ระลอก-คลื่น (๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)

ระลอก-คลื่น

          ระลอก หมายถึง คลื่นขนาดเล็กในแหล่งน้ำต่าง ๆ   เช่น ระลอกน้ำในลำธาร.  น้ำในสระไหวเป็นระลอก. ระลอกคลื่นที่ซัดเข้าชายหาดเป็นฟองขาวดูสวยดี.  ระลอกใช้เป็นลักษณนามของน้ำก็ได้ เช่น น้ำระลอกใหม่สมทบกับน้ำระลอกเก่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนเสียหาย. ใช้เปรียบกับคนที่ทยอยเข้ามาเป็นระยะ ๆ เช่น ผู้ที่อพยพหนีน้ำท่วมเข้ามาพักที่ศูนย์นี้เป็นระลอก ๆ.

          คลื่น หมายถึงการเคลื่อนไหวของน้ำในทะเล หรือแม่น้ำลำคลองในลักษณะที่นูนสูงกว่าระดับปกติแล้วลดลง  และใช้เรียกสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น คลื่นเสียง  คลื่นวิทยุ   ลักษณนามของคลื่น คือ ลูก จึงเรียกคลื่นว่า ลูกคลื่น ก็ได้ และเรียกสิ่งอื่นที่เป็นลอน ๆ  เช่น ดัดผมเป็นคลื่น ถนนเป็นคลื่น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ออกจากแอกเข้าไถ (๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔)

ออกจากแอกเข้าไถ

          ออกจากแอกเข้าไถ เป็นสำนวนหมายความว่า ต้องทำงานหนักตลอดเวลาจนไม่มีช่วงหยุดพัก. แอก เป็นไม้ที่ทำเป็นรูปโค้ง ส่วนปลายงอนขึ้น ใช้พาดบนคอวัวหรือควายเพื่อเทียมยานพาหนะ วัวควายจะถูกสวมแอกเมื่อต้องทำงานลากเกวียน แอกมีน้ำหนักมาก เมื่อเทียมเกวียนก็ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น วัวควายที่เทียมแอกต้องทำงานหนัก. คำว่า แอก จึงมักใช้เปรียบการถูกกดขี่ ภาระอันหนัก หรือความลำบากยากแค้นที่คนต้องรับไว้ เช่น ปัจจุบันหลายชาติได้ปลดแอกจากการเป็นอาณานิคมของประเทศตะวันตก

          ไถ เป็นเครื่องมือที่ชาวนาใช้สำหรับพลิกผืนดินให้ร่วนซุยเตรียมสำหรับการปลูกข้าว. เมื่อชาวนาจะไถ จะเทียมวัวหรือควายเข้ากับไถซึ่งก็ยังมีแอกอยู่บนคอ วัวหรือควายต้องเดินและออกแรงลากคันไถไปทั้งวัน. การไถนาต้องไถให้ทั่วผืนนาและไม่ได้ไถครั้งเดียวต้องไถกลับไปกลับมา ไถแปรแล้วไถดะ
การไถต้องออกแรงเหนื่อย. สำนวน ออกจากแอกเข้าไถ จึงมีความหมายว่า ทำงานหนักไม่มีเวลาพักผ่อน เช่น
เจ้าหน้าที่บ่นว่าพวกเราออกจากแอกเข้าไถ งานเก่ายังไม่ทันเสร็จต้องไปทำงานใหม่ต่อ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ถนนเขียวไข่กา (๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ออกอากาศซ้ำ)

ถนนเขียวไข่กา

          ถนนเขียวไข่กา เป็นถนนสายสั้น ๆ ที่เริ่มจากแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงถนนสามเสน อยู่ในเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร. ที่ต้นถนนนี้มีท่าน้ำและท่าเรือโดยสารด้วย

          ถนนเขียวไข่กาสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๗  โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า ถนนเขียวไข่กา ซึ่งมาจากชื่อเครื่องโต๊ะจีน เช่นเดียวกับชื่อถนนลก ถนนสังคโลก ถนนทับทิม. เขียวไข่กา เป็นสีเขียวอมฟ้าหรือครามอ่อน ๆ เป็นชื่อเครื่องเคลือบของจีนซึ่งเป็นภาชนะที่ใช้ตกแต่งโต๊ะจีน

          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถนนเขียวไข่กาเป็นถนนที่มีรถรางเดินไปถึงสุดปลายถนน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เลือดร้อน-เลือดเย็น (๕ ตุลาคม ๒๕๕๔)

เลือดร้อน-เลือดเย็น

          คำว่า เลือดร้อน  ใช้เป็นคำแสดงอารมณ์  อารมณ์ร้อน  โกรธง่าย  โมโหง่าย  เช่น เขาเป็นคนเลือดร้อนถูกเพื่อนล้อนิดเดียว ก็ชกเพื่อนจนปากแตก. หนุ่มเลือดร้อนคนนั้นเอาเหล้าสาดหน้าคนที่เหยียบเท้า ทำให้งานเลี้ยงเกิดความชุลมุนวุ่นวาย.

          คำว่า เลือดเย็น ใช้เป็นคำแสดงลักษณะจิตใจที่โหดเหี้ยม ร้ายลึก สามารถทำลายชีวิต  หรือชื่อเสียงของผู้อื่นได้โดยไม่รู้สึกหวั่นไหว เช่น เขาเป็นคนเลือดเย็น หลอกผู้หญิงไปขายตัวได้อย่างไม่รู้สึกสงสาร เขาฆ่าผู้หญิงที่นอกใจเขาได้อย่างเลือดเย็น. ผู้หญิงคนนี้เลือดเย็นเอายาพิษผสมในอาหารให้สามีกินทุกวันจนตาย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ตาสีตาสา (๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)

ตาสีตาสา

          ตาสีตาสา หมายถึง ชาวบ้าน คนธรรมดา หรือคนทั่วไปที่ไม่ใช่ข้าราชการ ไม่ใช่คนใหญ่คนโตหรือคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ คนเหล่านี้มักไม่ได้รับความเกรงใจ และอาจถูกข่มเหงได้ง่าย เพราะมักจะพากันคิดว่าเป็นคนที่ไม่มีความรู้หรือไม่มีพวกพ้อง เช่น ฉันละเกลียดนัก พวกเจ้าหน้าที่ที่พูดจากับชาวบ้านอย่างไม่เกรงใจ แถมดุเอาเพราะเห็นว่าเป็นตาสีตาสา ไม่มีปากไม่มีเสียง  ฉันก็เป็นข้าราชการเหมือนกัน ไม่ใช่ตาสีตาสาสักหน่อย จะได้ปล่อยให้ใครมาข่มเหงรังแกกันง่าย ๆ

          คำว่า ตาสีตาสา ยังอาจต่อสร้อยว่า ยายมา ยายมี เป็น ตาสีตาสา ยายมายายมี ใช้ในความหมายเดียวกัน เช่น แม้ผมจะเป็นลูกตาสีตาสายายมายายมี แต่ก็พอรู้กฎหมายอยู่บ้าง ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบได้ง่าย ๆ หรอก

          มีข้อสังเกตว่า คำว่า ตาสีตาสา ใช้ในปริบทที่ผู้พูดเป็นชายหรือหญิงก็ได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อยู่ไฟ (๒๔ กันยายน ๒๕๕๔)

อยู่ไฟ

          การอยู่ไฟหรือนอนไฟหลังคลอดทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น แล้วอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะมดลูกจะเข้าสู่สภาพปรกติในเวลาอันรวดเร็ว. การอยู่ไฟ หมายถึง การนอนใกล้กองไฟ โดยให้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรใหม่ ๆ นอนบนแผ่นกระดานที่เรียกว่า กระดานไฟ หรือบนแคร่ไม้ไผ่เตี้ย ๆ มีกองไฟอยู่ข้าง ๆ. ไฟจะทำให้หญิงที่นอนอยู่ได้รับความร้อน ปรกติจะมีคนคอยดูแลให้หญิงนั้นได้รับความร้อนอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ให้ร้อนจนเกินไป

          ในปัจจุบันหญิงที่เพิ่งคลอดบุตรไม่ได้อยู่ไฟอย่างในอดีต มักใช้วิธีการทำให้ร่างกายร้อนด้วยการใช้ชุดจุดไฟใส่กล่องลงในกระเป๋าผ้าที่เย็บเป็นช่องแล้วนำไปคาดไว้รอบเอว. บางคนใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางบนหน้าท้องแทนการอยู่ไฟ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เลก-เลกวัด (๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)

เลก-เลกวัด

          เลก  เป็นคำโบราณ  หมายถึงชายฉกรรจ์หรือพลเมืองชั้นสามัญที่มีหน้าที่บางอย่าง  เช่น  เลกฝีพาย หมายถึง ชายฉกรรจ์ที่มีหน้าที่พายเรือในกระบวน.  เลกรักษาพระองค์ หมายถึง ชายฉกรรจ์ที่มีหน้าที่ในหน่วยงานรักษาพระองค์.  ส่วน เลกวัด  หมายถึง ชายฉกรรจ์ที่มีผู้อุทิศถวายให้แก่วัด  หรือชายฉกรรจ์ที่อุทิศตนทำงานให้แก่วัด คอยรับใช้พระสงฆ์ ช่วยทำงานต่าง ๆ ภายในวัด  ตั้งแต่การบูรณปฏิสังขรณ์  ก่อสร้างแผ้วถางทำความสะอาดวัด  คอยทำงานให้เกิดประโยชน์บนที่ดินกัลปนาของสงฆ์  เลกวัดจะได้รับการยกเว้นจากทางการบ้านเมืองให้ไม่ต้องถูกเกณฑ์ไปทำงานในส่วนของทางการอย่างชายฉกรรจ์อื่น ๆ  ส่วนพระอารามหลวงนั้น พระเจ้าแผ่นดินจะพระราชทานชายฉกรรจ์ให้เป็นเลกวัดไว้คอยทำงานให้แก่วัด.  ในอดีตประเทศไทยมีเลกวัดอยู่หลายวัด  แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้ว

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เพนียด (๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๔)

เพนียด

          คำว่า เพนียด เป็นคำเรียกกรงต่อนกเขา หรือ หมายถึง วงล้อมทำเป็นคอกสำหรับคล้องช้าง เพนียดสำหรับคล้องช้างมีขนาดใหญ่. ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์  อำพันวงศ์ เล่าไว้ในหนังสือเรื่องช้างไทยว่า เพนียดทำด้วยซุงต้นใหญ่ ๆ เรียกว่า เสาตะลุง ปักห่างกันประมาณ ๑ คืบ เรียงรายไปโดยรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า. การคล้องช้างจะมีช้างพังเป็นช้างต่อล่อให้ช้างป่าติดตามเข้าไปในเพนียดใหญ่ ต่อมาใช้ช้างพลายเข้าขนาบ ๒ ข้าง บังคับให้ช้างป่าเข้าซองไปในเพนียดเล็ก หมอช้างจะใช้เชือกคล้องเท้าหลังของช้าง แล้วควาญช้างจะช่วยกันดึงเชือกนั้นจนกระทั่งช้างป่าออกมาพ้นเพนียด

          คำว่า เพนียด พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ระบุว่าเป็นคำเขมร แต่พจนานุกรมเขมร-ไทยฉบับทุนพระยาอนุมานราชธน ระบุว่า คำเขมร เพฺนียด มาจากคำไทย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.