เกียรติ-เกียรติยศ (๙ มีนาคม ๒๕๕๔)

เกียรติ-เกียรติยศ

          คำว่า เกียรติ  หมายถึง ชื่อเสียง ความยกย่องนับถือ  ความมีหน้ามีตา   เช่น   การแต่งกายให้เรียบร้อยตามวาระและโอกาสของงานที่ไป เป็นการให้เกียรติเจ้าของงาน และผู้ร่วมงานคนอื่นด้วย  นายทหาร นายตำรวจ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีระลึกถึงทหารและตำรวจผู้เสียสละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่. 

          คำว่า เกียรติ ประกอบกับคำว่า  ยศ ซึ่งหมายถึง ความยกย่องนับถือที่จัดเป็นลำดับขั้น.  เกียรติยศ ใช้หมายถึง ชื่อเสียง ความยกย่องนับถือ ความมีหน้ามีตา ที่มาจากฐานะ ตําแหน่งหน้าที่ หรือชั้นของบุคคล เช่น ชื่อเสียงและ เกียรติยศ ของเขาได้มาด้วยความสามารถของตนเองไม่ใช่เป็นเพราะนามสกุลดัง.  ผู้ได้รับรางวัลบางคนต้องการเพียงเกียรติยศ ไม่ได้ต้องการเงินหรือสิ่งของที่ตีค่าเป็นเงิน.  สมัยนี้ นักกีฬาที่มีความสามารถระดับนานาชาติได้สิ่งตอบแทนทั้งเกียรติยศและรางวัลเงินล้าน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หัวคะแนน (๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔)

หัวคะแนน

          คำว่า หัวคะแนน หมายถึง ผู้ที่หาคะแนนเสียงให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เช่น รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา เป็นต้น. หัวคะแนนมักเป็นผู้ที่มีคนรู้จักอย่างกว้างขวาง เป็นที่เชื่อถือของชาวบ้าน เมื่อไปแนะนำผู้สมัครคนใดให้ชาวบ้านเลือก ชาวบ้านก็จะเชื่อและเลือกผู้สมัครคนนั้น. ในเมืองไทย คะแนนที่ผู้สมัครคนหนึ่งได้รับจึงอาจไม่ได้แสดงระดับความชื่นชอบของชาวบ้านที่มีต่อผู้สมัคร แต่เป็นความสามารถของหัวคะแนน ว่าจะรวบรวมพรรคพวกได้มากน้อยเพียงใด. คำว่า หัวคะแนน นอกจากจะใช้ในเรื่องการเมืองแล้ว ยังใช้ในการเลือกตั้งประธาน ผู้นำ นายก ของหน่วยงานเช่นมูลนิธิ สมาคม ที่มีการลงคะแนนเสียงเลือกผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนั้น ๆ เช่น ถ้าคุณจะเป็นนายกของสมาคมเรา ฉันจะเป็นหัวคะแนนให้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ชาติพันธุ์ (๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔)

ชาติพันธุ์

          คำว่า ชาติพันธุ์ ประกอบด้วยคำว่า ชาติ กับ พันธุ์. ชาติ  หมายถึง กลุ่มชนที่อยู่รวมกันเป็นประเทศ มีความรู้สึกผูกพันรับผิดชอบร่วมกันในเรื่องภาษา ประวัติศาสตร์ความเป็นมา และวัฒนธรรม หรืออยู่ในปกครองรัฐบาลเดียวกัน.  พันธุ์  หมายถึงเชื้อสาย  วงศ์วาน เทือกเถาเหล่ากอ. ชาติพันธุ์  (อ่านว่า ชาด-ติ-พัน) จึงหมายถึงกลุ่มคนที่อยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง และมีวัฒนธรรมร่วมกัน  มีขนบธรรมเนียมประเพณีและภาษาพูดเดียวกัน  ทั้งมีความเชื่อว่าสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน. กลุ่มชาติพันธุ์ใช้หมายรวมทั้งชนที่เป็นกลุ่มใหญ่และชนที่เป็นกลุ่มน้อย.  ในประเทศไทย คนไทยเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนั้นยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ อีกจำนวนมาก เช่น กลุ่มชาติพันธุ์จีน กลุ่มชาติพันธุ์มอญ กลุ่มชาติพันธุ์เขมร กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง กลุ่มชาติพันธุ์ซาไก. รัฐบาลพยายามส่งเสริมให้ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในประเทศไทยมีความเท่าเทียมกัน และมีความสำนึกเป็นชาติเดียวกัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บ้องแบ๊ว (๑๔ มกราคม ๒๕๕๔)

บ้องแบ๊ว

          บ้องแบ๊ว หมายถึง มีสีหน้าและแววตาใสซื่อบริสุทธิ์อย่างเด็กไร้เดียงสาแลดูน่ารัก มักใช้ว่า ทำหน้าบ้องแบ๊ว หรือ ทำตาบ้องแบ๊ว เช่น เจ้าตูบกระโดดงับช่อดอกไม้ในมือผมไปฟัดจนเละ พอผมดุเสียงดังก็เอียงคอทำตาบ้องแบ๊ว ผมจะตีก็ตีไม่ลง. ตาหนูเล่นซนบนโซฟา อยู่ๆ ก็ตกตุ้บลงมาบนพื้นพรม แล้วทำหน้าบ้องแบ๊ว

          คำว่า บ้องแบ๊ว สันนิษฐานว่าเป็นคำเดียวกับคำว่า บั้งแบว ในบทละครนอกเรื่องสังข์ศิลป์ชัยและสังข์ทอง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ดังในสังข์ทองมีข้อความว่า

                    มันน่าเชยน่าชมสมประกอบ    พอชอบทำนองหม่อมน้องสาว

          หูตาบั้งแบวเหมือนแมวคราว             เขาเล่าลืออื้อฉาวช่างไม่อาย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เพราะฉะนั้น-ฉะนั้น (๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔)

เพราะฉะนั้น-ฉะนั้น

          เพราะฉะนั้น ประกอบด้วยคำว่า เพราะ กับคำว่า ฉะนั้น.   เพราะฉะนั้น มีความหมายเหมือน ฉะนั้น และ ดังนั้น.   คำว่า เพราะฉะนั้น และ ฉะนั้น ใช้เชื่อมโยงประโยคที่มาข้างหลังกับประโยคที่อยู่ข้างหน้าให้เป็นเหตุเป็นผลกัน  ประโยคที่มาข้างหน้าเป็นเหตุ  และประโยคที่ตามหลังเป็นผล  เช่น   [กรรไกรตัดผ้าอาจทื่อได้เมื่อนำไปตัดกระดาษ   เพราะฉะนั้น ควรแยกกรรไกรตัดผ้าไว้ต่างหาก ไม่นำไปใช้ ตัดวัสดุอย่างอื่น.] กรมสรรพากรกำลังสร้างระบบเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลร่วมกัน เพื่อตรวจสอบการเสียภาษี เพราะฉะนั้นต่อไปผู้เสียภาษีก็จะเลี่ยงภาษีได้ยากขึ้น.  ผมทำงานทั้งเจ็ดวันต่อสัปดาห์ ฉะนั้น ผมจึงไม่มีโอกาสพาลูกไปเที่ยวเลย.   คำว่า เพราะฉะนั้น และ ฉะนั้น มักใช้ในภาษาเขียนหรือภาษาทางการ  และคำว่า เพราะฉะนั้น นิยมใช้มากกว่าคำว่า ฉะนั้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.