อย่างไรก็ตาม (๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔) (ออกอากาศซ้ำ)

อย่างไรก็ตาม

          คำว่า อย่างไรก็ตาม  เป็นคำที่ใช้เชื่อมประโยค ๒ ประโยคเพื่อแสดงความขัดแย้งกันในบางประเด็น.    ประโยคที่อยู่หลังคำว่า อย่างไรก็ตาม มีเนื้อหาบางประเด็นที่แย้งกับข้อความในประโยคที่อยู่หน้า   ตัวอย่างเช่น การ์ตูนหุ่นยนต์กลายเป็นลักษณะเด่นของการ์ตูนญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามไม่ใช่การ์ตูนญี่ปุ่นทุกเรื่องจะเป็นการ์ตูนหุ่นยนต์.    การท่องเที่ยวทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการขายสินค้าพื้นเมือง และผลิตผลทางการเกษตร อย่างไรก็ตามเงินรายได้จากการนี้อาจไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยว.  ภาคใต้ของประเทศไทยมีที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก  อย่างไรก็ตามหากบริหารและจัดการไม่ดี นักท่องเที่ยวก็อาจไม่อยากมาเที่ยว.

          คำว่า อย่างไรก็ตาม มักใช้ในภาษาเขียน มีความหมายคล้ายกับคำอีกหลาย ๆ คำที่ทำหน้าที่เชื่อมข้อความที่ขัดแย้งกัน หรือตรงกันข้าม เช่น แต่ทว่า อย่างไรก็ดี กระนั้นก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ประกัน (๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)

ประกัน

          คำว่า ประกัน หมายถึง รับรองว่าจะรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น  เช่น รัฐบาลบางประเทศประกันการว่างงานของประชาชน  หมายความว่าให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการว่างงาน แต่ถ้ามีรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ว่างงาน.  เราเสียเงินประกันอุบัติเหตุเพื่อที่จะได้รับเงินชดใช้ค่าเสียหายหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น.  ประกัน ปรากฏกับ รับ เป็น รับประกัน หมายถึงรับรองว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นความจริง เช่น รัฐบาลสหรัฐอเมริการับประกันสิทธิเสมอภาคของชาวอเมริกันทุกคน.  ไม่มีใครรับประกันได้ว่าปีหน้าจะไม่มีน้ำท่วมใหญ่เหมือนปีนี้.  คำว่า ประกัน ใช้เป็นคำนามก็ได้ เช่น รถของฉันไม่มีประกัน  เวลาเกิดอุบัติเหตุต้องออกค่าซ่อมเองทั้งหมด.  งานขายประกันเป็นอาชีพที่สบายแต่ต้องใช้ความอดทน.  คำว่าประกันมักปรากฏกับคำอื่นได้หลายคำ เช่น ประกันชีวิต  ประกันภัย  ประกันสุขภาพ  ประกันคุณภาพ  ประกันราคาข้าว  ประกันน้ำท่วม.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อวิหิงสา (๖ มกราคม ๒๕๕๕)

อวิหิงสา

          อวิหิงสา (อ่านว่า อะ -วิ-หิง-สา) เป็นทศพิธราชธรรมข้อที่ ๘. อวิหิงสา แปลว่า ความไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ก้าวล่วงสิทธิของผู้อื่น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่เคยทรงเบียดเบียนผู้ใด มีแต่ทรงพระเมตตาเกื้อหนุนจุนเจือ อุปถัมภ์ค้ำจุนทั้งพสกนิกรของพระองค์และประชาชนในประเทศอื่น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่เพียงแต่พระราชทานความช่วยเหลือราษฎรด้วยสิ่งของบรรเทาทุกข์ต่าง ๆ เท่านั้น หากยังทรงสั่งสอนประชาชนให้มีความเมตตาต่อกัน ไม่เบียดเบียนกันเพื่อให้ทุกคนมีความสุข ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ผู้ที่มาเฝ้าถวายพระพรในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ที่ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑  ว่า  “การสั่งสอนของศาสนาที่แท้จริง  ก็คือ สอนให้คนมีความสุขซึ่งมาจากความนิ่งในใจและความดีไม่เบียดเบียนผู้อื่น ถ้าแต่ละคนสามารถที่จะทำเช่นนี้แล้ว แล้วก็เผื่อแผ่คนอื่นบ้าง คนอื่นก็จะมีความสุขเหมือนกัน ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ทั้งในทางวัตถุ ทั้งในทางจิตใจ”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อาเศียรวาทราชสดุดี (๕ ธันวาคม ๒๕๕๔)

อาเศียรวาทราชสดุดี

                    อันแสงสูรย์/ส่องสว่าง/อยู่กลางฟ้า                       ยังดวงตา/ให้สว่าง/กระจ่างเห็น
          ให้ไออุ่น/ไอชีวัน/อันร่มเย็น                                            โลกจึงเป็น/โลกที่/มีชีวิต 
                    ดุจแสงทอง/ทรงธรรม์/อันเจิดจ้า                         พระเมตตา/ส่องทวยราษฏร์/ทุกดวงจิต
          ทรงดับร้อน/ผ่อนเข็ญ/อยู่เป็นนิตย์                                  พระสถิต/กลางใจ/ไทยทั้งปวง
                    ธ ทรงเป็น/พลังแรง/แห่งแผ่นดิน                          มิรู้สิ้น/สรรเสริญ/สุดแดนสรวง
          หทัยไทย/ถวายไท้/ถ้วนทุกดวง                                       แทนจันทน์จวง/บูชาราช/บาทบงสุ์ 
                    ขออำนาจ/บารมี/ศรีไตรรัตน์                                 บันดาลจัตุรพรพึงประสงค์ 
                                                                                                 (อ่านว่า บันดานจัด/ตุระพอน/พึงประสง)
          แปดสิบสี่/พรรษา/ขอพระองค์                                         เป็นฉัตรธง/ผองไทย/ไปนิรันดร์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เปี้ยว (๑๖ มกราคม ๒๕๕๕)

เปี้ยว

          เปี้ยวเป็นชื่อปูชนิดหนึ่ง ตัวเล็กสีดำ ๆ หรือดำเหลือบแดงน้อย ๆ วิ่งเร็ว ตัวผู้มีก้ามข้างหนึ่งใหญ่ ชอบชูก้ามข้างที่ใหญ่ อาศัยอยู่ตามป่าชายเลน ปูเปี้ยววิ่งหลบตามรากต้นโกงกาง. ปูเปี้ยวเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ปูก้ามดาบ

          มีการเล่นวิ่งแข่งของเด็กอย่างหนึ่ง เรียกว่า วิ่งเปี้ยว โดยแบ่งผู้เล่นเป็น ๒ ฝ่าย ปักหลักให้ห่างกัน ๑๐-๑๕ เมตร ผู้เล่นแต่ละฝ่ายยืนต่อกันเป็นแถวหลังหลัก ผู้เล่นคนแรกถือผ้าหรือธงแล้ววิ่งไปยังหลักของฝ่ายตรงข้าม อ้อมหลักนั้นแล้วกลับมาส่งผ้าให้ผู้เล่นคนต่อไป ผู้เล่นต้องพยายามวิ่งให้ทันฝ่ายตรงข้าม ถ้าใช้ผ้าตีฝ่ายตรงข้ามได้ถือว่าชนะ. เนื่องจากผู้เล่นต้องวิ่งให้เร็วเหมือนปูจึงเรียกการเล่นนี้ว่า  วิ่งเปี้ยว. การวิ่งเล่นแบบนี้บางคนเข้าใจผิดเรียกว่า *วิ่งเปรี้ยว. ที่ถูกต้องเรียกว่า วิ่งเปี้ยว เพราะวิ่งเร็วเหมือนปูเปี้ยว

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.