ตานี (๔ มิถุนายน ๒๕๕๔)

ตานี

          ตานี  มี ๒ ความหมาย  ความหมายแรกเป็นชื่อกล้วยชนิดหนึ่ง ลำต้นใหญ่ ใบใหญ่และกว้าง ไม่แตกฉีกง่ายเหมือนกล้วยชนิดอื่น  ผลกล้วยตานีมีเมล็ดทั่วทั้งผล จึงไม่นิยมกินผลสุก แต่ผลอ่อนกินได้อย่างผักทั้งสดและดอง. กล้วยตานีเป็นกล้วยที่เจริญเติบโตง่าย มักปล่อยให้เจริญเติบโตไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นป่ากล้วยตานี  และเป็นที่มาของความเชื่อเรื่องผี  ว่ามีผีเป็นผู้หญิงสาว  ผมยาว นุ่งผ้าสีเขียว ห่มสไบสีตองอ่อน  สิงอยู่ในต้นกล้วยตานี  เรียกว่าผีตานี  หรือผีพรายตานี.

          ตานี  ความหมายที่สอง หมายถึงน้ำมันข้น ๆ ชนิดหนึ่ง ใช้ใส่ผม และเรียกสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้นว่ามีลักษณะเป็นนํ้ามันตานี เช่นนํ้าตาลเยิ้มในขนมอาลัว หรือไข่ที่ต้มเป็นยางมะตูม.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ-ฆ่าควายเสียดายพริก (๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๔)

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ-ฆ่าควายเสียดายพริก

          ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เป็นสำนวนที่ใช้เปรียบการทำงานใด ๆ ที่ใช้จ่ายทรัพย์ไปมาก  แต่ได้ผลตอบแทนน้อย เช่น การจัดงานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ งานศพ ที่จัดอย่างใหญ่โตทำให้ต้องเสียเงินทองมากโดยใช่เหตุ เปรียบเหมือนตำน้ำพริกแกงได้น้ำพริกแล้วก็ควรละลายลงหม้อแกง แต่กลับนำน้ำพริกไปละลายลงในแม่น้ำ  น้ำพริกก็จะสูญไปไม่ได้ประโยชน์อันใด การทำการใหญ่แบบสุรุ่ยสุร่ายสูญเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์จึงเปรียบได้กับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ. สำนวนนี้ตรงข้ามกับสำนวนว่า ฆ่าควายเสียดายพริก หรือ ฆ่าควายเสียดายเกลือ ซึ่งเปรียบการทำงานใหญ่แต่ประหยัดสิ่งที่ไม่ควรประหยัด ทำให้งานนั้นไม่ได้ผลตามที่ควร เหมือนการฆ่าควายทั้งตัวเพื่อทำแกงแต่ใส่พริกน้อย แกงนั้นก็ไม่ได้รส หรือฆ่าควายทั้งตัวเพื่อทำเนื้อเค็มแต่ใส่เกลือน้อย เนื้อนั้นก็เน่า. การทำงานใด ๆ จึงควรพิจารณาให้พอดี มากไปหรือน้อยไปก็ไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กระบองเพชร (๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔)

กระบองเพชร

          คำว่า กระบองเพชร หรือ ตะบองเพชร เป็นชื่อไม้พุ่ม ลำต้นและกิ่งกลมหยักเป็นร่องโดยรอบ มีหนามละเอียด ดอกใหญ่สีขาว กลิ่นหอม บานกลางคืน. สันนิษฐานว่าสาเหตุที่เรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่า กระบองเพชร เพราะมีลักษณะลำต้นคล้ายกระบอง และมีหนามเหมือนประดับเพชร. คำว่า กระบองเพชร นอกจากจะเรียกไม้พุ่มดังกล่าวแล้ว ยังใช้เป็นคำรวมเรียกพืชทะเลทรายซึ่งมีหนามอยู่โดยรอบด้วย

          กระบองเพชร ยังมีอีกความหมายหนึ่ง คือหมายถึงใบตาลหรือใบลานยาวประมาณศอกเศษ ปลายข้างหนึ่งพับขัดไว้คล้ายหัวนก ลงอักขระเป็นคาถากันภัย สำหรับให้เด็กถือในพิธีโกนจุก หรือใช้ในพิธีตรุษ หรือแขวนไว้ในบ้านเรือนเป็นเครื่องป้องกันภัยจากภูตผีปีศาจ.  ส. พลายน้อย เขียนไว้ในสารานุกรมวัฒนธรรมไทยว่า บางท่านอธิบายว่า กระบองเพชรนี้เลียนแบบมาจากวชิราวุธของพระอินทร์ บ้างก็ว่าได้แบบมาจากคทาเกาโมทกีของพระกฤษณะ บ้างก็ว่าพระนารายณ์ไปพบเถาวัลย์บนยอดเขาพระสุเมรุ จึงทรงเอาเถาวัลย์นี้มาบิดเป็นเกลียวมอบให้เป็นอาวุธของท้าวมหาพรหม แล้วต่อมาท้าวมหาพรหมได้นำไปถวายพระอิศวร.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กินหมาก (๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๔)

กินหมาก

          หมาก เป็นชื่อเรียกปาล์มชนิดหนึ่ง ผลมีรสฝาด คนสมัยก่อนนิยมเคี้ยวเนื้อลูกหมากกับใบพลู ปูนแดง กานพลู และพิมเสน เรียกว่า กินหมาก. การกินหมากเป็นเพียงแต่การเคี้ยวให้แหลกเช่นเดียวกับการเคี้ยวหมากฝรั่ง ไม่ได้กลืนลงคอ และขณะเคี้ยวจะมีน้ำหมากอยู่ในปากจึงต้องบ้วนน้ำหมากทิ้ง. ถ้ากินหมากอยู่ในบ้านจะมีกระโถนสำหรับบ้วนน้ำหมาก เมื่อเคี้ยวไปนาน ๆ จนหมากมีรสจืดจึงคายทิ้ง. ในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีมีนโยบายให้เลิกการกินหมากเพราะคนกินหมากจะบ้วนน้ำหมากตามถนนหนทางทำให้สกปรกเลอะเทอะ.

          การเคี้ยวหมากคำหนึ่งจนจืดนั้นใช้เวลาระยะหนึ่ง จึงมีสำนวนว่า ชั่วเคี้ยวหมากจืด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ปล่อยนกปล่อยปลา (๓ มิถุนายน ๒๕๕๔)

ปล่อยนกปล่อยปลา

          การปล่อยนกปล่อยปลา หมายถึงการปล่อยให้นกหรือปลาที่มีผู้จับมากลับคืนสู่ธรรมชาติ   เป็นกิจกรรมที่มักจะทำควบไปในเทศกาลสงกรานต์  หรือในเทศกาลออกพรรษา.   การปล่อยนกปล่อยปลาถือเป็นการทำบุญต่อชีวิตเพื่อเป็นสิริมงคล เพราะเชื่อกันว่า แม้คนที่ถึงกำหนดจะต้องตาย ถ้าได้ช่วยชีวิตสัตว์ที่กำลังจะตาย หรือสัตว์ที่เขากำลังจะเอาไปฆ่าให้รอดชีวิตไป  ก็อาจจะทำให้มีชีวิตยืนยาวต่อไปได้อีก   ชาวรามัญ ถือเป็นประเพณีที่ต้องแห่นกและปลาไปปล่อยในเทศกาลสงกรานต์.   พุทธศาสนิกชนมักจะปล่อยนกปล่อยปลาในวันครบรอบวันเกิด.   การปล่อยสัตว์ให้มีชีวิตยืนยาวต่อไป  นอกจากการปล่อยนกปล่อยปลาแล้ว  ยังมีการปล่อยเต่า ปล่อยปลาไหล  หรือไถ่ชีวิตโค กระบือ ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ด้วย.  การซื้อชีวิตสัตว์แล้วปล่อยให้เป็นอิสระเป็นการสอนให้มนุษย์มีเมตตา ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  แม้แต่กับสัตว์เล็ก ๆ เรายังมีเมตตา ก็คงจะไม่ทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.