกิดจากกรรมของตนเองในอดีต  ไม่ใช่พรหมลิขิต ไม่ใช่ คำอธิษฐานหรือการสวดอ้อนวอนใด ๆ   คนที่ต้องการสิ่งดีผลดี จึงต้องทำกรรมดี.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เครื่องจิ้ม (๒ มกราคม ๒๕๕๔)

เครื่องจิ้ม

          เครื่องจิ้ม เป็นชื่อเรียกรวมของกับข้าวในสำรับอาหารไทยที่ปรุงรสได้หลากหลาย ใช้รับประทานกับผัก เครื่องจิ้มที่รู้จักกันดีและนิยมรับประทานกันทั่วไป เช่น น้ำพริก หลน จ่อม เจ่า แจ่ว และน้ำปลาหวาน

          วิธีการปรุงและรสชาติของเครื่องจิ้มแต่ละอย่างแตกต่างกันออกไปตามความนิยมของคนในท้องถิ่น. เครื่องจิ้มของคนภาคกลางมีชื่อเรียกตามเครื่องปรุงหลัก เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกมะม่วง น้ำพริกมะขาม   การปรุงน้ำพริกต้องให้ได้รสกลมกล่อม ส่วนใหญ่จะมีรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และอาจมีรสหวานเล็กน้อย.  เครื่องจิ้มในท้องถิ่นภาคเหนือมีน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี แจ่ว ปลาร้าสับ. ภาคใต้มีบูดูยำ น้ำพริกกุ้งเสียบ เป็นต้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.