หนุมาน (๒๙ มีนาคม ๒๕๕๕)

หนุมาน

          หนุมานเป็นพญาวานรที่เป็นทหารเอกของพระราม  มีผิวกายสีขาว มีกุณฑล (ตุ้มหู)  ขนเพชร เขี้ยวแก้ว หาวเป็นดาวเป็นเดือน. หนุมานเป็นลูกของนางสวาหะกับพระพายซึ่งเป็นเทพแห่งลม  หนุมานจึงมีชื่อว่า  วายุบุตร ด้วย. หนุมาน แปลว่า ผู้มีคาง หมายถึง หนุมานมีคางใหญ่และเด่น

          พระอิศวรเล็งเห็นว่านางสวาหะผู้ถูกนางกาลอัจนาสาปให้ไปยืนตีนเดียวเหนี่ยวกินลมอยู่ที่เชิงเขาจักรวาลสมควรมีลูกที่จะได้เป็นทหารเอกของพระราม  จึงให้พระพายเอากำลังและอาวุธของพระองค์ไปซัดเข้าปากนางสวาหะเพื่อให้เกิดลูกผู้เก่งกล้า  อาวุธทั้ง ๓ อย่างคือ จักรแก้วกลายเป็นหัว ตรีเพชรกลายเป็นร่างกายและมือเท้า   คทาเพชรก็กลายเป็นสันหลังถึงหาง  เมื่อจะทำลายล้างศัตรูให้ชักเอาตรีเพชรที่อกออกมา  ให้พระพายเป็นบิดาและเป็นผู้รักษากุมารนั้น

          หนุมานมีกำเนิดที่พิเศษกว่าลิงอื่น ๆ คือกระโดดออกจากปากของมารดาในวันอังคาร  เดือนสาม  ปีขาล   มีผิวกายสีขาว  มีขนาดเท่ากับผู้มีอายุได้  ๑๖  ปี

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.
 

หลีกเรือให้หลีกขวา (๗ มีนาคม ๒๕๕๕)

หลีกเรือให้หลีกขวา

           หลีกเรือให้หลีกขวา คำว่า หลีก ในที่นี้หมายถึงหลบทางให้อีกฝ่ายที่สวนทางมา. สำนวน หลีกเรือให้หลีกขวา เป็นสำนวนบอกให้รู้ว่าวิธีสัญจรทางน้ำเพื่อให้เป็นระเบียบ ไม่เกิดอุบัติเหตุ และไม่เกิดความเสียหาย. ในการสัญจรทางน้ำไม่ว่าจะเป็นเรือพาย เรือแจว หรือเรือยนต์ เมื่อแล่นสวนทางกันโดยเฉพาะในลำน้ำแคบ ๆ เช่นคลอง ท่านแนะนำว่าให้ต่างฝ่ายต่างชิดขวาหรือหลีกไปทางขวาของตน เรือที่สวนทางมาก็จะแล่นมาทางกราบซ้าย.

           การปฏิบัติตามข้อตกลงเช่นนี้ช่วยทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนสะดวกและมีระเบียบมากขึ้น หากต่างฝ่ายต่างปฏิบัติตามอำเภอใจของตนก็อาจทำให้เกิดอันตรายหรือเกิดอุบัติเหตุได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สุครีพ (๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕)

สุครีพ

          สุครีพเป็นพญาวานรที่เป็นหนึ่งในทหารเอกของพระราม ในเรื่องรามเกียรติ์ มีผิวกายสีแดงเช่นเดียวกับพระอาทิตย์ผู้เป็นบิดา มารดาคือนางกาลอัจนา (อ่านว่า กาน-อัด-จะ -นา). คำว่า สุครีพ แปลว่า ผู้มีคองาม.   พระอาทิตย์คิดจะให้กำเนิดบุตรเพื่อเป็นกำลังสำคัญลงไปช่วยพระรามปราบทศกัณฐ์  จึงให้กำเนิดบุตรชื่อสุครีพ โดยมีนางกาลอัจนาซึ่งเป็นเมียของฤๅษีโคดมเป็นแม่  เช่นเดียวกับที่พระอินทร์ให้กำเนิดพาลี.  เดิมฤๅษีโคดมคิดว่าทั้งสุครีพและพาลีเป็นลูกของตน  จนกระทั่งนางสวาหะลูกสาวของฤๅษีโคดมพูดให้สะกิดใจว่าฤๅษีโคดมอุ้มสุครีพและพาลีซึ่งเป็นลูกของคนอื่น ไม่อุ้มตนซึ่งเป็นลูกแท้ ๆ  ฤๅษีโคดมจึงเสี่ยงทายว่าใครที่ไม่ใช่ลูกของตนให้กลายเป็นลิง พาลีและสุครีพจึงกลายเป็นลิงเข้าป่าไป  ต่อมาพระอินทร์ได้มาสร้างเมืองขีดขินให้พาลีครอง ส่วนสุครีพได้เป็นอุปราช

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

มรดก (๑๗ มีนาคม ๒๕๕๕)

มรดก

          มรดก โบราณใช้ว่า มฤดก (อ่านว่า มะ-รึ-ดก) มรดก มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า มฤตก (อ่านว่า มฺรึ-ตะ-กะ) แปลว่า ผู้ตาย ที่เกี่ยวกับผู้ตาย. ในภาษาไทยใช้หมายถึง  สิ่งที่ได้จากผู้ตาย สิ่งที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ หรือสิ่งที่สืบทอดมาแต่อดีตกาล.  ในทางกฎหมาย มรดก หมายถึง ทรัพย์สินทุกชนิดตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบต่าง ๆ ของผู้ตาย เว้นแต่ตามกฎหมายหรือโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตาย เช่น ยศ ตำแหน่ง รางวัล.  มรดกเหล่านี้จะตกทอดไปสู่ผู้รับมรดกตามพินัยกรรม หากไม่มีพินัยกรรมก็จะตกเป็นของทายาทโดยชอบธรรมของเจ้ามรดก.  ทายาทโดยชอบธรรม ได้แก่ คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรธิดา  เป็นต้น  เช่น  เขาทิ้งมรดกไว้เป็นจำนวนมากแต่ก็ยังน้อยกว่าหนี้ที่ลูกหลานต้องชดใช้.  ทายาทผู้รับมรดกต้องรับใช้ให้แก่เจ้าหนี้  แต่จะใช้หนี้แก่เจ้าหนี้ให้เท่าที่ตนได้รับทรัพย์มรดกเท่านั้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.