มอมเป็นแมว (๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔)

มอมเป็นแมว

          มอมเป็นแมว เป็นสำนวนหมายความว่า  ขะมุกขะมอม  สกปรกเหมือนกับแมว  ที่เปรียบดังนี้เพราะเเมวเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ในที่อบอุ่น    สมัยก่อนแมวมักอยู่ในครัว  นอนในเตาไฟที่ดับแล้วจึงคลุกกับขี้เถ้า  บางครั้งก็นอนในกองถ่านป่น ๆ และแมวไม่ชอบน้ำ  ไม่ชอบอาบน้ำ คนจึงเห็นว่า  แมวมักจะขะมุกขะมอม  บางทีก็บอกว่า  หน้ามอมเป็นแมวคราว  ซึ่งเป็นคำเปรียบหมายความว่า  หน้ามอมแมม  สกปรกแล้วยังดูน่ากลัวด้วย  เพราะแมวคราวเป็นแมวตัวผู้ที่มีขนาดใหญ่  ท่าทางดุร้ายและไม่ขี้ประจบเหมือนแมวอื่น ๆ

          ลักษณะของแมวที่นำมาใช้เป็นสำนวน  นอกจากจะใช้ว่ามอมเป็นแมวแล้ว  ยังมีสำนวนว่า  ม่อล่อกม่อแล่ก อย่างกับลูกแมวตกน้ำ  ซึ่งหมายถึง  เปียกปอนไม่น่าดู.  กินเป็นแมวดม  หมายความว่า กินน้อย. ใช้แมวเฝ้าปลาย่าง  หมายความว่า  ให้หญิงชายที่มีแนวโน้มจะชอบพอกันอยู่ใกล้กันก็อาจจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีไม่งามได้  เป็นต้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

แช่อิ่ม (๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔)

แช่อิ่ม

          แช่อิ่ม ประกอบด้วยคำว่า แช่ กับคำว่า อิ่ม. แช่ หมายถึง นำสิ่งใดสิ่งหนึ่งใส่ลงในน้ำหรือของเหลวอย่างอื่นชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วนำขึ้น เช่น แช่ข้าวเหนียวก่อนนำไปนึ่ง. แช่ผักสดในน้ำผสมด่างทับทิมเพื่อฆ่าเชื้อโรค.   ส่วนคำว่า อิ่ม หมายถึง เต็มที่ เต็มแล้ว พอแล้ว

          แช่อิ่ม เป็นวิธีถนอมอาหารประเภทผลไม้ โดยนำผลไม้ลงแช่ในน้ำตาลเชื่อมจนอิ่มตัว ผลไม้ที่นำมาแช่อิ่มส่วนใหญ่มีรสเปรี้ยว เช่น มะม่วง มะดัน ตะลิงปลิง.   เนื้อในของเปลือกส้มโอ และพืชที่มีรสขม เช่น บอระเพ็ด ก็สามารถนำมาแช่อิ่มได้. วิธีแช่อิ่มมีขั้นตอนคือ นำผลไม้มาดอง คือแช่หรือหมักไว้ในน้ำเกลือชั่วระยะเวลาหนึ่งจนผลไม้นั้นคลายรสเปรี้ยวลงมากแล้วจึงนำมาแช่ในน้ำเชื่อมที่เข้มข้นเพื่อให้น้ำเชื่อมซึมซาบเข้าไปในผลไม้อย่างเต็มที่จนผลไม้มีรสหวานมากกว่าเปรี้ยว จึงเรียกวิธีการดังกล่าวว่า แช่อิ่ม และเรียกผลไม้ที่ผ่านกรรมวิธีดังกล่าวว่าผลไม้แช่อิ่ม เช่น มะม่วงแช่อิ่ม มะดันแช่อิ่ม บอระเพ็ดแช่อิ่ม

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หัวโจก (๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔)

หัวโจก

          คำว่า หัวโจก หมายถึง ผู้นำกลุ่มของผู้ที่ประพฤติเกกมะเหรกเกเร จัดว่าเป็นคนที่ประพฤติเกกมะเหรกเกเรที่สุด. คำว่า โจก ก็แปลว่า หัวหน้า แต่เป็นหัวหน้าในทางไม่ดี. หัวโจก จึงแปลตามตัวว่า ผู้ที่เป็นหัวหน้าของหมู่คนไม่ดีทั้งหลาย. เดิมใช้กับผู้นำในกลุ่มเด็กเกเร ทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ มีลักขโมยผลไม้บ้าง แอบสูบบุหรี่บ้าง รังแกสัตว์ต่าง ๆ บ้าง ยกพวกตีกันบ้าง เช่น ในบรรดาเด็กวัดที่เกเรนี่ เจ้าเบิ้มเป็นหัวโจก ชอบพาเพื่อนไปเที่ยวลักขโมยผลหมากรากไม้ของชาวบ้าน. เด็กแว้นพวกนี้มีหัวโจกคอยชักชวนให้ไปซิ่งมอเตอร์ไซค์. ปัจจุบันใช้กับผู้ใหญ่ด้วย เช่น ตำรวจรู้ตัวหัวโจกผู้ก่อเหตุปาก้อนหินใส่รถที่วิ่งผ่านไปมาแล้ว. นักเลงโตคนนี้เป็นหัวโจกเที่ยวเกะกะระรานชาวบ้าน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เชื้อชาติ-สัญชาติ (๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔)

เชื้อชาติ-สัญชาติ

          เชื้อชาติ  หมายถึงลักษณะเฉพาะทางชีวภาพของคนซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนจากลักษณะรูปพรรณ สีผิว  เส้นผม  และนัยน์ตา  ผู้ที่มีเชื้อชาติเดียวกันจะมีความรู้สึกผูกพันทางสายเลือดและทางวัฒนธรรม ทำให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ถ้ายิ่งนับถือศาสนาเดียวกันก็จะรู้สึกผูกพันกันยิ่งขึ้น. ส่วนสัญชาติ หมายถึงการเป็นสมาชิกหรือประชาชนของประเทศใดประเทศหนึ่งตามกฎหมาย  แม้ลักษณะของบุคคลทางชีวภาพและวัฒนธรรมอาจแตกต่างกัน ผู้ที่เกิดในประเทศใดก็จะได้สัญชาติของประเทศนั้น ผู้ที่ถือสัญชาติของประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็จะเป็นประชาชนประเทศนั้น ๆ ด้วย.  สัญชาติเป็นสิ่งที่โอนย้ายได้ตามกฎหมาย  เช่น  เขาเป็นคนเชื้อชาติไทยเดิมมีสัญชาติไทย  แต่ปัจจุบันไปก่อร่างสร้างตัวอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจนได้สัญชาติอเมริกันแล้ว. ผู้ที่บิดามารดามีเชื้อชาติอื่นแต่ได้สัญชาติไทย ลูกก็จะได้สัญชาติไทยตามกฎหมายและถือว่ามีเชื้อชาติไทยด้วย. คนเราแม้จะต่างเชื้อชาติและศาสนาแต่หากมีสัญชาติเดียวกันก็ควรสามัคคีปรองดองกัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.