อีบุ๊ก (๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

อีบุ๊ก

          อีบุ๊ก มาจากคำภาษาอังกฤษว่า e-book [หรือ ebook]  ซึ่งย่อมาจากคำว่า  electronic book  คำนี้ตรงกับศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตยสถานว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึงสิ่งพิมพ์ซึ่งเก็บอยู่ในรูปแบบที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถนำไปใช้งานได้.  ประโยชน์ของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์คือผู้ใช้จะเข้าไปอ่านได้โดยไม่ต้องเดินทางไปห้องสมุดหรือซื้อหนังสือจากร้าน. ในบางกรณีการอ่านอีบุ๊กอาจต้องเสียค่าใช้จ่าย. ปัจจุบันมีการนำสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ไปเผยแพร่ในแบบอีบุ๊กมากขึ้น ทั้งยังมีการผลิตอีบุ๊กโดยตรง โดยไม่เคยมีฉบับพิมพ์มาก่อน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

วัดรอยตีน-วัดรอยเท้า (๑๘ กันยายน ๒๕๕๔)

วัดรอยตีน-วัดรอยเท้า

          สำนวน วัดรอยตีน หรือ วัดรอยเท้า  หมายถึง การวัดขนาดรอยเท้าของตนว่าพอจะเท่าผู้ที่จะเข้าไปเทียบความสามารถแล้วหรือยัง. สำนวน วัดรอยตีน หรือ วัดรอยเท้า  ใช้เป็นคำตำหนิผู้ที่บังอาจแสดงตนว่าเหนือผู้มีพระคุณ  อาจมีความหมายรวมไปถึงคนที่อกตัญญู  เช่น  ลูกศิษย์ที่คอยวัดรอยเท้าครู  ชิงดีชิงเด่นเพื่อให้เห็นว่าตนมีความสามารถเหนือกว่าครูโดยไม่เคารพครู ไม่มีใครเขานับว่าเป็นคนดีหรอก.  สำนวนนี้มีที่มาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์    กล่าวถึงควายชื่อทรพีซึ่งคอยวัดรอยตีนของตนกับรอยตีนของทรพาผู้เป็นพ่อว่าตนโตพอที่จะสู้กับพ่อได้หรือยัง ดังปรากฏในรามเกียรติ์  พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ความว่า  ทรพีรู้ว่าทรพาฆ่าลูกตัวผู้ทุกตัวจึงหาโอกาสจะฆ่าทรพาและคอยตามวัดรอยตีนของทรพา เมื่อเห็นว่ารอยตีนโตพอจะสู้พ่อได้แล้วจึงท้าขวิดและฆ่าทรพาตาย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ลอยนวล (๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

ลอยนวล

          ลอยนวล ใช้เป็นสำนวนมีความหมายว่า สบายใจ อยู่อย่างสบาย ไม่ทุกข์ร้อนเพราะไม่ถูกจับตัวมาลงโทษ เช่น โจรปล้นร้านทองหนีไปอย่างลอยนวล.  ผู้ร้ายที่ฆ่าชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่ยังลอยนวลอยู่. สำนวน ลอยนวล มีปรากฏมาแต่โบราณ มีความหมายกว้างกว่าในปัจจุบัน หมายถึง อยู่อย่างสบาย ไม่ทุกข์ร้อน  เช่นในเรื่องมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ทานกัณฑ์ กล่าวถึงตอนที่พระเวสสันดรต้องเสด็จออกไปอยู่ป่า พระนางมัทรีขอตามไปด้วยเพื่อดูแลรับใช้พระสวามี โดยให้เหตุผลว่า เมื่อพระสวามีตกยากต้องไปลำบาก พระนางไม่สมควรที่จะอยู่สุขสบายในเมือง ความปรากฏดังนี้ “แต่ว่าลูกจะไม่ไปก็ใช่ที่ ด้วยพระสวามีสิตกไร้ ใครเขาไม่อินัง ลูกจะนอนลอยนวลอยู่ในวังไม่บังควร”

          ในบทละครนอกเรื่อง ไชยเชษฐ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตอนพระไชยเชษฐ์ตามมาง้อนางสุวิญชาให้กลับไปเมืองเหมันต์ นางวิฬาร์ซึ่งเป็นผู้ช่วยของนางสุวิญชากล่าวต่อว่าพระไชยเชษฐ์ ว่า  “แต่เจ็บอายเพียงนี้แล้วมิสา     ยังจะมาลอยนวลชวนไปใหม่”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เขียว (๗ กันยายน ๒๕๕๔)

เขียว

          คำว่า เขียว ตามที่เข้าใจกันในปัจจุบันหมายถึงสีแบบใบไม้สด แต่ในสมัยก่อนสีเขียวหมายรวมถึงสีน้ำเงินหรือสีฟ้าอย่างท้องฟ้าด้วย คนไทยจึงมักเรียกปากกาที่มีหมึกสีน้ำเงินว่าปากกาเขียว และกล่าวว่าท้องฟ้าเป็นสีเขียว ดังมีสำนวนว่า สุดหล้าฟ้าเขียว หมายถึง ไกลมาก. คำว่า พิมพ์เขียว หมายถึง สําเนาที่ทำขึ้นโดยฉายแสงบนต้นฉบับให้ปรากฏเป็นลวดลายสีนํ้าเงินบนกระดาษพื้นขาว หรือเป็นลวดลายสีขาวบนกระดาษสีน้ำเงิน. ถ้าใช้คำว่า เขียว ขยายคำว่า เหม็น เป็น เหม็นเขียว หมายถึง เหม็นอย่างกลิ่นใบไม้สดบางชนิด เช่น เขาไม่ยอมกินผัก บอกว่าเหม็นเขียว.

          คำว่า เขียว เมื่อใช้ขยายคำบางคำ ไม่ได้แสดงสี แต่แสดงความโกรธ ความไม่พอใจ เช่น เจ้านายดุลูกจ้างเสียงเขียว.  คุณแม่ทำตาเขียวเมื่อเห็นลูกสาวแต่งตัวไม่เรียบร้อย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

มุ้ง (๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๔)

มุ้ง

          มุ้ง คือสิ่งที่ใช้กางครอบตัวเพื่อกันยุง ใช้ผ้าโปร่งปรกติเย็บเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีส่วนที่เป็นหลังคา และส่วนที่ครอบลงมากันไม่ให้ยุงเข้ามากัดคนที่นอนหลับอยู่ในมุ้ง. เดิมมุ้งทำด้วยผ้าโปร่ง หรือผ้าตาพริกไทย เพื่อให้ผู้ที่นอนหลับหายใจได้สะดวก ต่อมามีการใช้ลวดตาละเอียดกรุประตูหน้าต่าง ทำให้ยุงเข้าไปในห้องไม่ได้ คนที่อยู่ในห้องจึงไม่ถูกยุงกัด จึงเรียกลวดตาข่ายนั้นว่า มุ้งลวด เช่น บ้านปัจจุบันมักจะติดมุ้งลวดทั้งหลัง ไม่ให้ยุงเข้ามากัดได้. คำว่า มุ้งอีกคำหนึ่ง คือ มุ้งสายบัว ใช้เป็นคำเรียกห้องขังผู้ต้องหา ซึ่งเป็นห้องกั้นมีกรงเหล็กดูลักษณะคล้ายสายบัวที่ขึ้นเรียงกันเป็นแถว ผู้ต้องหาต้องนอนในห้องขัง เหมือนนอนในมุ้ง แต่เป็นมุ้งที่กันยุงไม่ได้. นอกจากนี้ยังใช้คำว่า มุ้ง เรียกกลุ่มนักการเมืองในพรรคหนึ่ง ๆ ที่แยกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยว่า มุ้ง เช่น สส. พรรคเราสามัคคีกันดีไม่มีมุ้งเล็กมุ้งใหญ่

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ลูกทรพี (๑๗ กันยายน ๒๕๕๔)

ลูกทรพี

          สำนวน ลูกทรพี  หมายถึงลูกอกตัญญูที่ฆ่าหรือทำร้ายพ่อแม่ของตน  เช่น  ลูกทรพีคลั่งฆ่าแม่เพราะฤทธิ์ยาบ้า. สำนวน ลูกทรพี มีที่มาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์  กล่าวว่าทรพีเป็นลูกของทรพา ซึ่งเดิมเป็นยักษ์ชื่อ นนทกาล  มีหน้าที่เฝ้าประตูกำแพงในอุทยานของพระอิศวร  นนทกาลมีใจรักนางฟ้า ซึ่งมีหน้าที่เก็บดอกไม้ถวายพระอิศวร ได้ปาดอกไม้ไปให้นางฟ้า นางฟ้าก็ไปฟ้องพระอิศวร นนทกาลจึงถูกพระอิศวรสาปให้มาเกิดในโลกมนุษย์เป็นควายชื่อ  ทรพา  และให้ตายเพราะลูกที่ชื่อ ทรพี.  ทรพาจึงฆ่าลูกที่เป็นควายตัวผู้ทุกตัว   ต่อมาเมียตัวหนึ่งของทรพาชื่อนางนิลกาสรแอบหนีไปออกลูกในถ้ำสุรกานต์  นางให้ชื่อลูกว่า ทรพี  และได้เล่าเรื่องที่ทรพาฆ่าลูกให้ทรพีฟัง   แม่ควายได้ฝากลูกไว้กับเทวดาประจำถ้ำ  ทรพีมีเทวดามาคอยคุ้มครองทำให้มีพลังเก่งกล้า  ในที่สุดทรพีก็ฆ่าทรพาผู้เป็นพ่อตาย  จึงเป็นที่มาของสำนวน ลูกทรพี.  ปัจจุบัน มีผู้ใช้สำนวน ลูกทรพี ในความหมายว่า ลูกอกตัญญู ทำร้ายพ่อแม่หรือทำร้ายผู้ที่เลี้ยงดูมา

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.