รำวง (๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔)

รำวง

          รำวง เป็นการแสดงเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงของคนในสังคม มักจะเป็นการเล่นสลับกับการเต้นรำ เนื่องจากผู้เล่นออกเป็นคู่ชายหญิงอยู่แล้ว. มีการรำเป็นวงประกอบเพลงร้องที่มีจังหวะสนุกสนาน เนื้อร้องใช้ถ้อยคำที่จดจำได้ง่าย และมักจะร้องซ้ำไปซ้ำมา เพื่อให้ผู้เล่นร้องได้ด้วย. รำวงเป็นการเล่นที่พัฒนามาจากการเล่นรำโทน ซึ่งเป็นการเล่นพื้นเมืองมาแต่เดิม. ลักษณะการเล่นเดิมนั้น ใช้เพียงโทนประกอบการปรบมือให้จังหวะเพลง การร่ายรำไม่มีท่าทางที่กำหนดอย่างใด จนมาถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒  รัฐบาลซึ่งมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม  เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องการปลอบขวัญประชาชนไม่ให้กังวลหวาดกลัวและเป็นทุกข์กับภัยสงครามจึงให้ประชาชนเล่นรำวงกัน  มีการเพิ่มดนตรีให้ไพเราะน่าฟังขึ้น แต่งเพลงร้องขึ้นใหม่ รวมทั้งให้กรมศิลปากรกำหนดท่ารำให้สวยงาม เป็น รำวงมาตรฐาน เข้ากับเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ด้วย เช่น เพลงงามแสงเดือน บูชานักรบ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

นางไม้ (๒ มีนาคม ๒๕๕๔)

นางไม้

          นางไม้เป็นเทวดาที่อยู่ประจำตามต้นไม้ใหญ่ ๆ  นางไม้สร้างวิมานเป็นที่อยู่บนต้นไม้ ไม่มีใครสามารถแลเห็นวิมานนั้น. แต่ถ้าใครตัดต้นไม้นั้น นางไม้ก็จะไม่มีที่อยู่ นางไม้จึงต้องแสดงฤทธิ์ทำให้คนไม่กล้าตัดต้นไม้ เช่น ทำให้คนที่ตัดต้นไม้ล้มเจ็บเป็นไข้หรือคลุ้มคลั่ง เป็นต้น. ตามจินตนาการของคนแต่ก่อน นางไม้เป็นหญิงสาวสวย ผมยาวประบ่า นุ่งผ้าจีบ ห่มผ้าสไบเฉียง. ต้นไม้บางต้นมีเทวดาอยู่ ซึ่งมักเรียกว่า รุกขเทวดา (อ่านว่า รุก-ขะ -เท-วะ -ดา). ในวรรณคดีไทยมักจะให้รุกขเทวดาซึ่งอยู่ประจำที่ต้นไทร เรียกว่า พระไทร มีบทบาทเป็นผู้ช่วยพระเอก. พระไทรมักจะมาอุ้มพระเอกซึ่งเป็นกษัตริย์หรือพระราชโอรสที่มาประทับพักแรมใต้ต้นไทรไปให้เป็นสามีของนางเอก เช่น อุ้มพระอุณรุทไปนอนกับนางอุษาเป็นต้น เรียกเป็นศัพท์ทางวรรณคดีว่า พระไทรอุ้มสม หรือ เทวาอุ้มสม เช่น เสียแรงชื่ออุษานารี ไยไม่มีเทวามาอุ้มสม.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

สินบน (๒๙ มกราคม ๒๕๕๔)

สินบน

          คำว่า สินบน หมายถึง ทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ให้แก่บุคคลเพื่อให้ผู้นั้นกระทำการหรือละเว้นไม่กระทำการตามที่ผู้จ่ายเงินสินบนต้องการ. คำว่า สินบน ประกอบด้วยคำว่า สิน กับคำว่า บนสิน เป็นคำไทย แปลว่า ทรัพย์. บน เป็นคำภาษาเขมรว่า บน่ (อ่านว่า บ็อน) หมายถึงการขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วย โดยสัญญาว่าหากช่วยให้สำเร็จแล้วจะให้สิ่งของตอบแทน.  สินบน จึงหมายถึงเงินที่ให้ในลักษณะการบน แต่เป็นการบนเพื่อให้ช่วยในการทุจริต. การให้สินบนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง. การให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเพื่อให้อนุมัติโครงการต่าง ๆ ทำให้รัฐต้องจ่ายเงินมากกว่าที่ควรจ่ายจริงหลายเท่า จัดเป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยตรง

          มีการจ่ายเงินที่เรียกว่าเงินสินบนอีกประเภทหนึ่ง คือเงินที่จ่ายให้แก่ผู้นำจับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย  ภาษาไทยเรียกว่า สินบนนำจับ เช่น ผู้ที่ช่วยชี้เบาะแสให้ตำรวจจับผู้ร้ายหรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด จะได้รับสินบนนำจับ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อาบน้ำศพ (๑๘ มกราคม ๒๕๕๔)

อาบน้ำศพ

          ตามประเพณีไทยเมื่อผู้ใดผู้หนึ่งสิ้นชีวิตลง ญาติพี่น้องจะทำพิธีอาบน้ำศพ คือชำระล้างร่างกายผู้ตายให้สะอาด แต่งกายด้วยเสื้อผ้าให้สวยงามเรียบร้อย. ปัจจุบันเมื่ออาบน้ำศพเรียบร้อยแล้ว มักจะเชิญญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ผู้ที่เคารพนับถือมาอาบน้ำศพอีกครั้งหนึ่งด้วยน้ำอบไทย. การอาบน้ำศพในช่วงนี้มักใช้วิธีรดน้ำลงที่มือของผู้ตาย และมักเรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า รดน้ำศพ. การรดน้ำศพเป็นโอกาสให้ลูกหลาน ญาติพี่น้อง และมิตรสหายผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้ขออโหสิกรรมจากผู้ตาย และได้เห็นหน้าผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย. ผู้ที่เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป และข้าราชการฝ่ายทหารตำรวจยศชั้นร้อยตรีขึ้นไป อาจขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพได้ ตามวิธีการที่กองพระราชพิธี สำนักพระราชวังได้กำหนดไว้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ระบำ-เต้นรำ (๑๒ มีนาคม ๒๕๕๔)

ระบำ-เต้นรำ

          ระบำ เป็นคำนาม เรียกการแสดงท่ารำประกอบดนตรีและเพลงร้อง มักใช้ผู้แสดงหลายคน เป็นชุดที่มุ่งความสวยงามและความพร้อมเพรียงกัน. ระบำมักเป็นการแสดงที่ใช้ประกอบในการแสดงละคร อย่างในละครเรื่องพระลอ มีการแสดงระบำไก่ ละครเรื่องไกรทอง มีระบำมัจฉา ในละครเรื่องรามเกียรติ์ มีระบำดาวดึงส์ เป็นต้น.  การแสดงระบำไม่ต้องประกอบกับการแสดงละครก็มี เช่น ระบำนพรัตน์ ระบำสี่ภาค ระบำเก็บใบชา ระบำกะลา.  นอกจากนี้คำว่า ระบำ ยังใช้เรียกการแสดงเต้นรำของชาวต่างชาติ เช่น ระบำปลายเท้า คือการเต้นบัลเล่ต์ที่ผู้แสดงเต้นรำแบบชาวตะวันตก ซึ่งมีท่าเต้นที่ผู้เต้นต้องยืนด้วยปลายเท้าด้วย

          ระบำ ต่างกับ เต้นรำ ซึ่งเน้นการเคลื่อนตัวที่เป็นจังหวะในการก้าวเท้าให้เข้ากับจังหวะเพลงที่แตกต่างกันไป โดยการลงจังหวะหนึ่ง จะก้าวเท้าแบบหนึ่ง เมื่อเปลี่ยนจังหวะเพลง การก้าวเท้าก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบหนึ่ง. การเต้นรำจะเต้นเป็นคู่ชายหญิง เป็นกิจกรรมเพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนานของผู้เต้นรำ ไม่ใช่การแสดงให้ผู้อื่นชม ปัจจุบันอาจจะจัดเป็นการแสดงเพื่อให้ผู้อื่นชมหรือจัดแข่งเป็นกีฬาประเภทหนึ่งด้วย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ประเคน-อังคาส (๑ มีนาคม ๒๕๕๔)

ประเคน-อังคาส

          ประเคน เป็นคำกริยาที่ฆราวาสยกสิ่งของถวายให้แก่พระภิกษุ โดยการยกสิ่งของนั้นด้วยมือทั้งสอง ถ้าเป็นผู้ชายจะส่งสิ่งของนั้นให้ถึงมือพระภิกษุ ถ้าเป็นผู้หญิงจะส่งให้ถึงมือไม่ได้ ต้องยกของที่จะถวายนั้นวางบนผ้าหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง พระภิกษุจะจับปลายผ้าหรือสิ่งที่ใช้รับของประเคนไว้ ของใดยังไม่ได้ประเคน ภิกษุจะใช้ของนั้นไม่ได้ อาหารที่ยังไม่ได้ประเคน ภิกษุก็จะฉันไม่ได้.  เมื่อประเคนแล้ว ฆราวาสจะไม่จับของนั้นอีก ถ้าไปจับก็ต้องประเคนใหม่.  ในการทำบุญเลี้ยงพระ เจ้าภาพจะจัดคนดูแลการฉันภัตตาหารของพระภิกษุ เช่นนำอาหารมาประเคนเพิ่ม. การดูแลพระภิกษุในเวลาฉันภัตตาหารอย่างนี้ เรียกว่า อังคาส (อ่าน อัง-คาด) คำว่า อังคาส เป็นคำจากภาษาเขมรว่า องฺคาส (อ่านว่า อ็อง-เกี๊ยะส์) แปลว่า ถวายของพระ แต่ในภาษาไทยใช้ อังคาส แปลว่า ดูแลปรนนิบัติพระในเวลาฉันภัตตาหาร

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.