สินบน (๒๙ มกราคม ๒๕๕๔)

สินบน

          คำว่า สินบน หมายถึง ทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ให้แก่บุคคลเพื่อให้ผู้นั้นกระทำการหรือละเว้นไม่กระทำการตามที่ผู้จ่ายเงินสินบนต้องการ. คำว่า สินบน ประกอบด้วยคำว่า สิน กับคำว่า บนสิน เป็นคำไทย แปลว่า ทรัพย์. บน เป็นคำภาษาเขมรว่า บน่ (อ่านว่า บ็อน) หมายถึงการขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วย โดยสัญญาว่าหากช่วยให้สำเร็จแล้วจะให้สิ่งของตอบแทน.  สินบน จึงหมายถึงเงินที่ให้ในลักษณะการบน แต่เป็นการบนเพื่อให้ช่วยในการทุจริต. การให้สินบนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง. การให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเพื่อให้อนุมัติโครงการต่าง ๆ ทำให้รัฐต้องจ่ายเงินมากกว่าที่ควรจ่ายจริงหลายเท่า จัดเป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยตรง

          มีการจ่ายเงินที่เรียกว่าเงินสินบนอีกประเภทหนึ่ง คือเงินที่จ่ายให้แก่ผู้นำจับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย  ภาษาไทยเรียกว่า สินบนนำจับ เช่น ผู้ที่ช่วยชี้เบาะแสให้ตำรวจจับผู้ร้ายหรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด จะได้รับสินบนนำจับ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อาบน้ำศพ (๑๘ มกราคม ๒๕๕๔)

อาบน้ำศพ

          ตามประเพณีไทยเมื่อผู้ใดผู้หนึ่งสิ้นชีวิตลง ญาติพี่น้องจะทำพิธีอาบน้ำศพ คือชำระล้างร่างกายผู้ตายให้สะอาด แต่งกายด้วยเสื้อผ้าให้สวยงามเรียบร้อย. ปัจจุบันเมื่ออาบน้ำศพเรียบร้อยแล้ว มักจะเชิญญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ผู้ที่เคารพนับถือมาอาบน้ำศพอีกครั้งหนึ่งด้วยน้ำอบไทย. การอาบน้ำศพในช่วงนี้มักใช้วิธีรดน้ำลงที่มือของผู้ตาย และมักเรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า รดน้ำศพ. การรดน้ำศพเป็นโอกาสให้ลูกหลาน ญาติพี่น้อง และมิตรสหายผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้ขออโหสิกรรมจากผู้ตาย และได้เห็นหน้าผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย. ผู้ที่เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป และข้าราชการฝ่ายทหารตำรวจยศชั้นร้อยตรีขึ้นไป อาจขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพได้ ตามวิธีการที่กองพระราชพิธี สำนักพระราชวังได้กำหนดไว้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ระบำ-เต้นรำ (๑๒ มีนาคม ๒๕๕๔)

ระบำ-เต้นรำ

          ระบำ เป็นคำนาม เรียกการแสดงท่ารำประกอบดนตรีและเพลงร้อง มักใช้ผู้แสดงหลายคน เป็นชุดที่มุ่งความสวยงามและความพร้อมเพรียงกัน. ระบำมักเป็นการแสดงที่ใช้ประกอบในการแสดงละคร อย่างในละครเรื่องพระลอ มีการแสดงระบำไก่ ละครเรื่องไกรทอง มีระบำมัจฉา ในละครเรื่องรามเกียรติ์ มีระบำดาวดึงส์ เป็นต้น.  การแสดงระบำไม่ต้องประกอบกับการแสดงละครก็มี เช่น ระบำนพรัตน์ ระบำสี่ภาค ระบำเก็บใบชา ระบำกะลา.  นอกจากนี้คำว่า ระบำ ยังใช้เรียกการแสดงเต้นรำของชาวต่างชาติ เช่น ระบำปลายเท้า คือการเต้นบัลเล่ต์ที่ผู้แสดงเต้นรำแบบชาวตะวันตก ซึ่งมีท่าเต้นที่ผู้เต้นต้องยืนด้วยปลายเท้าด้วย

          ระบำ ต่างกับ เต้นรำ ซึ่งเน้นการเคลื่อนตัวที่เป็นจังหวะในการก้าวเท้าให้เข้ากับจังหวะเพลงที่แตกต่างกันไป โดยการลงจังหวะหนึ่ง จะก้าวเท้าแบบหนึ่ง เมื่อเปลี่ยนจังหวะเพลง การก้าวเท้าก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบหนึ่ง. การเต้นรำจะเต้นเป็นคู่ชายหญิง เป็นกิจกรรมเพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนานของผู้เต้นรำ ไม่ใช่การแสดงให้ผู้อื่นชม ปัจจุบันอาจจะจัดเป็นการแสดงเพื่อให้ผู้อื่นชมหรือจัดแข่งเป็นกีฬาประเภทหนึ่งด้วย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ประเคน-อังคาส (๑ มีนาคม ๒๕๕๔)

ประเคน-อังคาส

          ประเคน เป็นคำกริยาที่ฆราวาสยกสิ่งของถวายให้แก่พระภิกษุ โดยการยกสิ่งของนั้นด้วยมือทั้งสอง ถ้าเป็นผู้ชายจะส่งสิ่งของนั้นให้ถึงมือพระภิกษุ ถ้าเป็นผู้หญิงจะส่งให้ถึงมือไม่ได้ ต้องยกของที่จะถวายนั้นวางบนผ้าหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง พระภิกษุจะจับปลายผ้าหรือสิ่งที่ใช้รับของประเคนไว้ ของใดยังไม่ได้ประเคน ภิกษุจะใช้ของนั้นไม่ได้ อาหารที่ยังไม่ได้ประเคน ภิกษุก็จะฉันไม่ได้.  เมื่อประเคนแล้ว ฆราวาสจะไม่จับของนั้นอีก ถ้าไปจับก็ต้องประเคนใหม่.  ในการทำบุญเลี้ยงพระ เจ้าภาพจะจัดคนดูแลการฉันภัตตาหารของพระภิกษุ เช่นนำอาหารมาประเคนเพิ่ม. การดูแลพระภิกษุในเวลาฉันภัตตาหารอย่างนี้ เรียกว่า อังคาส (อ่าน อัง-คาด) คำว่า อังคาส เป็นคำจากภาษาเขมรว่า องฺคาส (อ่านว่า อ็อง-เกี๊ยะส์) แปลว่า ถวายของพระ แต่ในภาษาไทยใช้ อังคาส แปลว่า ดูแลปรนนิบัติพระในเวลาฉันภัตตาหาร

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หลั่งน้ำ (๑๗ มกราคม ๒๕๕๔)

หลั่งน้ำ

          หลั่งน้ำ หมายถึง การเทน้ำหรือประพรมน้ำ ซึ่งเป็นน้ำมนต์หรือน้ำหอมพร้อมกับคำพร ซึ่งเป็นคำแสดงความปรารถนาดีที่ให้แก่ผู้รับ. พระภิกษุหรือผู้ใหญ่ที่เคารพจะประพรมน้ำมนต์ให้ โดยรดลงบนศีรษะของผู้ที่ต้องการรับ เรียกว่า หลั่งน้ำพระพุทธมนต์ หลั่งน้ำสังข์ หรือหลั่งน้ำ. การหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ที่กระทำแก่คู่บ่าวสาวในพิธีแต่งงานอาจเรียกเป็นคำทั่วไปว่า รดน้ำสังข์ หรือ รดน้ำ. การรดน้ำแก่คู่บ่าวสาว ผู้ที่รดต้องมีอายุมากกว่า มีศักดิ์สูงกว่า หรือเป็นผู้ใหญ่กว่าคู่บ่าวสาว และจะรดน้ำที่ศีรษะหรือที่มือพร้อมกับให้พร ให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตสมรสที่ราบรื่นเป็นสุขและเจริญมั่งคั่ง. นอกจากการรดน้ำแก่คู่บ่าวสาวแล้ว ยังมีการรดน้ำแก่ผู้ที่มีอายุครบ ๖๐ ปีขึ้นไป ผู้ที่มีอายุไม่ถึง ๖๐ ปี ไม่นิยมให้ผู้อื่นมารดน้ำ. ผู้ที่มีอายุน้อยกว่าจะรดน้ำให้ที่มือพร้อมกับกล่าวคำแสดงความปรารถนาดี หรือขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาให้พรแก่ท่านผู้นั้นแทนตน. ส่วนผู้ที่มีอายุมากกว่า อาจรดน้ำให้ที่มือพร้อมกล่าวคำอวยพรได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.