ม้าอารี (๒๐ กันยายน ๒๕๕๔)

ม้าอารี

          ม้าอารี เป็นคำเปรียบคนที่ใจดีเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น บางครั้งอาจเดือดร้อนเพราะถูกผู้ที่เห็นแก่ได้ เอาเปรียบและเบียดเบียน

          คำกล่าวนี้มาจากนิทานเรื่อง ม้าอารี ความว่า ชาวนาผู้หนึ่งเลี้ยงม้าและวัวไว้อย่างละตัว เลี้ยงม้าไว้ในคอกที่มีหลังคา แต่เลี้ยงวัวไว้ในที่โล่ง เมื่อฝนตกวัววิ่งมาขออาศัยหลบฝนกับม้า แรก ๆ ก็ขอเพียงยื่นหัวเข้าไปหลบฝน  ต่อมาก็ขอขยับตัวเข้าไปทีละน้อย จนเบียดเข้าไปอยู่ในคอกม้าทั้งตัว ทำให้ม้าหลุดออกไปจากคอก คนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นจนตนเองต้องเดือดร้อน จึงเปรียบได้กับม้าอารีในนิทานเรื่องนี้

          คำว่า อารี เป็นคำกริยา หมายความว่า เอื้อเฟื้อ มีใจเผื่อแผ่ ปัจจุบันไม่นิยมใช้คำว่า อารี แต่ลำพัง มักจะใช้ว่า อารีอารอบ หรือ โอบอ้อมอารี

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เว็บบอร์ด (๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

เว็บบอร์ด

          เว็บบอร์ด มาจากคำภาษาอังกฤษว่า w-e-b-b-o-a-r-d คำนี้มีศัพท์บัญญัติว่า กระดานสนทนา  หมายถึง ส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ที่ผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อความแจ้งข่าวสาร ข้อมูล หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ที่ใช้เว็บบอร์ดด้วยกันได้.  ทุกคนสามารถอ่านข้อความต่าง ๆ ในเว็บบอร์ดได้ แต่ถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น อาจต้องสมัครเป็นสมาชิกของเว็บบอร์ดนั้น ๆ.  เว็บบอร์ดอาจจะแยกเป็นหัวข้อต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สนใจเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เช่น การเมือง ภาพยนตร์ ดนตรี งานอดิเรก  สมาชิกของเว็บบอร์ดสามารถตั้งหัวข้อเรื่องต่าง ๆ ที่เรียกว่า กระทู้ เพื่อให้ผู้อื่นเข้ามาอ่านหรือแสดงความคิดเห็นได้  นอกจากนี้ผู้ที่สนใจก็สามารถแจ้งให้ผู้ดูแลเว็บลบกระทู้นั้นทิ้งได้ ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสม

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พรรคการเมือง (๙ กันยายน ๒๕๕๔)

พรรคการเมือง

          พรรคการเมือง เป็นคำที่เกิดจากนำคำว่า พรรค ซึ่งมีความหมายว่า หมู่คนที่รวมกันเป็นฝ่าย. กับคำว่า การเมือง ซึ่งมีความหมายว่า งานที่เกี่ยวกับการควบคุมและดำเนินการบริหารรัฐหรือแผ่นดิน. พรรคการเมืองจึงมีความหมายกว้าง ๆ ว่า กลุ่มบุคคลหรือองค์กรที่มุ่งแสวงหาอำนาจในการปกครองรัฐ เพื่อนำอุดมการณ์หรือแนวนโยบายของกลุ่มตนมาใช้ตอบสนองความต้องการของประชาชน แก้ปัญหาของสังคม และวางแนวทางในการพัฒนาประเทศ

          ในสังคมทั้งที่เป็นประชาธิปไตยและเผด็จการต่างก็มีพรรคการเมือง. ในสังคมประชาธิปไตย พรรคการเมืองได้อำนาจรัฐจากการส่งตัวแทนเข้าแข่งขันในการเลือกตั้ง พรรคใดได้เสียงข้างมากก็จะมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล. ส่วนในสังคมเผด็จการ พรรคการเมืองได้อำนาจรัฐจากการโค่นล้มรัฐบาลเดิม แล้วผูกขาดการบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.