ต้นไม้ตายเพราะลูก (๒๒ กันยายน ๒๕๕๔)

ต้นไม้ตายเพราะลูก

          สำนวน ต้นไม้ตายเพราะลูก มีที่มาจากการสังเกตธรรมชาติของต้นไม้บางชนิด เช่น ต้นกล้วยที่เมื่อมีลูกแล้วต้นกล้วยก็ไม่เจริญอีกต่อไป รอวันตาย. พ่อแม่ที่รักลูกมาก ถ้าลูกได้รับความเดือดร้อนหรือเป็นอันตราย พ่อแม่ก็จะได้รับความทุกข์ความเดือดร้อนเพราะลูกด้วย เปรียบกับต้นไม้ที่ตายเพราะลูก

          วรรณคดีไทยหลายเรื่องใช้สำนวนนี้ ดังเช่นในร่ายยาวเรื่องมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี หลังจากที่พระเวสสันดรทรงยกสองกุมารให้แก่ชูชก โดยที่พระนางมัทรีไม่ทรงทราบ เมื่อโอรสธิดาหายไปก็ทรงตามหาด้วยความทุกข์แสนสาหัส เมื่อไม่พบก็รำพันว่า “ทั้งลูกรักดังแก้วตาก็หายไป อกเอ๋ยจะอยู่ไปไยให้ทนเวทนา อุปมาเสมือนหนึ่งพฤกษาลดาวัลย์ ย่อมจะอาสัญลงเพราะลูกเป็นแท้เที่ยง”

          ในบทละครเรื่องอิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง  ท้าวกะหมังกุหนิงสงสารวิหยาสะกำผู้เป็นโอรสที่ไปหลงรักนางบุษบาแล้วไม่ได้ดังใจหมาย ก็ไปทำสงครามชิงนางเพื่อโอรส แล้วกล่าวเปรียบเทียบว่า “พี่ดังพฤกษาพนาวัน  จะอาสัญเพราะลูกดังกล่าวมา”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อินเทอร์เน็ต (๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

อินเทอร์เน็ต

          อินเทอร์เน็ต มาจากคำภาษาอังกฤษว่า i-n-t-e-r-n-e-t หมายถึงระบบเครือข่ายข้อมูลของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ระบบนี้ทำหน้าที่เชื่อมเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งโลกเข้าด้วยกัน เครือข่ายเหล่านี้ประกอบด้วยเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิชาการ หน่วยงานสาธารณะ และหน่วยงานส่วนบุคคลนับเป็นล้านล้านเครือข่าย  เชื่อมต่อกันได้ทั้งแบบใช้สายซึ่งส่งสัญญาณมาทางสายสัญญาณ เช่น สายโทรศัพท์ หรือแบบไร้สายซึ่งส่งสัญญาณเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า.  บุคคลทั่วไปที่ต้องการติดต่อกับระบบนี้จะต้องจ่ายค่าบริการแก่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต  สิ่งที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต คือ แหล่งข้อมูล สารสนเทศอันมหาศาล  รวมทั้งการให้บริการประเภทต่าง ๆ เช่น อีเมล (ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์)  อีบิซิเนส (ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์). คำว่า อินเทอร์เน็ต มาจากคำเต็มว่า อินเทอร์เน็ตเวิร์ก (internetwork) มักเรียกย่อ ๆ ว่า เน็ต

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เครื่องจิ้ม (๑๑ กันยายน ๒๕๕๔)

เครื่องจิ้ม

          เครื่องจิ้ม  เป็นคำเรียกอาหารที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งของคนไทย    วิธีรับประทานอาหารของคนไทย  มีข้าวเป็นหลัก  มีกับข้าวซึ่งมักจะต้องประกอบด้วยเครื่องจิ้มซึ่งมีผักและปลาหรือกุ้งเข้าชุดกัน  มีแกงเผ็ด  แกงจืด  ผัดผัก   เนื้อเค็มหรือปลาเค็มแก้เลี่ยน   และมีอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์อีก ๑ อย่าง   อาหารไทยทุกมื้อจึงมีสารอาหารครบถ้วน    เครื่องจิ้มเป็นอาหารชูรสที่สำคัญ  เครื่องจิ้มอาจเป็นน้ำพริก  ซึ่งมีวิธีปรุงได้หลายสิบแบบ เช่น  น้ำพริกกะปิ  น้ำพริกตาแดง  น้ำพริกกุ้งเสียบ  น้ำพริกปลาย่าง.  เครื่องจิ้มที่เรียกว่า น้ำปลาหวาน เป็นเครื่องจิ้มสำหรับกุ้งเผากับดอกสะเดาลวก.    เครื่องจิ้มอาจเป็นแบบ  หลน  ซึ่งก็มีหลายชนิด เช่น  เต้าเจี้ยวหลน  กุ้งหลน  ปลาร้าหลน   กะปิหลน.  เครื่องจิ้มอีกประเภทหนึ่งของอาหารไทย  คือ  เครื่องจิ้มที่ใช้เพิ่มรสให้แก่อาหารบางชนิด  เช่น   น้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย สำหรับเพิ่มรสให้ห้อยจ๊อ ทอดมันกุ้ง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

โรคติดเชื้อในกระแสเลือด (๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔)

โรคติดเชื้อในกระแสเลือด

          โรคติดเชื้อในกระแสเลือด [(septicemia อ่านว่า เซ็บ-ติ-ซี-เมีย)] หรือโรคโลหิตเป็นพิษ [(blood poisoning อ่านว่า บลัด-พ้อย-เซิ่น-นิ่ง)] คือโรคที่เกิดจากการที่เชื้อโรคชนิดจุลินทรีย์ หรือชีวพิษของเชื้อโรคกระจายเข้าสู่เลือด. โรคนี้เริ่มจากการติดเชื้อเฉพาะที่ก่อน เมื่อรุนแรงขึ้นหรือเชื้อมีพิษรุนแรงมากจะทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมให้อยู่เฉพาะที่เดียวได้. การกระจายของเชื้อหรือพิษมักเกิดในผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหาร ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ และยังเกิดขึ้นได้ง่ายในผู้เป็นโรคเบาหวาน เพราะน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี

          การติดเชื้อในกระแสเลือดทำให้ส่วนประกอบของเลือดเปลี่ยนไป เมื่อเลือดกระจายไปสู่เซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ เชื้อโรคและพิษจะทำลายเซลล์โดยตรง ทำให้ร่างกายไม่สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ ผู้ป่วยมักเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันการณ์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ใบเหลือง-ใบแดง (๓๐ กรกฎาคม๒๕๕๔)

ใบเหลือง-ใบแดง

          ใบเหลืองและใบแดง  เป็นบัตรสีเหลือง สีแดง ขนาดประมาณใส่กระเป๋าเสื้อได้ ใช้ในการลงโทษการเล่นผิดกติกาในกีฬาฟุตบอล ถ้านักฟุตบอลได้ใบเหลือง แสดงว่านักฟุตบอลคนนั้นเล่นผิดกติการ้ายแรง แต่ยังไม่ถึงกับถูกไล่ออกจากสนาม เป็นเพียงการตักเตือน และยังให้เล่นต่อไปได้  ถ้าได้ใบแดง แสดงว่า นักฟุตบอลคนนั้นทำผิดกติกาอย่างร้ายแรงมาก ต้องถูกไล่ออกจากสนาม.  คำว่า ใบเหลือง ใบแดงนำมาใช้เรียกการลงโทษผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทำผิดกติกาในการหาเสียง  ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดได้ใบเหลือง หมายความว่า กกต. เชื่อว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งคนนั้นทุจริต เช่น ซื้อเสียง แจกเงิน แจกสิ่งของ เป็นต้น แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน กกต. จะสั่งให้เลือกตั้งใหม่ โดยที่ผู้สมัครที่ได้ใบเหลืองยังมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไปได้.  ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้ใบแดงเป็นผู้สมัครที่มีหลักฐานชัดเจนว่าทุจริต ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา ๕ ปี ทั้งยังอาจถูกดำเนินคดีอาญา และชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้งใหม่ด้วย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.