กุมภกรรณทดน้ำ (๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ออกอากาศซ้ำ)

กุมภกรรณทดน้ำ

          กุมภกรรณทดน้ำ ประกอบด้วยคำว่า กุมภกรรณ (อ่านว่า กุม-พะ -กัน) กับ ทดน้ำ

          กุมภกรรณ เป็นตัวละครยักษ์ในเรื่องรามเกียรติ์ เป็นน้องของทศกัณฐ์. คำว่า ทดน้ำ หมายถึง กั้นหรือขวางทางน้ำ คำว่า ทด มาจากคำภาษาเขมร ทส่ (อ่านว่า ตั๊วะฮ์) แปลว่า ขัดหรือขวาง.  

          ตามเรื่อง กุมภกรรณจำเป็นต้องช่วยทศกัณฐ์ทำศึกกับพระราม กุมภกรรณคิดอุบายตัดศึกโดยเนรมิตกายให้ใหญ่เท่าภูเขาแล้วไปนอนขวางทางน้ำเพื่อมิให้น้ำไหลไปถึงที่ตั้งทัพของพระราม ไพร่พลของพระรามจะได้อดน้ำตายภายในเจ็ดวัน เมื่อพระรามรู้อุบายของกุมภกรรณ จึงใช้ให้หนุมานไปทำลายพิธีทดน้ำของกุมภกรรณ เกิดการต่อสู้กันจนกุมภกรรณพ่ายแพ้หนีกลับเข้าเมืองไป

          กุมภกรรณทดน้ำ นำมาใช้เป็นสำนวน หมายถึง ผู้ที่นอนเกะกะขวางทางคนอื่น เช่น หลีกไปให้พ้นทางหน่อย คนจะเดิน มานอนเป็นกุมภกรรณทดน้ำอยู่ได้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ตีนกา-ตีนครุ (๗ ตุลาคม ๒๕๕๔)

ตีนกา-ตีนครุ

          คำว่า ตีนกา ใช้เรียกสิ่งที่มีลักษณะเหมือนตีนของอีกา คือเป็นเครื่องหมายกากบาทอย่างเครื่องหมายบวก  โบราณใช้เป็นเครื่องหมายบอกมาตราเงินและมาตราชั่ง เมื่อบอกมาตราเงิน จะแสดงมาตราเงินเป็นชั่ง ตำลึง บาท สลึง เฟื้อง และไพ. ตัวเลขที่เป็นหลักชั่งอยู่บนปลายเส้นดิ่ง เฉียงลงมาที่มุมซ้ายบนเป็นหลักตำลึง ไปทางขวาเป็นหลักบาท ลงมาที่มุมขวาล่างเป็นหลักสลึง ต่อมาที่มุมซ้ายล่างเป็นหลักเฟื้อง และที่ปลายล่างของเส้นดิ่งเป็นหลักไพ 

          เมื่อเป็นมาตราชั่ง ก็แสดงน้ำหนักเป็นชั่ง ตำลึง บาท สลึง เฟื้อง ไพ เช่นเดียวกับมาตราเงิน. ปัจจุบันแพทย์แผนไทยยังใช้เครื่องหมายตีนกาเป็นมาตราชั่งเครื่องยาไทยอยู่. คำว่า ตีนกา ตามความหมายนี้ เรียกอีกอย่างว่า ตีนครุ (อ่านว่า ตีน-คฺรุ)

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

โค้งสุดท้าย (๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๔)

โค้งสุดท้าย

          โค้งสุดท้าย  เป็นสำนวนหมายถึง ใกล้จะถึงกำหนดเวลาสิ้นสุดของการกระทำหรือการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่หรือเร่งทำให้ดีที่สุด  เช่น  ขณะนี้มาถึงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว  ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องเร่งทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด

          สำนวน โค้งสุดท้าย นี้  มาจากการแข่งขันกีฬาแข่งม้า ซึ่งมีสนามแข่งเป็นลู่มีทางโค้ง ผู้ขี่ม้าจะต้องพยายามบังคับม้า ให้วิ่งเร็วที่สุดไปรอบสนามแข่ง เพื่อให้ถึงเส้นชัยก่อนผู้อื่น และในโค้งสุดท้ายก่อนที่จะเข้าทางตรงสู่เส้นชัย  ผู้ขี่ม้าจะบังคับม้าของตนอย่างสุดกำลังความสามารถให้วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด เพื่อให้ถึงเส้นชัยก่อนผู้อื่น. สำนวน โค้งสุดท้ายใช้กับการแข่งขันกีฬาความเร็วประเภทอื่นด้วย เช่น วิ่งแข่ง แข่งรถ แข่งจักรยาน. เมื่อนำมาใช้เป็นสำนวนทั่วไป โค้งสุดท้าย หมายถึง เร่งมือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดสุดความสามารถก่อนที่จะถึงเวลาที่กำหนด

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

การประคบตัว การเข้ากระโจม (๒๖ กันยายน ๒๕๕๔)

การประคบตัว การเข้ากระโจม

          การประคบตัว และการเข้ากระโจม เป็นภูมิปัญญาของคนไทยซึ่งมีมาแต่โบราณ

          การประคบตัว เป็นวิธีที่ทำให้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรคลายความปวดเมื่อยตามร่างกาย. คำว่า ประคบ หมายถึง นาบ หรือ คลึงด้วยลูกประคบ.  ลูกประคบ คือผ้าที่ห่อเครื่องยาสมุนไพรผูกเป็นลูกกลม ๆ หลังจากนึ่งหม้อเกลือแล้ว หมอตำแยจะประคบร่างกายของหญิงหลังคลอดด้วยลูกประคบ โดยนำลูกประคบไปนึ่งให้ร้อนแล้วนำมานาบหรือกดคลึงตามร่างกายหรือบริเวณที่ปวดเมื่อย เพื่อให้รู้สึกสบายตัวขึ้น

          การเข้ากระโจม เป็นวิธีอบตัวให้เหงื่อออกและรับควันยาสมุนไพร โดยใช้ผ้าทำเป็นกระโจม ภายในกระโจมมีหม้อบรรจุเครื่องยาสมุนไพรที่ต้มจนเดือด ผู้เข้ากระโจมจะค่อย ๆ เผยอฝาหม้อยา ให้ไอร้อนและควันของยาสมุนไพรออกมาอบตัวทีละน้อย ความร้อนจะขับเหงื่อออกมาได้มาก และควันยาสมุนไพรจะทำให้สดชื่นสบายกาย

          ปัจจุบันคนทั่วไปยังใช้การประคบตัวและเข้ากระโจมเพื่อทำให้ผิวพรรณดี แต่อาจเปลี่ยนจากกระโจมผ้าเป็นตู้อบที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ หรืออบตัวในห้องแคบ ๆ ที่เรียกว่าห้องอบไอน้ำ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

นิคม (๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)

นิคม

          นิคม หมายถึงชุมชน หรือหมู่บ้านขนาดใหญ่ หรือหมายถึงชุมชนที่เกิดขึ้นจากการตั้งหลักแหล่งในที่ดินที่รัฐจัดสรรให้  มีชื่อต่าง ๆ เช่น นิคมสร้างตนเอง นิคมสหกรณ์  และนิคมอุตสาหกรรม

          นิคมสร้างตนเอง คือ บริเวณที่ดินของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นนิคมสร้างตนเองเพื่อสงเคราะห์ราษฎรที่เดือดร้อนและยากจน ไม่มีที่ดินอยู่อาศัย ตาม พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ดำเนินการ ๔๓ แห่ง  ใน ๓๒ จังหวัด สมาชิกในนิคมสร้างตนเองจะได้รับบริการจากรัฐเพื่อให้เป็นชุมชนที่มีความมั่นคงเข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้

          นิคมสหกรณ์  คือ บริเวณที่ดินที่รัฐนำมาจัดสรรให้ราษฎรที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร แต่ขาดแคลนที่ดินทำกินได้มีที่ดินในขนาดที่เหมาะสม  โดยให้ราษฎรเหล่านั้นรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์ขึ้น

          นิคมอุตสาหกรรม คือ เขต หรือบริเวณที่กำหนดไว้สำหรับการประกอบอุตสาหกรรม และกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรม

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เกียรติมุข (๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๔)

เกียรติมุข

          เกียรติมุข (อ่านว่า เกียด-ติ -มุก) เป็นชื่อของอสูรร้ายหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว เกิดจากเปลวเพลิงจากพระเนตรที่ ๓ ของพระศิวะ เพื่อให้กินพระราหูซึ่งบังอาจขอพระอุมาไปเป็นชายา เมื่อพระราหูทูลขอชีวิต พระศิวะจึงห้ามเกียรติมุขไม่ให้กินพระราหู เกียรติมุขทูลถามพระศิวะว่าตนเกิดมาเพื่อกินพระราหู เมื่อกินพระราหูไม่ได้ พระศิวะจะให้กินสัตว์อะไร พระศิวะจึงสั่งให้เกียรติมุขกินตัวเอง เกียรติมุขจึงกินตนเองถึงกรามล่าง เหลือแต่ศีรษะและมือทั้ง ๒ ข้าง. พระศิวะสรรเสริญว่า เกียรติมุขเชื่อฟังและภักดีสมควรยกย่อง จึงตั้งชื่ออสูรนี้ว่าเกียรติมุข แปลว่า ดวงหน้าอันมีเกียรติยศ แล้วนำเกียรติมุขไปประดับเหนือบานทวาร ประทานพรให้ดวงหน้าของเกียรติมุขปรากฏแก่ผู้คนในสถานที่ทุกแห่ง หากผู้ใดพบเห็นดวงหน้าอันมีเกียรตินี้ จักมีชีวิตที่สมบูรณ์และสามารถเลี้ยงตนเองได้ตลอดชีวิต. ความเชื่อตามตำนานนี้ทำให้เทวสถานของชาวฮินดูทั้งในอินเดีย กัมพูชา ไทย และอินโดนีเซีย ปรากฏรูปเกียรติมุขประดับเหนือบานประตูหรือด้านนอกของเทวสถาน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

กระดี่ได้น้ำ (๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ออกอากาศซ้ำ)

กระดี่ได้น้ำ

          สำนวนกระดี่ได้น้ำ ใช้เปรียบเทียบกับกิริยาของคนที่แสดงอาการดีใจหรือตื่นเต้น เช่น พวกพนักงานพอรู้ว่า ปีใหม่นี้บริษัทมีโครงการพาไปพักผ่อนที่จังหวัดภูเก็ต ก็ดีใจราวกับกระดี่ได้น้ำ.

          ปลากระดี่ เป็นปลาน้ำจืดลักษณะคล้ายปลาสลิด แต่ตัวเล็กกว่า พื้นลำตัวเป็นสีเทาเงิน มีอยู่ชุกชุมตามแหล่งน้ำที่น้ำไหลไม่แรง เช่น ลำคลอง หนอง บึง ทั่วทุกภาคของประเทศไทย. ในสมัยก่อนถ้าวิดน้ำในท้องร่องเรือกสวนไร่นา หรือแหล่งน้ำตื้น ๆ ก็มักจะได้ปลากระดี่ไปทำอาหาร. ปลากระดี่ที่ตกปลักหรือค้างอยู่ในที่น้ำน้อย เพราะน้ำแห้งลง ถ้ามีน้ำใหม่ไหลลงไปเพิ่มมากขึ้น ก็จะแสดงอาการดีใจ โดยกระโดดไปมา และด้วยลำตัวคล้ายสีเงินเมื่อกระทบกับแสงแดด ก็ทำให้เห็นพฤติกรรมชัดเจน จึงนำมาเปรียบเทียบกับอาการดีใจของคนที่ตื่นเต้นอย่างระงับไว้ไม่อยู่

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.