มัดมือชก (๒๔ เมษายน ๒๕๕๔)

มัดมือชก

          มัดมือชก  เป็นสำนวนที่มีความหมายว่า  ถูกบังคับให้ต้องยอมจำนน  เช่น   เธอเล่นมัดมือชกให้ฉันไปเป็นวิทยากรโดยไม่ให้ฉันได้มีโอกาสปฏิเสธเลย. เขาขอให้ฉันไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว  เอาเสื้อผ้ามาให้แล้วก็กลับไปเลยมัดมือชกไม่ให้ฉันปฏิเสธได้. สำนวน มัดมือชก เปรียบคนที่ถูกบังคับให้จำยอมทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งว่า เหมือนกับคนที่ถูกมัดมืออยู่   ย่อมไม่สามารถใช้มือปัดป้องต่อสู้หรือทำอะไรได้  เมื่อถูกชกถูกต่อยก็ไม่สามารถต่อสู้ได้   ต้องยอมให้เขาชกไปฝ่ายเดียว  สำนวน มัดมือชก จึงนำมาเปรียบคนที่ตกอยู่ในภาวะจำยอม  ต้องทำตามผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า  หรือทำตามโดยไม่มีโอกาสคัดค้าน เช่น นักท่องเที่ยวมักจะถูกมัดมือชกให้ซื้อสินค้าในร้านที่มัคคุเทศก์พาไป.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ละครดึกดำบรรพ์ (๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔)

ละครดึกดำบรรพ์

          ละครดึกดำบรรพ์ เป็นละครรำอีกแบบหนึ่งที่เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (หม่อมราชวงศ์หลาน  กุญชร) ได้ดัดแปลงมาจากโอเปร่าของฝรั่ง โดยใช้เรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ ของไทย ทำเป็นแบบละครรำ แต่ดำเนินเรื่องให้รวดเร็ว และจัดฉากประกอบเรื่องให้ดูสมจริง. ละครดึกดำบรรพ์เป็นละครที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕.   เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์  ได้รวบรวมผู้มีความรู้ดีในด้านการจัดบท คิดท่ารำ คัดเพลงร้อง และดำเนินการฝึกซ้อม มาร่วมกันจัด โดยดัดแปลงมาจากการเล่นคอนเสิร์ตเรื่อง คือร้องเพลงที่ต่อกันเป็นเรื่อง  ต่อมาจึงจัดผู้แสดงตามบทออกมาร่ายรำ เสริมบทเจรจา และตัดบทอธิบายกิริยาท่าทางออก ทำให้การแสดงกระชับรวดเร็วกลายเป็นละคร. ที่เรียกว่าละครดึกดำบรรพ์นั้นมาจากชื่อโรงละครของเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ ละครที่แสดงที่โรงละครดึกดำบรรพ์จึงได้ชื่อว่า ละครดึกดำบรรพ์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ลูกเสือลูกตะเข้ (๒๓ เมษายน ๒๕๕๔)

ลูกเสือลูกตะเข้

          ลูกเสือลูกตะเข้ เป็นคำเปรียบคนที่เป็นลูกของศัตรูหรือลูกของคนเลวซึ่งมักจะไว้ใจไม่ได้   จะแว้งกลับมาทำร้ายเอาได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง  ทั้งเสือทั้งจระเข้ล้วนเป็นสัตว์ที่ดุร้าย  ไม่มีใครเลี้ยงให้เชื่องได้  ลูกเสือลูกจระเข้อาจจะดูน่ารักน่าเลี้ยง   แต่ถ้าเลี้ยงไปจนโตก็จะเป็นสัตว์ที่ดุร้ายตามวิสัยของมัน  ยากที่ใครจะเลี้ยงให้เสือหรือจระเข้เชื่องได้  คนที่เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ไว้ก็จะเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายเมื่อลูกเสือลูกจระเข้นั้นโตขึ้น.   คนโบราณเชื่อว่าเด็กที่มีพ่อแม่เป็นคนเลว  เป็นอันธพาล  เป็นผู้ร้ายใจอำมหิตเปรียบเหมือนลูกเสือลูกจระเข้ อาจจะมีนิสัยเหมือนพ่อแม่ จึงไม่มีใครกล้ารับมาเลี้ยงดู เช่น  เด็กพวกนี้ลูกเสือลูกตะเข้แท้ ๆ เธอจะกล้ารับมาเลี้ยงหรือ.

          คำว่า ลูกเสือลูกตะเข้  อาจใช้เรียกลูกคนอื่นที่เอามาเลี้ยงไว้แล้วกลับอกตัญญูทำร้ายคนเลี้ยง  หรือทำความเดือดร้อนให้คนเลี้ยง  เช่น   เด็กคนนี้เป็นลูกเสือลูกตะเข้แท้ ๆ  อุตส่าห์เอามาเลี้ยงอย่างดี ให้เล่าให้เรียน  กลับพาเพื่อนมาปล้นเอาทรัพย์สินไปหมด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สะบัดสะบิ้ง (๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔)

สะบัดสะบิ้ง

          สะบัดสะบิ้ง เป็นได้ทั้งคำกริยาและคำนาม. ถ้าทำหน้าที่กริยา มีความหมายว่า แสดงอาการกะบึงกะบอนแสนงอน ดีดดิ้น สะบัดเนื้อสะบัดตัว เช่น พอถูกขัดใจ หญิงสาวก็งอนแสดงกิริยาสะบัดสะบิ้ง

          สะบัดสะบิ้ง เป็นชื่อกลอนกลบทแบบหนึ่ง ปรากฏในหนังสือเรื่อง ศิริวิบุลกิตติ์ (อ่านว่า สิ-หฺริ-วิ-บุน-กิด) ของหลวงศรีปรีชา (เซ่ง) ซึ่งแต่งในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์แห่งกรุงศรีอยุธยา. กลบทสะบัดสะบิ้งมิได้มีความหมายว่าแสนงอน ดีดดิ้น หรือเล่นเนื้อเล่นตัว แต่เป็นการเล่นเสียงคำซ้อน ๔ จังหวะ ตอนท้ายของแต่ละวรรคให้มีจังหวะสะบัด ๆ ตัวอย่างเช่น

               ในครั้งนั้นเวไชยันต์ก็หวั่นก็หวาด            สะท้านอาสน์เทวฤทธิ์สถิตสถิน
          ปาริชาติฉาดฉัดระบัดระบิน                        พิภพอินท์ก้องดังกะทั่งกะเทือน
          เสียงโครมโครมครื้นครั่นสนั่นสนัด              ดังทิพรัตน์อมรินทร์จะหมิ่นจะเหมือน
          จะพรากแยกแตกพลัดกระจัดกระเจือน          ดังดาวเดือนลอยลัดกระจัดกระจาย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ละครรำ (๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔)

ละครรำ

          ละครรำ เป็นมหรสพชนิดหนึ่ง มีเวทีหรือสถานที่ให้ตัวละครแสดง ตัวละครแต่งกายตามบทในเรื่องที่จัดแสดง มักมีสิ่งประกอบอื่น ๆ เช่น ฉาก ดนตรี คนร้องเพลง ตามลักษณะของละครแต่ละประเภท. ละครรำเป็นละครแบบดั้งเดิมของไทย แสดงเรื่องในวรรณคดีที่แต่งเป็นกลอน เช่น เรื่องอิเหนา สังข์ทอง ไกรทอง ไชยเชษฐ์ สังข์ศิลป์ชัย.   ตัวละครแต่งเครื่องละครไทย ซึ่งจะแบ่งเป็นตัวพระและตัวนาง. ละครรำแบ่งเป็นละครใน ละครนอก และละครชาตรีละครใน เดิมเป็นละครของหลวงที่เจ้านายเป็นผู้อุปถัมภ์ การแสดงมีการร่ายรำที่งดงามตามแบบฉบับของละครไทย ใช้ดนตรีไทยและขับร้องเพลงทำนองไทยประกอบ ผู้แสดงเป็นหญิงล้วน.  ละครนอก เป็นละครที่มีความงามน้อยกว่าละครใน เพราะต้องการเน้นความสนุกสนานมากกว่าความสวยงาม ผู้แสดงเดิมเป็นชายล้วน แต่ปัจจุบันใช้ชายจริงหญิงแท้. ละครชาตรี เป็นละครรำดั้งเดิม ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้าน เดิมเป็นละครที่ผู้ชายเล่น มักใช้ในการแก้บน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.