ถนนเขียวไข่กา (๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ออกอากาศซ้ำ)

ถนนเขียวไข่กา

          ถนนเขียวไข่กา เป็นถนนสายสั้น ๆ ที่เริ่มจากแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงถนนสามเสน อยู่ในเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร. ที่ต้นถนนนี้มีท่าน้ำและท่าเรือโดยสารด้วย

          ถนนเขียวไข่กาสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๗  โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า ถนนเขียวไข่กา ซึ่งมาจากชื่อเครื่องโต๊ะจีน เช่นเดียวกับชื่อถนนลก ถนนสังคโลก ถนนทับทิม. เขียวไข่กา เป็นสีเขียวอมฟ้าหรือครามอ่อน ๆ เป็นชื่อเครื่องเคลือบของจีนซึ่งเป็นภาชนะที่ใช้ตกแต่งโต๊ะจีน

          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถนนเขียวไข่กาเป็นถนนที่มีรถรางเดินไปถึงสุดปลายถนน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อยู่ไฟ (๒๔ กันยายน ๒๕๕๔)

อยู่ไฟ

          การอยู่ไฟหรือนอนไฟหลังคลอดทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น แล้วอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะมดลูกจะเข้าสู่สภาพปรกติในเวลาอันรวดเร็ว. การอยู่ไฟ หมายถึง การนอนใกล้กองไฟ โดยให้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรใหม่ ๆ นอนบนแผ่นกระดานที่เรียกว่า กระดานไฟ หรือบนแคร่ไม้ไผ่เตี้ย ๆ มีกองไฟอยู่ข้าง ๆ. ไฟจะทำให้หญิงที่นอนอยู่ได้รับความร้อน ปรกติจะมีคนคอยดูแลให้หญิงนั้นได้รับความร้อนอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ให้ร้อนจนเกินไป

          ในปัจจุบันหญิงที่เพิ่งคลอดบุตรไม่ได้อยู่ไฟอย่างในอดีต มักใช้วิธีการทำให้ร่างกายร้อนด้วยการใช้ชุดจุดไฟใส่กล่องลงในกระเป๋าผ้าที่เย็บเป็นช่องแล้วนำไปคาดไว้รอบเอว. บางคนใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางบนหน้าท้องแทนการอยู่ไฟ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ตาสีตาสา (๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)

ตาสีตาสา

          ตาสีตาสา หมายถึง ชาวบ้าน คนธรรมดา หรือคนทั่วไปที่ไม่ใช่ข้าราชการ ไม่ใช่คนใหญ่คนโตหรือคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ คนเหล่านี้มักไม่ได้รับความเกรงใจ และอาจถูกข่มเหงได้ง่าย เพราะมักจะพากันคิดว่าเป็นคนที่ไม่มีความรู้หรือไม่มีพวกพ้อง เช่น ฉันละเกลียดนัก พวกเจ้าหน้าที่ที่พูดจากับชาวบ้านอย่างไม่เกรงใจ แถมดุเอาเพราะเห็นว่าเป็นตาสีตาสา ไม่มีปากไม่มีเสียง  ฉันก็เป็นข้าราชการเหมือนกัน ไม่ใช่ตาสีตาสาสักหน่อย จะได้ปล่อยให้ใครมาข่มเหงรังแกกันง่าย ๆ

          คำว่า ตาสีตาสา ยังอาจต่อสร้อยว่า ยายมา ยายมี เป็น ตาสีตาสา ยายมายายมี ใช้ในความหมายเดียวกัน เช่น แม้ผมจะเป็นลูกตาสีตาสายายมายายมี แต่ก็พอรู้กฎหมายอยู่บ้าง ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบได้ง่าย ๆ หรอก

          มีข้อสังเกตว่า คำว่า ตาสีตาสา ใช้ในปริบทที่ผู้พูดเป็นชายหรือหญิงก็ได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ห้วยหนองคลองบึง (๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๔)

ห้วยหนองคลองบึง

          คำว่า ห้วยหนองคลองบึง เป็นคำประสมหมายถึง พื้นที่บนพื้นดินที่เป็นแอ่งน้ำและลำน้ำตามธรรมชาติ เช่น น้ำในทุ่งแห้งแล้ว แต่ห้วยหนองคลองบึงน้ำยังเต็มอยู่. พื้นที่ภาคกลางของประเทศไทยเป็นที่ราบลุ่ม มีห้วยหนองคลองบึงจำนวนมาก. แพทย์เตือนคนลงเล่นน้ำสกปรกในห้วยหนองคลองบึงว่าเสี่ยงต่อการเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ.  มาตรา ๑ แห่งประมวลกฏหมายที่ดิน กำหนดนิยาม “ที่ดิน” ว่าหมายถึงพื้นที่ดินทั่วไป และหมายรวมถึงภูเขา  ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเลด้วย.

          คำที่ประกอบกันเป็น ห้วยหนองคลองบึง เป็นคำเรียกแหล่งน้ำที่มีลักษณะแตกต่างกัน คำเรียกแหล่งน้ำเหล่านี้มักนำมาประกอบกับคำขยายกลายเป็นชื่อสถานที่ เช่น เขตห้วยขวาง  อุทยานห้วยขาแข้ง  เขตหนองจอก  เขตหนองแขม  ถนนคลองตัน  อำเภอคลองหลวง  จังหวัดบึงกาฬ  วัดบึงทองหลาง 

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ขันติ (๗ มกราคม ๒๕๕๕)

ขันติ

          ขันติ เป็นทศพิธราชธรรมข้อที่ ๙. ขันติ แปลว่า ความอดทน ความอดกลั้นต่อสิ่งที่ไม่พอใจ. คุณธรรมข้อนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ได้ทรงบำเพ็ญอย่างมั่นคงนับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นต้นมา. ทรงอดทนต่อภาวะความขัดแย้งทางการเมือง ต่อภาวะการบีบคั้นจากลัทธิการปกครองที่ไม่ต้องการพระมหากษัตริย์. ทรงอดทนต่อความไม่ปรองดองของฝ่ายการเมืองที่ทำความเดือดร้อนให้ประชาชน และทำความเสียหายให้แก่บ้านเมือง. ทรงมุ่งมั่นที่จะให้ประชาชนเป็นคนดี คิดดี ทำดีเพื่อบ้านเมืองดังพระบรมราโชวาทตอนหนึ่งว่า  “ที่สำคัญที่สุด คือความอดทน คือ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม. สิ่งที่ดีงามนั้น ทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูมันครึ  ทำดีนี่  แต่ขอรับรองว่า การทำดีไม่ครึ ต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง.”  

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เศรษฐกิจพอเพียง (๖ ธันวาคม ๒๕๕๔)

เศรษฐกิจพอเพียง

          คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง เป็นคำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบัญญัติขึ้น ดังพระราชดำรัสว่า “คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง นี้ไม่มีในตำรา ไม่เคยมีระบบ”  แนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง สะท้อนพระราชปณิธานให้เมืองไทย “อยู่แบบพออยู่พอกิน” หรือ “พอมีพอกิน” ทรงเน้นย้ำโดยใช้คำว่า “พอควร พออยู่พอกิน มีความสงบ…”. ส่วนความหมายของคำว่า พอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอธิบายไว้ว่า “…คำว่าพอก็เพียงพอ  เพียงนี้ก็พอดังนั้นเอง. คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด…ว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็เป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.