ข้าวแดง (๓ เมษายน ๒๕๕๔)

ข้าวแดง

          ข้าวแดง หมายถึง ข้าวที่ไม่ได้ขัดสีเป็นข้าวขาว เป็นข้าวที่ยังมีเปลือกสีแดงหุ้มเมล็ดอยู่ กินไม่อร่อย แม้ว่าจะมีคุณค่าทางโภชนาการมากก็ตาม. แต่เดิมเป็นข้าวที่ใช้เลี้ยงพลทหารที่ประจำการอยู่ และให้นักโทษที่ถูกขังในเรือนจำกิน. สำนวน กินข้าวแดง จึงมีความหมายว่า ติดคุก เป็นนักโทษในเรือนจำ เช่น พวกที่ขายยาบ้านี่ไม่นานก็ต้องไปกินข้าวแดง. ข้าวแดง ปรากฏในสำนวนไทยอีกสำนวนหนึ่ง คือ คุณข้าวแดงแกงร้อน หมายถึง บุญคุณที่ผู้หนึ่งมีกับคนหนึ่งเนื่องจากได้ให้อาหารเลี้ยงดูมา ซึ่งคนดีต้องนึกถึงบุญคุณของผู้ที่มีคุณต่อตน และต้องหาทางตอบแทนบุญคุณนั้น.

          ปัจจุบันคำว่า ข้าวแดง เป็นคำเรียกข้าวพันธุ์หนึ่ง เมล็ดมีสีแดง และใช้เรียกข้าวที่สีให้มีเยื่อสีแดงอยู่ ซึ่งบางคนเรียกว่า ข้าวมันปู ด้วย เช่น ข้าวต้มที่ร้านเรามีทั้งข้าวขาวและข้าวแดง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

มัดมือชก (๒๔ เมษายน ๒๕๕๔)

มัดมือชก

          มัดมือชก  เป็นสำนวนที่มีความหมายว่า  ถูกบังคับให้ต้องยอมจำนน  เช่น   เธอเล่นมัดมือชกให้ฉันไปเป็นวิทยากรโดยไม่ให้ฉันได้มีโอกาสปฏิเสธเลย. เขาขอให้ฉันไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว  เอาเสื้อผ้ามาให้แล้วก็กลับไปเลยมัดมือชกไม่ให้ฉันปฏิเสธได้. สำนวน มัดมือชก เปรียบคนที่ถูกบังคับให้จำยอมทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งว่า เหมือนกับคนที่ถูกมัดมืออยู่   ย่อมไม่สามารถใช้มือปัดป้องต่อสู้หรือทำอะไรได้  เมื่อถูกชกถูกต่อยก็ไม่สามารถต่อสู้ได้   ต้องยอมให้เขาชกไปฝ่ายเดียว  สำนวน มัดมือชก จึงนำมาเปรียบคนที่ตกอยู่ในภาวะจำยอม  ต้องทำตามผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า  หรือทำตามโดยไม่มีโอกาสคัดค้าน เช่น นักท่องเที่ยวมักจะถูกมัดมือชกให้ซื้อสินค้าในร้านที่มัคคุเทศก์พาไป.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ละครดึกดำบรรพ์ (๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔)

ละครดึกดำบรรพ์

          ละครดึกดำบรรพ์ เป็นละครรำอีกแบบหนึ่งที่เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (หม่อมราชวงศ์หลาน  กุญชร) ได้ดัดแปลงมาจากโอเปร่าของฝรั่ง โดยใช้เรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ ของไทย ทำเป็นแบบละครรำ แต่ดำเนินเรื่องให้รวดเร็ว และจัดฉากประกอบเรื่องให้ดูสมจริง. ละครดึกดำบรรพ์เป็นละครที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕.   เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์  ได้รวบรวมผู้มีความรู้ดีในด้านการจัดบท คิดท่ารำ คัดเพลงร้อง และดำเนินการฝึกซ้อม มาร่วมกันจัด โดยดัดแปลงมาจากการเล่นคอนเสิร์ตเรื่อง คือร้องเพลงที่ต่อกันเป็นเรื่อง  ต่อมาจึงจัดผู้แสดงตามบทออกมาร่ายรำ เสริมบทเจรจา และตัดบทอธิบายกิริยาท่าทางออก ทำให้การแสดงกระชับรวดเร็วกลายเป็นละคร. ที่เรียกว่าละครดึกดำบรรพ์นั้นมาจากชื่อโรงละครของเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ ละครที่แสดงที่โรงละครดึกดำบรรพ์จึงได้ชื่อว่า ละครดึกดำบรรพ์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ลูกเสือลูกตะเข้ (๒๓ เมษายน ๒๕๕๔)

ลูกเสือลูกตะเข้

          ลูกเสือลูกตะเข้ เป็นคำเปรียบคนที่เป็นลูกของศัตรูหรือลูกของคนเลวซึ่งมักจะไว้ใจไม่ได้   จะแว้งกลับมาทำร้ายเอาได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง  ทั้งเสือทั้งจระเข้ล้วนเป็นสัตว์ที่ดุร้าย  ไม่มีใครเลี้ยงให้เชื่องได้  ลูกเสือลูกจระเข้อาจจะดูน่ารักน่าเลี้ยง   แต่ถ้าเลี้ยงไปจนโตก็จะเป็นสัตว์ที่ดุร้ายตามวิสัยของมัน  ยากที่ใครจะเลี้ยงให้เสือหรือจระเข้เชื่องได้  คนที่เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ไว้ก็จะเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายเมื่อลูกเสือลูกจระเข้นั้นโตขึ้น.   คนโบราณเชื่อว่าเด็กที่มีพ่อแม่เป็นคนเลว  เป็นอันธพาล  เป็นผู้ร้ายใจอำมหิตเปรียบเหมือนลูกเสือลูกจระเข้ อาจจะมีนิสัยเหมือนพ่อแม่ จึงไม่มีใครกล้ารับมาเลี้ยงดู เช่น  เด็กพวกนี้ลูกเสือลูกตะเข้แท้ ๆ เธอจะกล้ารับมาเลี้ยงหรือ.

          คำว่า ลูกเสือลูกตะเข้  อาจใช้เรียกลูกคนอื่นที่เอามาเลี้ยงไว้แล้วกลับอกตัญญูทำร้ายคนเลี้ยง  หรือทำความเดือดร้อนให้คนเลี้ยง  เช่น   เด็กคนนี้เป็นลูกเสือลูกตะเข้แท้ ๆ  อุตส่าห์เอามาเลี้ยงอย่างดี ให้เล่าให้เรียน  กลับพาเพื่อนมาปล้นเอาทรัพย์สินไปหมด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.