นางไม้ (๒ มีนาคม ๒๕๕๔)

นางไม้

          นางไม้เป็นเทวดาที่อยู่ประจำตามต้นไม้ใหญ่ ๆ  นางไม้สร้างวิมานเป็นที่อยู่บนต้นไม้ ไม่มีใครสามารถแลเห็นวิมานนั้น. แต่ถ้าใครตัดต้นไม้นั้น นางไม้ก็จะไม่มีที่อยู่ นางไม้จึงต้องแสดงฤทธิ์ทำให้คนไม่กล้าตัดต้นไม้ เช่น ทำให้คนที่ตัดต้นไม้ล้มเจ็บเป็นไข้หรือคลุ้มคลั่ง เป็นต้น. ตามจินตนาการของคนแต่ก่อน นางไม้เป็นหญิงสาวสวย ผมยาวประบ่า นุ่งผ้าจีบ ห่มผ้าสไบเฉียง. ต้นไม้บางต้นมีเทวดาอยู่ ซึ่งมักเรียกว่า รุกขเทวดา (อ่านว่า รุก-ขะ -เท-วะ -ดา). ในวรรณคดีไทยมักจะให้รุกขเทวดาซึ่งอยู่ประจำที่ต้นไทร เรียกว่า พระไทร มีบทบาทเป็นผู้ช่วยพระเอก. พระไทรมักจะมาอุ้มพระเอกซึ่งเป็นกษัตริย์หรือพระราชโอรสที่มาประทับพักแรมใต้ต้นไทรไปให้เป็นสามีของนางเอก เช่น อุ้มพระอุณรุทไปนอนกับนางอุษาเป็นต้น เรียกเป็นศัพท์ทางวรรณคดีว่า พระไทรอุ้มสม หรือ เทวาอุ้มสม เช่น เสียแรงชื่ออุษานารี ไยไม่มีเทวามาอุ้มสม.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

สินบน (๒๙ มกราคม ๒๕๕๔)

สินบน

          คำว่า สินบน หมายถึง ทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ให้แก่บุคคลเพื่อให้ผู้นั้นกระทำการหรือละเว้นไม่กระทำการตามที่ผู้จ่ายเงินสินบนต้องการ. คำว่า สินบน ประกอบด้วยคำว่า สิน กับคำว่า บนสิน เป็นคำไทย แปลว่า ทรัพย์. บน เป็นคำภาษาเขมรว่า บน่ (อ่านว่า บ็อน) หมายถึงการขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วย โดยสัญญาว่าหากช่วยให้สำเร็จแล้วจะให้สิ่งของตอบแทน.  สินบน จึงหมายถึงเงินที่ให้ในลักษณะการบน แต่เป็นการบนเพื่อให้ช่วยในการทุจริต. การให้สินบนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง. การให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเพื่อให้อนุมัติโครงการต่าง ๆ ทำให้รัฐต้องจ่ายเงินมากกว่าที่ควรจ่ายจริงหลายเท่า จัดเป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยตรง

          มีการจ่ายเงินที่เรียกว่าเงินสินบนอีกประเภทหนึ่ง คือเงินที่จ่ายให้แก่ผู้นำจับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย  ภาษาไทยเรียกว่า สินบนนำจับ เช่น ผู้ที่ช่วยชี้เบาะแสให้ตำรวจจับผู้ร้ายหรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด จะได้รับสินบนนำจับ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

มัดมือชก (๒๔ เมษายน ๒๕๕๔)

มัดมือชก

          มัดมือชก  เป็นสำนวนที่มีความหมายว่า  ถูกบังคับให้ต้องยอมจำนน  เช่น   เธอเล่นมัดมือชกให้ฉันไปเป็นวิทยากรโดยไม่ให้ฉันได้มีโอกาสปฏิเสธเลย. เขาขอให้ฉันไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว  เอาเสื้อผ้ามาให้แล้วก็กลับไปเลยมัดมือชกไม่ให้ฉันปฏิเสธได้. สำนวน มัดมือชก เปรียบคนที่ถูกบังคับให้จำยอมทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งว่า เหมือนกับคนที่ถูกมัดมืออยู่   ย่อมไม่สามารถใช้มือปัดป้องต่อสู้หรือทำอะไรได้  เมื่อถูกชกถูกต่อยก็ไม่สามารถต่อสู้ได้   ต้องยอมให้เขาชกไปฝ่ายเดียว  สำนวน มัดมือชก จึงนำมาเปรียบคนที่ตกอยู่ในภาวะจำยอม  ต้องทำตามผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า  หรือทำตามโดยไม่มีโอกาสคัดค้าน เช่น นักท่องเที่ยวมักจะถูกมัดมือชกให้ซื้อสินค้าในร้านที่มัคคุเทศก์พาไป.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ละครดึกดำบรรพ์ (๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔)

ละครดึกดำบรรพ์

          ละครดึกดำบรรพ์ เป็นละครรำอีกแบบหนึ่งที่เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (หม่อมราชวงศ์หลาน  กุญชร) ได้ดัดแปลงมาจากโอเปร่าของฝรั่ง โดยใช้เรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ ของไทย ทำเป็นแบบละครรำ แต่ดำเนินเรื่องให้รวดเร็ว และจัดฉากประกอบเรื่องให้ดูสมจริง. ละครดึกดำบรรพ์เป็นละครที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕.   เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์  ได้รวบรวมผู้มีความรู้ดีในด้านการจัดบท คิดท่ารำ คัดเพลงร้อง และดำเนินการฝึกซ้อม มาร่วมกันจัด โดยดัดแปลงมาจากการเล่นคอนเสิร์ตเรื่อง คือร้องเพลงที่ต่อกันเป็นเรื่อง  ต่อมาจึงจัดผู้แสดงตามบทออกมาร่ายรำ เสริมบทเจรจา และตัดบทอธิบายกิริยาท่าทางออก ทำให้การแสดงกระชับรวดเร็วกลายเป็นละคร. ที่เรียกว่าละครดึกดำบรรพ์นั้นมาจากชื่อโรงละครของเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ ละครที่แสดงที่โรงละครดึกดำบรรพ์จึงได้ชื่อว่า ละครดึกดำบรรพ์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ลูกเสือลูกตะเข้ (๒๓ เมษายน ๒๕๕๔)

ลูกเสือลูกตะเข้

          ลูกเสือลูกตะเข้ เป็นคำเปรียบคนที่เป็นลูกของศัตรูหรือลูกของคนเลวซึ่งมักจะไว้ใจไม่ได้   จะแว้งกลับมาทำร้ายเอาได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง  ทั้งเสือทั้งจระเข้ล้วนเป็นสัตว์ที่ดุร้าย  ไม่มีใครเลี้ยงให้เชื่องได้  ลูกเสือลูกจระเข้อาจจะดูน่ารักน่าเลี้ยง   แต่ถ้าเลี้ยงไปจนโตก็จะเป็นสัตว์ที่ดุร้ายตามวิสัยของมัน  ยากที่ใครจะเลี้ยงให้เสือหรือจระเข้เชื่องได้  คนที่เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ไว้ก็จะเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายเมื่อลูกเสือลูกจระเข้นั้นโตขึ้น.   คนโบราณเชื่อว่าเด็กที่มีพ่อแม่เป็นคนเลว  เป็นอันธพาล  เป็นผู้ร้ายใจอำมหิตเปรียบเหมือนลูกเสือลูกจระเข้ อาจจะมีนิสัยเหมือนพ่อแม่ จึงไม่มีใครกล้ารับมาเลี้ยงดู เช่น  เด็กพวกนี้ลูกเสือลูกตะเข้แท้ ๆ เธอจะกล้ารับมาเลี้ยงหรือ.

          คำว่า ลูกเสือลูกตะเข้  อาจใช้เรียกลูกคนอื่นที่เอามาเลี้ยงไว้แล้วกลับอกตัญญูทำร้ายคนเลี้ยง  หรือทำความเดือดร้อนให้คนเลี้ยง  เช่น   เด็กคนนี้เป็นลูกเสือลูกตะเข้แท้ ๆ  อุตส่าห์เอามาเลี้ยงอย่างดี ให้เล่าให้เรียน  กลับพาเพื่อนมาปล้นเอาทรัพย์สินไปหมด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สะบัดสะบิ้ง (๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔)

สะบัดสะบิ้ง

          สะบัดสะบิ้ง เป็นได้ทั้งคำกริยาและคำนาม. ถ้าทำหน้าที่กริยา มีความหมายว่า แสดงอาการกะบึงกะบอนแสนงอน ดีดดิ้น สะบัดเนื้อสะบัดตัว เช่น พอถูกขัดใจ หญิงสาวก็งอนแสดงกิริยาสะบัดสะบิ้ง

          สะบัดสะบิ้ง เป็นชื่อกลอนกลบทแบบหนึ่ง ปรากฏในหนังสือเรื่อง ศิริวิบุลกิตติ์ (อ่านว่า สิ-หฺริ-วิ-บุน-กิด) ของหลวงศรีปรีชา (เซ่ง) ซึ่งแต่งในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์แห่งกรุงศรีอยุธยา. กลบทสะบัดสะบิ้งมิได้มีความหมายว่าแสนงอน ดีดดิ้น หรือเล่นเนื้อเล่นตัว แต่เป็นการเล่นเสียงคำซ้อน ๔ จังหวะ ตอนท้ายของแต่ละวรรคให้มีจังหวะสะบัด ๆ ตัวอย่างเช่น

               ในครั้งนั้นเวไชยันต์ก็หวั่นก็หวาด            สะท้านอาสน์เทวฤทธิ์สถิตสถิน
          ปาริชาติฉาดฉัดระบัดระบิน                        พิภพอินท์ก้องดังกะทั่งกะเทือน
          เสียงโครมโครมครื้นครั่นสนั่นสนัด              ดังทิพรัตน์อมรินทร์จะหมิ่นจะเหมือน
          จะพรากแยกแตกพลัดกระจัดกระเจือน          ดังดาวเดือนลอยลัดกระจัดกระจาย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.