ฆ่าช้างเอางา (๒๑ เมษายน ๒๕๕๕)

ฆ่าช้างเอางา

          สำนวน ฆ่าช้างเอางา หมายถึง ทำลายสิ่งที่มีค่าสูงเพียงต้องการผลประโยชน์เล็กน้อย ซึ่งไม่คุ้มกัน

          งาช้าง คือ สิ่งที่งอกยาวจากขากรรไกรบนของช้าง ทางสัตววิทยาจัดว่าเป็นฟันหน้าหรือฟันตัดคู่นอก. งาจะงอกให้เห็นเมื่อช้างมีอายุได้ ๒-๔ ปี ส่วนมากเนื้องาบริเวณโคนงาจะบางมากและเป็นโพรง แล้วค่อย ๆ หนาขึ้นเรื่อย ๆ ไปทางปลายงาจนตันในที่สุด

          งาช้างบ้านจะยาวกว่างาช้างป่า ทั้งนี้เพราะช้างป่าจะลับงาอยู่เสมอ ถ้างายาวเกินไปจะไม่สะดวกในการหาอาหารและต่อสู้ ส่วนงาของช้างบ้านมักมีตำหนิ เพราะใช้งานมาก

          งาช้างเป็นอาวุธประจำตัวที่สำคัญของช้าง แต่คนนิยมนำงาช้างมาใช้เป็นเครื่องประดับ เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งสวยงามและเป็นของมีค่า การฆ่าช้างเพียงเพื่อเอางามาขายเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นการทำลายชีวิตทั้งชีวิตเพื่อแลกกับสิ่งสวยงามเพียงเล็กน้อย และเป็นการทารุณสัตว์อีกด้วย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ปั้นน้ำเป็นตัว (๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕)

ปั้นน้ำเป็นตัว

          ปั้น หมายถึง นำเอาสิ่งอ่อน ๆ อย่างดินเหนียวหรือขี้ผึ้งมาทำให้เป็นรูปร่างตามที่ต้องการ เช่น อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น  หรือหมายถึง สร้างขึ้น แต่งขึ้น เช่น เขาปั้นเรื่องขึ้นมาเพื่อเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้ผู้อื่น

          ปั้นน้ำเป็นตัว  เป็นสำนวน  หมายถึง แต่งเรื่องหรือสร้างเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงให้เป็นจริงเป็นจังขึ้นมาได้ เช่น เขาปั้นน้ำเป็นตัวให้ข่าวจนเธอเสียหาย กว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่จริงเธอก็หมดอนาคตเสียแล้ว. 

          ในวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องมณีพิชัยพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ ตอนท้าวพิชัยนุราชพระบิดาของพระมณีพิชัยรู้ความจริงว่านางยอพระกลิ่นถูกนางจันทรเทวี (อ่านว่า จัน-เท-วี) ใส่ร้ายว่ากินแมว จึงบริภาษนางจันทรเทวีว่า 

                    “น้อยหรืออีเฒ่าเจ้าความคิด             ทุจริตอิจฉาขายหน้าผัว
                    เสกสรรปั้นน้ำเป็นตัว                      เอออะไรไม่กลัวเขานินทา”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ขนมตาล (๒๐ เมษายน ๒๕๕๕)

ขนมตาล

          ผลตาลที่แก่จัดจนสุกงอมเปลือกจะเป็นสีคล้ำ  ภายในเป็นเนื้อนุ่มสีเหลืองแทรกอยู่กับเส้นที่ติดกับเปลือกของส่วนที่เป็นเต้าตาล  และเปลือกของเต้าตาลจะแข็งคล้ายกะลา    เนื้อนุ่มสีเหลืองนี้ยีออกมาประสมกับแป้งและน้ำตาลทำเป็นขนมที่เรียกว่า ขนมตาล.   ส่วนเต้าตาลที่แข็งนั้นเมื่อยีเอาเนื้อนุ่มออกแล้วจะเหลือเป็นเส้นติดอยู่ด้านหนึ่ง  อีกด้านหนึ่งเป็นขนอ่อน ๆ และมีลักษณะนูนแหลมตรงกลาง  เด็กสมัยก่อนนำมาเล่นเป็นหน้าตุ๊กตา ใช้ส่วนที่เป็นเส้นแทนเส้นผม      เต้าตาลที่แข็งนี้ทิ้งไว้นาน ๆ จะเกิดจาวขึ้นภายใน ซึ่งจะนำมาเชื่อมกิน เรียกว่า จาวตาลเชื่อม  หรือใส่ข้าวเหนียวมูน  มะพร้าวทึนทึก น้ำตาลทราย เป็นของหวานที่เรียกว่า ข้าวเหนียวลูกตาล. ถ้าไม่นำจาวตาลออกมารับประทาน ก็จะงอกเป็นต้นตาลอ่อน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค (๑ มิถุนายน ๒๕๕๕)

กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค

          กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค  เป็นริ้วกระบวนเรือที่จัดสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเสด็จพระราชดำเนินไปในการต่าง ๆ ที่เป็นการพระราชพิธี  เช่น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม.

          กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค  มาจากคำว่า กระบวน  พยุห  ยาตรา ทาง และชลมารคกระบวน  หมายถึง สิ่งที่จัดเป็นแถวเป็นแนวหรือเป็นหมวดเป็นหมู่อย่างขบวนแห่ เช่น  แม่ทัพจัดกระบวนทัพตามตำราพิชัยสงคราม.  พยุห  หมายถึงกระบวน  หมู่  หรือกองทัพ  เช่น  พระรามยกพยุหแสนยากรข้ามมหาสมุทรไปยังกรุงลงกา.  ยาตรา  หมายถึงเดินเป็นกระบวน  เช่น  กองทัพหลวงยาตราทัพถึงฝั่งแม่น้ำตอนพลบค่ำ. ทาง หมายถึง โดยวิถี. ชลมารค  หมายถึงทางน้ำ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

วาจาเหมือนงาช้าง (๓๐ เมษายน ๒๕๕๕)

วาจาเหมือนงาช้าง

          วาจาเหมือนงาช้าง เป็นสำนวนเปรียบเทียบเตือนใจให้คนรักษาคำพูด ไม่กลับคำ สัญญาต้องเป็นสัญญา เหมือนกับงาช้างเมื่องอกออกมาแล้วจะไม่หดกลับคืน ดังโคลงโลกนิติบทหนึ่งว่า

                         “งาสารฤๅห่อนเหี้ยน       หดคืน
                    คำกล่าวสาธุชนยืน                อย่างนั้น
                    ทรชนกล่าวคำฝืน                 คำเล่า
                    หัวเต่ายาวแล้วสั้น                 เล่ห์ลิ้นทรชน”

          บาทที่ว่า “คำกล่าวสาธุชนยืน อย่างนั้น” หมายถึง คนดีย่อม รักษาคำพูดของตน พูดอย่างไรทำอย่างนั้น.  ส่วนคนชั่ว จะไม่รักษาคำพูด พูดอย่างหนึ่งทำอีกอย่างหนึ่ง นักปราชญ์เปรียบวาจาของคนดีเหมือนงาช้าง ส่วนวาจาของคนชั่วเหมือนหัวเต่าที่ผลุบ ๆ โผล่ ๆ เชื่อถือไม่ได้

          ในวรรณคดีไทยยังปรากฏสำนวนว่า เป็นกษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ คือคนที่เป็นผู้ปกครองประเทศหรือผู้นำพูดแล้วต้องรักษาคำพูด เหมือนกับงาช้างที่งอกแล้วไม่หดคืน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ไก่รองบ่อน (๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕)

ไก่รองบ่อน

          ไก่รองบ่อน  เป็นสำนวนหมายถึง ตัวสำรอง  หรือผู้ที่อยู่ในฐานะตัวสำรองจะเรียกมาใช้เมื่อไรก็ได้ เช่น ฉันไม่ใช่ไก่รองบ่อนที่จะเรียกใช้ได้ตลอดเวลา. สำนวน ไก่รองบ่อน มีที่มาจากไก่ที่อยู่ในบ่อนพนันไก่  คือไก่ชนที่ทางบ่อนจัดหาไว้เป็นตัวสำรองเผื่อจำเป็นต้องนำมาชน  แต่บางครั้งไก่ที่เป็นตัวสำรอง หรือที่เรียกว่าไก่รองบ่อนก็อาจพลิกความคาดหมายสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ เนื่องจากเป็นไก่ที่ซุ่มซ้อมมาเป็นอย่างดีเหมือนกัน และคอยจังหวะหาคู่ชนที่ประมาท หากชนะเจ้าของไก่ก็จะได้เงินพนันมากเป็นพิเศษ.

          ไก่รองบ่อน มีสำนวนที่คล้ายกัน คือ มวยแทน หมายถึงนักมวยที่คู่ชกตัวจริงไม่สามารถมาชกได้ ก็จัดให้นักมวยอีกคนหนึ่งไปชกแทน แต่ส่วนมากมวยแทนจะอยู่ในฐานะที่เป็นรองไม่สามารถเอาชนะคู่ชกได้ง่ายนัก เพราะฉะนั้นบุคคลที่เปรียบเหมือนตัวสำรอง หรือเป็นตัวแทน จึงไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร เช่น เมื่อเช้านี้ผู้จัดการบริษัทไม่อยู่  รองผู้จัดการจึงต้องไปเป็นมวยแทนให้สัมภาษณ์นักข่าวที่มารออยู่

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.