ไข่มุก (๓ สิงหาคม ๒๕๕๐)

ไข่มุก

          ไข่มุก หมายถึง วัตถุชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นเม็ดสีขาวขุ่นหรือสีอ่อน ๆ มีเงางดงาม คนนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ เช่น สายสร้อยไข่มุก แหวนไข่มุก

          ไข่มุก โดยธรรมชาติเกิดจากการที่หอยกาบชนิดหนึ่งในทะเล สร้างเมือกหรือเนื้อเยื่อมาห่อหุ้มกรวดหรือทรายที่พลัดเข้าไปในปากขณะกินอาหาร เพื่อไม่ให้เกิดความระคายเคือง

          เปลือกของหอยกาบชนิดนี้มีเงาเหลือบงดงามเช่นกัน คนนิยมนำมาฝังหรือประดับเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น ตู้มุก. โต๊ะมุก. มักเรียกโดยรวม ๆ ว่า เครื่องมุก

           คำว่า มุก ใน ไข่มุก หอยมุก โต๊ะมุก เครื่องมุก เขียน ม ม้า  สระอุ  ก ไก่ สะกด ไม่มีตัวการันต์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กลับตาลปัตร (๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐)

กลับตาลปัตร

          กลับตาลปัตร เป็นสำนวน มีความหมายว่า กลับเป็นตรงกันข้ามกับที่คาดหมายไว้

          ตาลปัตร (อ่านว่า ตา-ละ-ปัด) เขียน ต เต่า  สระอา  ล ลิง  ป ปลา  ไม้หันอากาศ  ต เต่า  ร เรือ  คือพัดใบตาลหรือพัดที่ทำด้วยผ้าหรือสิ่งอื่น สำหรับพระใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น ในเวลาให้ศีลหรือใช้เวลาชักผ้าบังสุกุล

          ตาลปัตรมี ๒ หน้า ด้านหน้ามักจะมีคำจารึกหรือรูปที่งดงาม ด้านหลังมีลักษณะเรียบ ๆ ถ้าถือตาลปัตรกลับหน้ากลับหลัง ก็เรียกว่า กลับตาลปัตร เรื่องที่เกิดขึ้นผิดความคาดหมาย กลับหน้าเป็นหลัง จึงเปรียบว่าเหมือนอย่างกลับตาลปัตร เช่น ละครเรื่องนี้กลับตาลปัตรตอนจบ คนที่เราคิดว่าเป็นพระเอกกลับกลายเป็นผู้ร้าย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐

 

กรวดน้ำคว่ำขัน กรวดน้ำคว่ำกะลา (๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐)

กรวดน้ำคว่ำขัน กรวดน้ำคว่ำกะลา

          กรวดน้ำคว่ำขัน และ กรวดน้ำคว่ำกะลา เป็นสำนวนที่มีความหมายว่า ตัดขาดไม่คบหาสมาคมกันต่อไป.   สำนวนทั้ง ๒ นี้มีที่มาจากการกรวดน้ำ แต่เป็นการกรวดน้ำโดยคว่ำภาชนะที่ใช้ กรวดน้ำคว่ำขัน และ กรวดน้ำคว่ำกะลา จึงมีความหมายว่า เลิก หรือ ตัดขาด

          ตัวอย่างการใช้สำนวน กรวดน้ำคว่ำขัน กรวดน้ำคว่ำกะลา เช่น ฉันเคยอุปการะเลี้ยงดูเขาอย่างดี แต่เขากลับมาทรยศหักหลังฉัน ขอกรวดน้ำคว่ำขันอย่าได้พบกันอีกต่อไป. คนเลวอย่างนี้ ขอกรวดน้ำคว่ำกะลาไปเลย อย่าได้พบกันอีกไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เข้าไต้เข้าไฟ (๒ สิงหาคม ๒๕๕๐)

เข้าไต้เข้าไฟ

          เข้าไต้เข้าไฟ หมายถึง เวลาหัวค่ำ เวลาที่เพิ่งเริ่มค่ำ เป็นช่วงเวลาหลังจากพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิท แต่บรรยากาศเริ่มมืดสลัวลงจนมองอะไรไม่ค่อยเห็น จึงต้องอาศัยแสงไฟช่วย

          คนแต่ก่อนใช้ฟืนก่อเป็นกองไฟ หรือมิฉะนั้นก็จุดไต้.   ไต้ ทำด้วยไม้ผุคลุกกับน้ำมันยาง แล้วห่อด้วยใบไม้ เปลือกไม้ หรือใส่กระบอกเป็นดุ้นยาว ๆ   ด้วยเหตุนี้จึงเรียกเวลาในตอนหัวค่ำที่คนเริ่มจุดไต้ก่อไฟว่า เข้าไต้เข้าไฟ เช่น เลิกตัดหญ้าเสียก่อนเถอะลูก เข้าไต้เข้าไฟแล้ว เดี๋ยวโดนงูเงี้ยวเขี้ยวขอกัด พรุ่งนี้ค่อยตัดต่อก็ได้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กำแพงมีหู ประตูมีช่อง (๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๐)

กำแพงมีหู ประตูมีช่อง

          กำแพงมีหู ประตูมีช่อง หรือ กำแพงมีหู ประตูมีตา หมายความว่า การพูดหรือทำอะไรต้องระมัดระวัง เพราะแม้จะดูเสมือนว่าปกปิดมิดชิด คืออยู่ในกำแพงหรือปิดประตูแล้ว ก็ยังอาจมีคนล่วงรู้ได้

          สาเหตุที่นำคำว่า กำแพง และ ประตู มาใช้คู่กัน อาจเป็นเพราะทั้งกำแพงและประตูที่ปิดอยู่ เป็นสิ่งที่กั้นบังไว้ไม่ให้ได้เห็นหรือได้ยิน แต่กำแพงและประตูก็อาจมีช่องมีรูให้แอบฟังหรือแอบดูได้ จึงเปรียบว่ากำแพงมีหู ประตูมีช่อง หรือ กำแพงมีหู ประตูมีตา

          สำนวนนี้บางทีมีผู้ใช้ผิดว่า หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กะทิ (๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๐)

กะทิ

          กะทิ เป็นคำมาจากภาษาเขมรว่า ขฺทิะ (อ่านว่า ขะ-ติฮ์) หมายถึง น้ำที่คั้นออกจากเนื้อมะพร้าวแก่ที่ขูดเป็นฝอย น้ำที่คั้นออกมานั้นถ้าไม่ได้ใส่น้ำเลย หรือใส่น้ำแต่เพียงนิดหน่อย จะเรียกว่า หัวกะทิ เป็นกะทิที่มีความข้นและความมันมาก การคั้นกะทิออกจากเนื้อมะพร้าวครั้งต่อ ๆ ไป น้ำกะทิจะจางลง ครั้งสุดท้ายน้ำจะจางมาก เรียกว่า หางกะทิ

          หัวกะทิ เป็นกะทิที่มีความข้นและความมันมาก จึงมักนำมาเปรียบกับคนที่มีความสามารถเป็นพิเศษ เช่น นักเรียนชั้นหัวกะทิ.

          คำว่า กะทิ พยางค์แรกเขียน ก ไก่  สระอะ  ไม่มี ร เรือ ควบ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.