ประเคน-อังคาส (๑ มีนาคม ๒๕๕๔)

ประเคน-อังคาส

          ประเคน เป็นคำกริยาที่ฆราวาสยกสิ่งของถวายให้แก่พระภิกษุ โดยการยกสิ่งของนั้นด้วยมือทั้งสอง ถ้าเป็นผู้ชายจะส่งสิ่งของนั้นให้ถึงมือพระภิกษุ ถ้าเป็นผู้หญิงจะส่งให้ถึงมือไม่ได้ ต้องยกของที่จะถวายนั้นวางบนผ้าหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง พระภิกษุจะจับปลายผ้าหรือสิ่งที่ใช้รับของประเคนไว้ ของใดยังไม่ได้ประเคน ภิกษุจะใช้ของนั้นไม่ได้ อาหารที่ยังไม่ได้ประเคน ภิกษุก็จะฉันไม่ได้.  เมื่อประเคนแล้ว ฆราวาสจะไม่จับของนั้นอีก ถ้าไปจับก็ต้องประเคนใหม่.  ในการทำบุญเลี้ยงพระ เจ้าภาพจะจัดคนดูแลการฉันภัตตาหารของพระภิกษุ เช่นนำอาหารมาประเคนเพิ่ม. การดูแลพระภิกษุในเวลาฉันภัตตาหารอย่างนี้ เรียกว่า อังคาส (อ่าน อัง-คาด) คำว่า อังคาส เป็นคำจากภาษาเขมรว่า องฺคาส (อ่านว่า อ็อง-เกี๊ยะส์) แปลว่า ถวายของพระ แต่ในภาษาไทยใช้ อังคาส แปลว่า ดูแลปรนนิบัติพระในเวลาฉันภัตตาหาร

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หลั่งน้ำ (๑๗ มกราคม ๒๕๕๔)

หลั่งน้ำ

          หลั่งน้ำ หมายถึง การเทน้ำหรือประพรมน้ำ ซึ่งเป็นน้ำมนต์หรือน้ำหอมพร้อมกับคำพร ซึ่งเป็นคำแสดงความปรารถนาดีที่ให้แก่ผู้รับ. พระภิกษุหรือผู้ใหญ่ที่เคารพจะประพรมน้ำมนต์ให้ โดยรดลงบนศีรษะของผู้ที่ต้องการรับ เรียกว่า หลั่งน้ำพระพุทธมนต์ หลั่งน้ำสังข์ หรือหลั่งน้ำ. การหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ที่กระทำแก่คู่บ่าวสาวในพิธีแต่งงานอาจเรียกเป็นคำทั่วไปว่า รดน้ำสังข์ หรือ รดน้ำ. การรดน้ำแก่คู่บ่าวสาว ผู้ที่รดต้องมีอายุมากกว่า มีศักดิ์สูงกว่า หรือเป็นผู้ใหญ่กว่าคู่บ่าวสาว และจะรดน้ำที่ศีรษะหรือที่มือพร้อมกับให้พร ให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตสมรสที่ราบรื่นเป็นสุขและเจริญมั่งคั่ง. นอกจากการรดน้ำแก่คู่บ่าวสาวแล้ว ยังมีการรดน้ำแก่ผู้ที่มีอายุครบ ๖๐ ปีขึ้นไป ผู้ที่มีอายุไม่ถึง ๖๐ ปี ไม่นิยมให้ผู้อื่นมารดน้ำ. ผู้ที่มีอายุน้อยกว่าจะรดน้ำให้ที่มือพร้อมกับกล่าวคำแสดงความปรารถนาดี หรือขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาให้พรแก่ท่านผู้นั้นแทนตน. ส่วนผู้ที่มีอายุมากกว่า อาจรดน้ำให้ที่มือพร้อมกล่าวคำอวยพรได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

มอมเป็นแมว (๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔)

มอมเป็นแมว

          มอมเป็นแมว เป็นสำนวนหมายความว่า  ขะมุกขะมอม  สกปรกเหมือนกับแมว  ที่เปรียบดังนี้เพราะเเมวเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ในที่อบอุ่น    สมัยก่อนแมวมักอยู่ในครัว  นอนในเตาไฟที่ดับแล้วจึงคลุกกับขี้เถ้า  บางครั้งก็นอนในกองถ่านป่น ๆ และแมวไม่ชอบน้ำ  ไม่ชอบอาบน้ำ คนจึงเห็นว่า  แมวมักจะขะมุกขะมอม  บางทีก็บอกว่า  หน้ามอมเป็นแมวคราว  ซึ่งเป็นคำเปรียบหมายความว่า  หน้ามอมแมม  สกปรกแล้วยังดูน่ากลัวด้วย  เพราะแมวคราวเป็นแมวตัวผู้ที่มีขนาดใหญ่  ท่าทางดุร้ายและไม่ขี้ประจบเหมือนแมวอื่น ๆ

          ลักษณะของแมวที่นำมาใช้เป็นสำนวน  นอกจากจะใช้ว่ามอมเป็นแมวแล้ว  ยังมีสำนวนว่า  ม่อล่อกม่อแล่ก อย่างกับลูกแมวตกน้ำ  ซึ่งหมายถึง  เปียกปอนไม่น่าดู.  กินเป็นแมวดม  หมายความว่า กินน้อย. ใช้แมวเฝ้าปลาย่าง  หมายความว่า  ให้หญิงชายที่มีแนวโน้มจะชอบพอกันอยู่ใกล้กันก็อาจจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีไม่งามได้  เป็นต้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.