หนังใหญ่ (๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)

หนังใหญ่

          หนังใหญ่เป็นมหรสพอย่างหนึ่งที่มีมาแต่สมัยโบราณ ไม่ใช่หนังที่ฉายจอใหญ่ หรือหนังที่ฉายที่โรงใหญ่ ที่เรียกว่าหนังก็เพราะสิ่งที่ใช้แสดงคือตัวหนัง ใช้หนังวัวหนังควายแผ่นใหญ่ ๆ ฉลุฉลักเป็นรูปตัวละครในเรื่องที่จะแสดง เช่น เรื่องรามเกียรติ์ก็ฉลุฉลักเป็นรูปพระราม พระลักษณ์ นางสีดา ทศกัณฐ์ พิเภก หนุมาน สุครีพ พาลี เป็นต้น

          การแสดงหนังใหญ่เป็นการแสดงภาพตัวหนังที่เชิดหน้าจอผ้าขาว มีไฟอยู่ด้านหน้าผู้เชิด เงาของตัวหนังจะปรากฏบนจอ และผู้เชิดตัวหนังก็แสดงท่าเต้นคล้ายการแสดงโขน มีดนตรี บทพากย์ และบทเจรจาอย่างโขน.  คนเชิดหนังจับตัวหนังซึ่งเป็นแผ่นใหญ่มาก เต้นไปตามบทและตามดนตรี  หนังใหญ่จึงเป็นการแสดงโขนรวมกับการแสดงหนัง.  ด้วยเหตุที่การแสดงหนังใหญ่ต้องลงแรงลงทุนมาก  ทั้งไม่ค่อยมีผู้นิยมดู เนื่องจากนิยมดูภาพยนตร์หรือหนังฝรั่งกันหมด การแสดงหนังใหญ่จึงค่อย ๆ หายไปจากสังคมไทย  นานไปอาจจะสูญไปเลยก็ได้หากไม่ช่วยกันรักษาและสืบทอดไว้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ท่วมท้น (๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ออกอากาศซ้ำ)

ท่วมท้น

          ท่วม แปลว่า ไหลบ่า หลากล้น  เช่น ที่ลุ่มต่ำน้ำจะท่วมเวลาหน้าน้ำ. ใช้กับน้ำที่ไหลล้นมากกว่าปรกติ เช่น น้ำท่วมอาจเป็นอุทกภัยถ้าท่วมมากและเร็ว.  ใช้ในความเปรียบก็ได้ เช่น เขามีความทุกข์ท่วมหัวใจ แต่ก็พยายามสู้จนสุดชีวิต.

          ท้น แปลว่า มากจนเกือบจะล้นออกมา เช่นของเหลวที่บรรจุอยู่ในภาชนะ.  น้ำที่ขึ้นสูงจนปริ่มขอบตลิ่งเกือบจะไหลเข้าท่วมบ้านเรือน เรียกว่า น้ำท้นตลิ่ง.  ลักษณะเนื้อของคนอ้วนที่นูน ๆ ออกมากจากเสื้อที่รัดตัว อย่างนูนเนื้อที่ออกมาตรงแขนเสื้อชั้นใน เรียกว่า เนื้อท้น เช่น เธออ้วนมาก จึงไม่ควรใส่เสื้อคับ ๆ เพราะเสื้อจะรัดจนทำให้เนื้อท้นออกมา ยิ่งเห็นว่าอ้วนมากยิ่งขึ้นไปอีก

          ท่วมท้น เป็นคำซ้อน หมายความว่า มากมายจนล้นเหลือ เช่น ผู้คนร่วมใจกันส่งข้าวของและเงินไปช่วยผู้ประสบพิบัติภัยอย่างท่วมท้น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กู่ไม่กลับ (๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๔)

กู่ไม่กลับ

          กู่ไม่กลับ มีความหมายว่า ส่งสัญญาณเรียกหาแล้ว ไม่ยอมมาหาหรือไม่ยอมกลับมา. เมื่อใช้เป็นสำนวน หมายความว่า  ไม่ฟังคำทัดทาน ห้ามไม่อยู่ ใช้กับพฤติกรรมที่เกินพอดี เช่น เด็กคนนี้ติดเกมจนกู่ไม่กลับ.  

          กู่ เป็นคำกริยา หมายความว่า ส่งเสียงวู้ ๆ ดัง ๆ ให้เป็นสัญญาณให้รู้ตำแหน่งแห่งที่ เช่น เขาหลงทางอยู่ในป่าลึก พอได้ยินเสียงคนกู่ร้องเรียกจึงค่อยใจชื้นขึ้นว่ามีคนมาช่วยแล้ว.  เรือแล่นสวนกันในแม่น้ำขณะที่หมอกลงจัดจนมองไม่เห็นว่าใครเป็นใคร จึงมักจะกู่เพื่อให้รู้ว่ามีเรือสวนมา.

          ปรกติการกู่นั้น มักเปล่งเสียงดัง ๆ เพื่อเรียกหากันหรือเพื่อให้กำหนดรู้ตำแหน่งแห่งที่ของผู้กู่ หรือเพื่อส่งสัญญาณให้กลับหรือตอบกลับมา

          กู่ไม่กลับจึงนำมาใช้เป็นสำนวนเปรียบคนที่ทำอะไรจนเกินกว่าที่จะเรียกให้กลับได้ เช่น เด็กคนนี้ใจแตก ชอบหนีเที่ยวกลางคืนบ่อย ๆ แม่ห้ามเท่าไรก็ไม่ฟัง กู่ไม่กลับเสียแล้ว.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.