ตบะแตก (๒ ตุลาคม ๒๕๕๔)

ตบะแตก

          ตบะ หมายถึง พิธีข่มกิเลสโดยทรมานตัว ผู้บำเพ็ญตบะคือฤๅษี.  ตบะแตก หมายถึง บำเพ็ญตบะต่อไปไม่ได้เพราะทนสิ่งยั่วยวนไม่ไหว ปัจจุบันมักใช้หมายถึง สิ้นความอดทน หมดความอดกลั้น เช่น เขาตั้งใจว่าวันนี้จะทำรายงานให้เสร็จ แต่พอเพื่อนชวนหนักเข้าก็ตบะแตก เลิกทำรายงาน ออกไปดูหนังกับเพื่อน.

          เรื่องเล่าเกี่ยวกับฤๅษีที่ตบะแตก ปรากฏอยู่ในวรรณคดีหลายเรื่อง เช่นในวรรณคดีสันสกฤตเรื่องมหาภารตะ ฤๅษีวิศวามิตรบำเพ็ญตบะนานเป็นพัน ๆ ปี จนมีบารมีมากแข่งกับพระอินทร์ได้. พระอินทร์จึงส่งนางอัปสรชื่อเมนกา (อ่านว่า เม-นะ -กา) ไปยั่วยวนจนบำเพ็ญตบะไม่ได้และได้นางเป็นภรรยา มีธิดาชื่อศกุนตลา. ต่อมาฤๅษีวิศวามิตรบำเพ็ญตบะอีก ๑๐๐๐ ปี และพยายามข่มกิเลสไม่ยอมให้ตบะแตกอีก เมื่อพระอินทร์ส่งนางอัปสรชื่อนางรัมภามายั่วยวน ฤๅษีวิศวามิตรไม่ยอมตกเป็นเหยื่อ จึงสาปนางให้กลายเป็นหินไปหมื่นปี

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

สำนวนที่เกี่ยวกับสุนัข (๒) (๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)

สำนวนที่เกี่ยวกับสุนัข (๒)

          สำนวนที่เกี่ยวกับสุนัขมีอีกหลายสำนวน เป็นสำนวนที่เปรียบอาการต่าง ๆ ของสุนัขกับคนเมื่อต่อสู้หรือเผชิญกับศัตรู เช่น หมาลอบกัด หมายถึง คนที่แอบทำร้ายผู้อื่นลับหลัง. หมาหมู่  หมายถึง คนที่รุมทำร้ายผู้อื่น. หมาเห่าไม่กัด เป็นลักษณะของสุนัขที่เห่ามักจะไม่ดุ ส่วนสุนัขที่ดุ มักจะไม่เห่า  จึงนำมาเปรียบกับคนที่มักจะส่งเสียงเอะอะอวดเก่งแต่ไม่เอาจริง.  หมาเห่าใบตองแห้ง เป็นอาการของสุนัขที่เห่าเพียงเพราะได้ยินเสียงกรอบแกรบ หรือเห็นใบตองแห้งไหว ๆ จึงเปรียบกับคนที่ชอบส่งเสียงเอะอะโวยวายตำหนิผู้อื่น แต่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขาจริง ๆ.  หมากัดอย่ากัดตอบ หมายถึง ไม่ควรทะเลาะวิวาทกับคนที่กำลังพาล.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

บิดตะกูด-บิดจะกูด (๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๔)

บิดตะกูด-บิดจะกูด

          บิดตะกูด หรือ บิดจะกูด หมายความว่า บิดไปบิดมา อิดเอื้อนไม่ยอมทำงานหรือไม่ยอมทำตามคำสั่ง. สันนิษฐานว่า ตะกูด หรือ จะกูด มาจากคำว่า จังกูด หมายถึง หางเสือเรือ เป็นเครื่องถือท้ายเรือ ทำด้วยไม้เป็นแผ่นใหญ่ รูปร่างคล้ายพาย มีด้ามยาว เมื่อจะบังคับให้เรือหันหัวไปทางทิศใดก็จะใช้มือบิดหรือปัดจังกูดไปในทิศทางตรงข้าม

          คำว่า จังกูด มาจากภาษาเขมรว่า จงฺกูต (อ่านว่า จ็อง-โกต) ในภาษาไทยใช้ว่า จะกูด หรือ ตะกูด. การบิดตะกูดเรือไปมานำมาเปรียบกับการบิดขี้เกียจของคนที่บ่ายเบี่ยงไม่อยากทำงาน จึงใช้เป็นสำนวนเปรียบเทียบว่า บิดตะกูด หรือ บิดจะกูด เช่น พอจะออกไปเที่ยวละก็ขมีขมันดีนักเชียว แต่พอแม่เรียกไปทำงานกลับบิดตะกูดอยู่นั่นแหละ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เป็นปี่เป็นขลุ่ย (๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)

เป็นปี่เป็นขลุ่ย

          เป็นปี่เป็นขลุ่ย เป็นสำนวนหมายความว่า เข้ากันได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กลมเกลียวไปด้วยกัน พูดจาเออออรับกันไปได้อย่างต่อเนื่อง

          สำนวนนี้มาจากการบรรเลงดนตรีไทย ในวงปี่พาทย์ไม้แข็ง มีปี่เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่าเพื่อดำเนินทำนองโหยหวนโลดลอย ในขณะเดียวกันก็ต้องกลมกลืนกับทำนองของเครื่องตีได้แก่ระนาดและฆ้อง

          ส่วนขลุ่ยก็เป็นเครื่องเป่าเพื่อดำเนินทำนองเช่นเดียวกับปี่ แต่เป็นเครื่องดนตรีประจำวงคนละประเภท จึงไม่ใช้เป่าด้วยกัน

          สำนวน เป็นปี่เป็นขลุ่ย นำมาเปรียบเทียบในลักษณะประชดกับคนที่ไม่น่าจะเข้ากันได้แต่กลับเข้ากันได้เป็นอย่างดี เช่น เด็ก ๒ คนนี้ปรกติก็เถียงกัน พอบอกว่าจะไปเที่ยวก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กระสือ (๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๔)

กระสือ

          คำว่า กระสือ มีหลายความหมาย ความหมายแรกคือ ผีชนิดหนึ่ง เชื่อว่าเข้าสิงอยู่ในตัวผู้หญิง ถอดหัวและไส้ออกหากินของโสโครกในเวลากลางคืน ไส้มีแสงเรือง. เรียกผลกล้วยที่ลีบและแกร็น เนื้อแข็ง บ่มไม่สุก ว่า กล้วยกระสือดูด. ความหมายที่ ๒ กระสือเป็นคำเรียกเห็ดชนิดหนึ่ง เรืองแสงได้ในเวลากลางคืน. ความหมายที่ ๓ เป็นชื่อว่านชนิดหนึ่ง ต้นและหัวคล้ายขมิ้นอ้อย สีขาว ฉุนร้อน ตามตํารากบิลว่านว่า เมื่อหัวแก่มีธาตุปรอทลงกิน มีพรายเป็นแสงเรืองในเวลากลางคืน เชื่อกันว่า ชอบไปเที่ยวหากินของโสโครกเหมือนกระสือ. นอกจากนี้ คำว่า กระสือ ยังเป็นชื่อหนอนซึ่งเป็นตัวอ่อนของแมลงพวกหิ่งห้อย และหิ่งห้อยตัวเมียซึ่งไม่มีปีก สามารถทำแสงกระพริบเห็นเป็นสีเขียวอมเหลืองอ่อน เรียกว่า หนอนกระสือ. ไข่ของหนอนกระสือบางชนิดก็เรืองแสงได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สำนวนที่ขึ้นต้นด้วยคำว่าน้ำ (๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ออกอากาศซ้ำ)

สำนวนที่ขึ้นต้นด้วยคำว่าน้ำ

          น้ำเป็นสิ่งสำคัญและผูกพันกับชีวิตมนุษย์ คนไทยจึงนำคำว่าน้ำมาใช้เป็นคำขึ้นต้นสำนวน เช่น น้ำขึ้นให้รีบตักหมายความว่ามีโอกาสดีควรรีบทำ.  นอกจากนี้ยังมีสำนวน น้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก หมายความว่า แม้จะไม่พอใจก็ยังแสดงสีหน้ายิ้มแย้ม. น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ หมายความว่าอย่าขัดขวางผู้ที่กำลังโกรธหรือผู้มีอำนาจ. น้ำลอดใต้ทราย หมายความว่าการกระทำอย่างเร้นลับไม่มีผู้รู้เห็น. น้ำซึมบ่อทราย หมายความว่าหาได้มาเรื่อย ๆ. น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง หมายความว่าพูดมากแต่ได้เนื้อหาสาระน้อย. น้ำท่วมปาก หมายความว่าพูดไม่ออกหรือไม่กล้าพูดเพราะเกรงจะมีภัยแก่ตนหรือผู้อื่น. น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ หมายความว่า ฝ่ายข้างน้อยย่อมพ่ายแพ้ฝ่ายข้างมาก. น้ำนิ่งไหลลึก  หมายความว่า คนที่มีท่าทางเงียบขรึมแต่มีความคิดที่ลึกซึ้งหรือมีความร้ายกาจซ่อนอยู่. น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า หมายความว่า คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกัน. น้ำมาปลากินมดน้ำลดมดกินปลา หมายถึง ทีใครทีมัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เกาะชายผ้าเหลือง (๑ ตุลาคม ๒๕๕๔)

เกาะชายผ้าเหลือง

          เกาะชายผ้าเหลือง เป็นสำนวน มีความหมายว่า อาศัยบุญจากการบวชเป็นภิกษุของลูกช่วยให้พ้นบาป. สำนวนนี้มีที่มาจากเรื่อง สุบินกลอนสวด ซึ่งเล่าว่า สุบินมีพ่อแม่เป็นคนใจบาป พ่อตายไปแล้วและเป็นเปรตอยู่ สุบินบวชเป็นเณร วันหนึ่งพญายมให้ยมทูตออกตรวจโลกมนุษย์และได้มาพบแม่ของสุบินนอนหลับอยู่ จึงนำตัวมาสอบประวัติและพบว่า นางไม่เคยทำบุญเลย พญายมจึงสั่งให้ลงโทษ   แต่ขณะที่ไฟนรกกำลังจะไหม้นางนั้นนางเห็นแสงไฟเหมือนจีวรของลูกที่บวชเป็นเณรอยู่ ทันใดนั้นก็มีดอกบัวผุดขึ้นมารับและไฟนรกก็ดับไป เพราะนางนึกเห็นผ้าเหลืองของลูกชายจึงพ้นจากโทษที่กำลังจะได้รับ และเมื่อสุบินได้บวชเป็นภิกษุก็ช่วยพ่อให้พ้นจากการเป็นเปรต.  เรื่องของสุบินกุมารทำให้ผู้ชายไทยเชื่อว่าเมื่อตนบวชจะทำให้ได้กุศล และพ่อแม่ได้อาศัยกุศลนั้นจึงพ้นบาป เกิดเป็นคำกล่าวว่า ลูกบวชให้พ่อแม่ได้เกาะชายผ้าเหลือง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สำนวนที่เกี่ยวกับสุนัข (๑) (๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)

สำนวนที่เกี่ยวกับสุนัข (๑)

          ในภาษาไทยมีสำนวนที่เกี่ยวกับสุนัขหลายสำนวน เนื่องจากคนไทยมักจะเลี้ยงสุนัขไว้ในบ้าน  มักจะสังเกตอาการพฤติกรรมต่าง ๆ ของสุนัขได้ดี  จึงนำข้อสังเกตนั้นมาเป็นสำนวนเพื่อสั่งสอนคนหลายสำนวน และในสำนวนนั้นใช้คำว่า หมา  โดยเปรียบคนที่ทำอาการไม่ดีต่าง ๆ ว่าเป็นหมา เช่น คนที่เข้ากับคน ๒ ฝ่ายที่ไม่ถูกกัน เรียกว่า หมาสองราง.  ชายที่หยอกล้อหญิงสาวอย่างทีเล่นทีจริง ในทำนองชู้สาว เรียกว่า หมาหยอกไก่.  คนที่หวงสิ่งที่ตนใช้ประโยชน์ไม่ได้ เรียกว่า หมาหวงก้าง.  คนที่มีข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดแล้วชวนคนอื่นให้ทำตาม เรียกว่า  หมาหางด้วน.  คนที่เดือดร้อนกระวนกระวาย เรียกว่า  หมาถูกน้ำร้อน. เปรียบคนที่ไม่สามารถได้ของที่ต้องการว่า เหมือนหมาเห็นข้าวเปลือก.  เปรียบคนที่ไม่มีคนรักว่าเป็นหมาหัวเน่า.  ส่วนคนที่ชอบยกตนเองโดยไม่มีใครเห็นด้วย จะถูกล้อว่า  หมาขี้ไม่มีใครยกหาง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.