เรือผีหลอก (๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ออกอากาศซ้ำ)

เรือผีหลอก

          เรือผีหลอก เป็นเรือที่มักใช้หาปลาในเวลากลางคืน. สาเหตุที่เรียกว่าผีหลอก น่าจะเป็นเพราะหลอกให้ปลากระโดดลงในเรือ. ลักษณะของเรือผีหลอกคือท้องเรือค่อนข้างแบน เมื่อลอยอยู่ในน้ำกราบเรือจะสูงกว่าระดับน้ำไม่มาก แคมเรือด้านหนึ่งติดแผ่นกระดานทาสีขาว และวางให้เอียงลาดลงน้ำ แคมเรืออีกด้านหนึ่งขึงตาข่ายเป็นแนวยาวตลอดลำเรือ. ชาวประมงจะแจวหรือพายเรือตามริมตลิ่งในเวลากลางคืน แล้วโคลงเรือไปมา ปลาเห็นแผ่นกระดานสีขาวท่ามกลางความมืด จะตกใจและกระโดดขึ้นพ้นน้ำ ปลาจึงตกลงมาในท้องเรือ แต่ถ้ากระโดดไกลออกไปจะถูกตาข่ายกั้นไว้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จองหองพองขน (๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)

จองหองพองขน

          คำว่า จองหองพองขน ประกอบด้วยคำว่า จองหอง แปลว่า เย่อหยิ่ง อวดดี ทะนงตน กับคำว่า พองขน แปลว่า ทำขนตั้งขึ้น พองขึ้น เป็นอาการของสัตว์ เช่น แมวหรือลิง คำว่า จองหองพองขน ใช้เป็นสำนวนมีความหมายว่า เย่อหยิ่ง อวดดี แสดงอาการลบหลู่ดูหมิ่น โดยเปรียบกับอาการของลิงที่ทำขนพองขึ้นแสดงอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจ พร้อมทั้งส่งเสียงขู่ตะคอกเมื่อคนเข้าไปใกล้

          สำนวน จองหองพองขน ใช้กันมาแต่โบราณปรากฏในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น ในนิราศเมืองแกลง ของสุนทรภู่ กล่าวถึงตอนที่เดินทางโดยทางเรือเมื่อถึงคลองขวาง มีลิงแสมจำนวนมากอยู่ริมตลิ่งวิ่งตามเรือ ความตอนนี้มีว่า

          คำโบราณท่านผูกถูกทุกสิ่ง                     เขาว่าลิงจองหองมันพองขน

          ทำหลุกหลิกเหลือกลานพานลุกลน           เขาด่าคนจึงว่าลิงโลนลำพอง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

หลาก (๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๔)

หลาก

          คำว่า หลาก มีหลายความหมาย ความหมายแรก หลาก หมายถึง ต่าง ๆ เช่น ในป่านี้มีนกหลากพรรณ. แขกที่มาร่วมงานแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลากสี. อาหารไทยมีหลากรสให้เลือกรับประทาน.  ความหมายที่ ๒ หลาก หมายถึง แปลก ประหลาด ใช้ในคำว่า หลากจิต หมายถึง แปลกใจหรือประหลาดใจ เช่นที่ใช้ในวรรณคดีเรื่องอิเหนา ตอนเกิดอิเหนากุเรปัน ว่า ครั้นนิทราตื่นฟื้นองค์ ให้หลากจิตพิศวงสงสัย จึ่งทูลพระภัสดาทันใด โดยในนิมิตเยาวมาลย์. ความหมายที่ ๓ หลาก หมายถึง อาการที่น้ำไหลแรงและแผ่เป็นบริเวณกว้างผิดปรกติ เช่น ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้มีน้ำจากยอดเขาหลากลงมาท่วมบ้านเรือนเสียหาย. กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนชาวบ้านที่อยู่บริเวณเชิงเขาให้ระวังอันตรายจากน้ำป่าไหลหลาก. หนังสือพิมพ์ลงข่าวน้ำเหนือล้นเขื่อนหลากไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เจว็ด (๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๔)

เจว็ด

          เจว็ด (อ่านว่า จะ -เหฺว็ด) คือ แผ่นไม้รูปคล้ายใบเสมา ลักษณะสูงเพรียว ด้านหน้าเขียนหรือแกะเป็นรูปเทพารักษ์ยืนอยู่บนแท่นหันหน้าเฉียงไปข้าง ๆ มือหนึ่งถือพระขรรค์ อีกมือหนึ่งถือสมุด บางทีก็ถือพระขรรค์กับถุงเงิน หรือพระขรรค์กับแส้และสมุดดำ ขนาดความสูงของเจว็ดอาจเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ความต้องการและสถานที่. เจว็ดใช้ประดิษฐานไว้ในศาลพระภูมิ. ตามคติพราหมณ์เชื่อว่าเทพารักษ์หรือพระภูมิเทวดา (อ่านว่า พู-มิ-เท-วะ -ดา) ทำหน้าที่พิทักษ์เหย้าเรือนและเขตที่ตั้งบ้านของผู้เป็นเจ้าของที่ดินตลอดจนผู้อยู่อาศัยให้พ้นภัยทั้งปวง

          คนส่วนใหญ่มองเห็นเจว็ดเป็นแผ่นไม้ที่มีรูปเทวดายืนอยู่เฉย ๆ จึงใช้คำว่า เจว็ด ในความหมายโดยปริยายว่า ผู้ที่ได้รับยกย่องให้เป็นประธานหรือเป็นใหญ่แต่ไม่มีอำนาจ เช่น ถึงเขาจะเป็นหัวหน้า แต่ก็เป็นแค่เจว็ด ไม่มีอำนาจสั่งการใด ๆ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

กุมภกรรณทดน้ำ (๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ออกอากาศซ้ำ)

กุมภกรรณทดน้ำ

          กุมภกรรณทดน้ำ ประกอบด้วยคำว่า กุมภกรรณ (อ่านว่า กุม-พะ -กัน) กับ ทดน้ำ

          กุมภกรรณ เป็นตัวละครยักษ์ในเรื่องรามเกียรติ์ เป็นน้องของทศกัณฐ์. คำว่า ทดน้ำ หมายถึง กั้นหรือขวางทางน้ำ คำว่า ทด มาจากคำภาษาเขมร ทส่ (อ่านว่า ตั๊วะฮ์) แปลว่า ขัดหรือขวาง.  

          ตามเรื่อง กุมภกรรณจำเป็นต้องช่วยทศกัณฐ์ทำศึกกับพระราม กุมภกรรณคิดอุบายตัดศึกโดยเนรมิตกายให้ใหญ่เท่าภูเขาแล้วไปนอนขวางทางน้ำเพื่อมิให้น้ำไหลไปถึงที่ตั้งทัพของพระราม ไพร่พลของพระรามจะได้อดน้ำตายภายในเจ็ดวัน เมื่อพระรามรู้อุบายของกุมภกรรณ จึงใช้ให้หนุมานไปทำลายพิธีทดน้ำของกุมภกรรณ เกิดการต่อสู้กันจนกุมภกรรณพ่ายแพ้หนีกลับเข้าเมืองไป

          กุมภกรรณทดน้ำ นำมาใช้เป็นสำนวน หมายถึง ผู้ที่นอนเกะกะขวางทางคนอื่น เช่น หลีกไปให้พ้นทางหน่อย คนจะเดิน มานอนเป็นกุมภกรรณทดน้ำอยู่ได้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ตีนกา-ตีนครุ (๗ ตุลาคม ๒๕๕๔)

ตีนกา-ตีนครุ

          คำว่า ตีนกา ใช้เรียกสิ่งที่มีลักษณะเหมือนตีนของอีกา คือเป็นเครื่องหมายกากบาทอย่างเครื่องหมายบวก  โบราณใช้เป็นเครื่องหมายบอกมาตราเงินและมาตราชั่ง เมื่อบอกมาตราเงิน จะแสดงมาตราเงินเป็นชั่ง ตำลึง บาท สลึง เฟื้อง และไพ. ตัวเลขที่เป็นหลักชั่งอยู่บนปลายเส้นดิ่ง เฉียงลงมาที่มุมซ้ายบนเป็นหลักตำลึง ไปทางขวาเป็นหลักบาท ลงมาที่มุมขวาล่างเป็นหลักสลึง ต่อมาที่มุมซ้ายล่างเป็นหลักเฟื้อง และที่ปลายล่างของเส้นดิ่งเป็นหลักไพ 

          เมื่อเป็นมาตราชั่ง ก็แสดงน้ำหนักเป็นชั่ง ตำลึง บาท สลึง เฟื้อง ไพ เช่นเดียวกับมาตราเงิน. ปัจจุบันแพทย์แผนไทยยังใช้เครื่องหมายตีนกาเป็นมาตราชั่งเครื่องยาไทยอยู่. คำว่า ตีนกา ตามความหมายนี้ เรียกอีกอย่างว่า ตีนครุ (อ่านว่า ตีน-คฺรุ)

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.