แตกฝูง-แหกคอก (๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๔)

แตกฝูง-แหกคอก

          คำว่า  แตกฝูง   มีความหมายว่า   ปลีกออกไปจากหมู่   เช่น  วัวที่แตกฝูงออกมาถูกจับผูกไว้ที่ต้นไม้.  หรือใช้ในความเปรียบ  หมายถึง  มีความประพฤติหรือกระทำการใด ๆ แยกออกไปจากหมู่ เช่น เรามาช่วยกันไปไหนก็ไปด้วยกัน  อย่าแตกฝูงเดี๋ยวจะหลงหากันไม่พบ.  เราทุกคนลงความเห็นร่วมกันแล้วว่าจะมาซ้อมที่สนามโรงเรียนทุกเย็น  เธอจะแตกฝูงไปซ้อมที่อื่นก็ตามใจ.  แตกฝูง ใช้กับความเห็นที่ผิดแผกแตกต่างกับคนอื่น ๆ ในกลุ่มด้วย  เช่น  พวกเราทุกคนเห็นชอบกับหัวหน้า มีเขาคนเดียวที่แตกฝูงไม่เห็นชอบด้วย.

          คำว่า  แหกคอก มีความหมายคล้ายกับคำว่า  แตกฝูง  แต่เป็นคำหยาบ มักใช้ตำหนิคนที่ประพฤติตนผิดพวกพ้องในทางที่ไม่ดี เช่น  พี่น้องประพฤติตนดีกันทุกคน มีคนเล็กคนเดียวที่แหกคอกไปเป็นนักเลง. ปัจจุบันอาจใช้หมายถึงประพฤติตนออกนอกกรอบของญาติพี่น้องหรือสังคมที่ตนอยู่ เช่น ครอบครัวเขาเป็นหมอทุกคน แต่เขาแหกคอกไปเป็นนักร้อง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

รกคนดีกว่ารกหญ้า (๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔)

รกคนดีกว่ารกหญ้า

          รก เป็นคำกริยา หมายถึงกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไม่เป็นระเบียบ ไม่เรียบร้อย เช่น เด็กรื้อข้าวของมาเล่นไว้รกห้อง.  หญ้าและต้นไม้เล็ก ๆ ที่งอกขึ้นเองอยู่รวมกันทำให้รก เมื่อไม่เป็นที่ต้องการก็จะถูกกำจัดทิ้ง รกหญ้าหรือหญ้ารกจึงไม่มีประโยชน์  ต่างกับกรณีที่มีคนอยู่ด้วยกันจำนวนมาก แล้วมีคนเพิ่มมากขึ้น ทำให้คับแคบแออัด. ผู้ที่ไม่พอใจก็จะบ่นว่ารกคนน่ารำคาญ ส่วนผู้ที่มองในด้านดีก็จะกล่าวเปรียบด้วยสำนวนว่า “รกคนดีกว่ารกหญ้า” เพราะการที่มีคนอยู่รวมกันหลาย ๆ คน ทำให้มีแรงงานเพิ่มขึ้น ช่วยแบ่งเบาภาระในบ้านได้  จัดว่าเป็นประโยชน์ ดีกว่าหญ้าที่ขึ้นมารกแล้วไม่เกิดประโยชน์อันใด

          สำนวน รกคนดีกว่ารกหญ้า นี้ ใช้กันมานาน ดังปรากฏในบทละครเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน “นางวันทองหึงกันกับนางลาวทอง” ขุนแผนกล่าวกับนางวันทองว่า

               เท่านั้นเถิดน้องพี่อย่าวีวุ่น           รกคนเป็นทุนดีกว่ารกหญ้า

               รกคนดีกว่ารกหญ้า จึงเป็นสำนวนที่เสนอให้มองในด้านดี

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พิพิธภัณฑ์ (๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔)

พิพิธภัณฑ์

          พิพิธภัณฑ์ (อ่านว่า พิ -พิด-ทะ -พัน) ตัดมาจากคำว่า พิพิธภัณฑสถาน และมีความหมายเช่นเดียวกัน คือหมายถึง สถานที่รวบรวม เก็บรักษา และจัดแสดงสิ่งของต่าง ๆ ที่เป็นโบราณวัตถุหรือเป็นศิลปวัตถุของประเทศ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าหรือที่หายาก เพื่อประโยชน์ให้บุคคลเข้ามาศึกษาหาความรู้หรือชมเพื่อความเพลิดเพลินใจ

          พิพิธภัณฑ์มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามสิ่งที่เก็บสะสม รวบรวม และนำมาจัดแสดง เช่น พิพิธภัณฑ์ข้าว พิพิธภัณฑ์ของเล่น พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ พิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย หรือเรียกชื่อตามลักษณะการจัดแสดง เช่น พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ไฮไฟฟ์ (๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

ไฮไฟฟ์

          ไฮไฟฟ์ (Hi5) เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการสื่อสังคมเว็บไซต์หนึ่ง  เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๖ ผู้ใช้บริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องสมัครด้วยการบันทึกประวัติส่วนตัวมี ชื่อ อายุ ที่อยู่ สิ่งที่ตนสนใจ เป็นต้น ในเว็บไซต์นี้อาจบันทึกภาพถ่ายหรือวีดิทัศน์ของตนที่ต้องการให้ผู้อื่นเห็น เพื่อให้ผู้ใช้บริการรายอื่น ๆ สามารถเข้ามาอ่านทำความรู้จัก และติดต่อกันได้  ผู้ใช้บริการสามารถสร้างแฟ้มภาพส่วนตัว เล่นเกมออนไลน์ และใช้เพลงประกอบได้  นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการยังสามารถส่งอีเมลติดต่อกับผู้ใช้บริการรายอื่น ๆ. ผู้ใช้บริการอาจรับหรือปฏิเสธคำขอเป็นเพื่อนจากผู้ใช้บริการรายอื่นได้  ถ้ายอมรับ ทั้ง ๒ ฝ่ายก็จะเชื่อมต่อกันโดยตรง ข้อมูลของทั้ง ๒ ฝ่ายก็จะไปปรากฏอยู่ในรายการชื่อเพื่อนของแต่ละฝ่าย  ผู้ใช้บริการบางรายยินยอมให้ผู้ใช้บริการทุกรายในระบบสามารถอ่านประวัติของตนได้ แต่บางรายก็ยินยอมให้แต่เฉพาะผู้ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันหรือกลุ่มเดียวกันเท่านั้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.