หัวปักหัวปำ (๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕)

หัวปักหัวปำ

          หัวปักหัวปำ เป็นสำนวน ประกอบด้วยคำว่า หัวปัก กับ หัวปำ.    หัวปัก หมายความว่า ศีรษะคว่ำลง ไม่เงยหน้าขึ้น เป็นอาการของคนที่หมดแรง หมดหวัง  และทุกข์ทน.   ส่วนคำว่า หัวปำ เป็นคำเสริมสร้อย  ทำให้เกิดเป็นคำสี่จังหวะ   ซึ่งเป็นลักษณะของคำพวกหนึ่งที่นิยมใช้กันมากในภาษาไทย.  หัวปักหัวปำ   เป็นอาการของคนที่หัวถลำไปข้างหน้า ไม่อาจตั้งขึ้นตรงได้เพราะเมาเหล้า เมาเรือ เมารถ เป็นต้น  เช่น เขาไม่เคยกินเหล้าถูกเพื่อนยุให้กินจึงเมาหัวปักหัวปำ. อีกอย่างหนึ่ง อาการหัวปักหัวปำ ใช้ในความเปรียบ หมายถึง อาการของคนที่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของผู้อื่นจนไม่มีอิสรภาพ จะโดยถูกบังคับหรือสมัครใจเองก็ได้ เช่น เขาถูกบังคับให้ทำงาน หัวปักหัวปำไม่มีเวลาพักเลย หรือ ผู้ชายบางคนหลงผู้หญิงหัวปักหัวปำจนไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ถมปัด (๖ มิถุนายน ๒๕๕๕)

ถมปัด

          ถมปัด เป็นวิธีการประดับลวดลายลงบนภาชนะวิธีหนึ่งคล้ายกับการลงยา ซึ่งน่าจะได้แบบอย่างมาจากจีน ตัวภาชนะทำด้วยทองแดง นำน้ำยาลงมาเคลือบลงบนพื้นวัสดุให้หนาตามต้องการเสียก่อน. สีที่ลงเป็นสีพื้นมีหลายสีคือ เหลือง น้ำเงิน แดง และดำ หลังจากนั้นจึงเคลือบน้ำยาอีกชั้นหนึ่งให้เป็นสีสันและลวดลายตามต้องการ เช่น ลายเทพนมก้านขด ลายเครือเถา. น้ำยาเคลือบสีที่ใช้ทำเครื่องถมปัด เป็นน้ำยาที่ผสมด้วยลูกปัดที่ป่นให้เป็นผงเพื่อให้มีสีต่าง ๆ. ภาชนะที่ทำด้วยวิธีการอย่างนี้ เรียกว่า เครื่องถมปัด นิยมทำเป็นเครื่องยศตามสมณศักดิ์ของพระราชาคณะนับตั้งแต่ชั้นรองสมเด็จพระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏ  สีที่ใช้กันมาก คือ สีเหลือง อาจจะเป็นด้วยเห็นว่าสีเหลืองเป็นสีที่เหมาะสำหรับสงฆ์ หรือมิฉะนั้นก็เป็นเพราะได้รับอิทธิพลจีนว่า สีเหลืองเป็นสีของจักรพรรดิหรือกษัตริย์ และเครื่องยศเหล่านี้พระมหากษัตริย์เป็นผู้พระราชทานแก่พระราชาคณะ

          คำว่า ถมปัด เขียน ป ปลา ไม้หันอากาศ ด เด็ก เพราะน้ำยาที่เคลือบผสมลูกปัดสีต่าง ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พระราชวังสนามจันทร์ (๑) (๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๕)

พระราชวังสนามจันทร์ (๑)

          พระราชวังสนามจันทร์เป็นพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ตั้งอยู่บริเวณสระน้ำจันทร์ ซึ่งเป็นสระน้ำโบราณหน้าโบสถ์พราหมณ์หลังองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม  สร้างเสร็จใน พ.ศ. ๒๔๕๔ แล้วพระราชทานนามว่า พระราชวังสนามจันทร์ ตามชื่อสระน้ำจันทร์ และทรงมีพระราชพินัยกรรมแสดงพระราชประสงค์ยกพระราชวังสนามจันทร์ให้เป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยทหารบก โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า “เมื่อสิ้นตัวข้าพเจ้าไปแล้ว ข้าพเจ้าขอยกที่นี้ให้แก่รัฐบาลสยามเป็นสิทธิ์ขาด เพื่อทำเป็นโรงเรียนนายร้อยทหารบก” แต่ในปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวัง ส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์  ส่วนที่เป็นพระที่นั่งต่าง ๆ เปิดให้ประชาชนเข้าชม

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

สมุดไทย (๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕)

สมุดไทย

          สมุดไทย เป็นคำเรียกกระดาษเขียนหนังสือที่เป็นเอกสารในสมัยโบราณ.  สมุดไทยเป็นกระดาษแผ่นยาวแผ่นเดียว กว้างประมาณ ๑๕-๒๕ เซนติเมตร  ยาวประมาณ ๖๐-๗๐ เซนติเมตร   ทำจากเปลือกไม้ จึงมักเรียกชื่อตามชื่อต้นไม้นั้น ๆ เป็น สมุดข่อย สมุดกระดาษสา.  สมุดไทยมี ๒ สี คือ สีดำกับสีขาว จึงเรียกว่า สมุดไทยดำ  สมุดไทยขาว ด้วย. สมุดไทยเล่มหนึ่งเป็นแผ่นกระดาษยาวแผ่นเดียว   กระดาษแผ่นนี้จะพับเป็นกลีบกลับไปกลับมาลักษณะคล้ายผ้าสไบของผู้หญิงสมัยก่อน  กลีบหนึ่ง คือรอยพับ ๒ หน้า   สมุดไทยเล่มหนึ่งจะมีประมาณ ๓๐-๕๐ กลีบ  วรรณคดีของไทยมักจารึกลงในสมุดไทย เช่น เรื่องพระอภัยมณี ของสุนทรภู่ แต่งเป็นกลอนสุภาพยาว ๙๕ เล่มสมุดไทย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อบรมบ่มนิสัย (๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๕)

อบรมบ่มนิสัย

          อบรมบ่มนิสัย เป็นคำกริยา ประกอบด้วยคำว่า อบรม กับ บ่มนิสัย. อบรม หมายถึง พร่ำสั่งสอนคนที่ยังไม่รู้ดีรู้ชั่วให้เป็นคนดี มีคุณธรรม.  บ่มนิสัย หมายถึง อบรมให้ประพฤติปฏิบัติในทางที่ดีจนเป็นนิสัย.  เมื่อนำไปรวมกับคำว่า อบรม เป็น อบรมบ่มนิสัย หมายถึง แนะนำพร่ำสอนให้ประพฤติปฏิบัติในทางที่ดี รู้สิ่งใดดี สิ่งใดชั่ว สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด  เช่น พ่อแม่อบรมบ่มนิสัยลูกให้ขยัน มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีความกตัญญูกตเวที ครูมีหน้าที่สอนความรู้ทางวิชาการให้ศิษย์ และอบรมบ่มนิสัยให้ศิษย์เป็นพลเมืองไทยที่ดี ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานศึกษาและของบ้านเมือง มีวินัย ตรงต่อเวลา มีสัมมาคารวะ ปฏิบัติตนตามประเพณีและวัฒนธรรมไทย รักภาษาไทยและใช้ภาษาไทยได้ถูกต้องทั้งการออกเสียงและการใช้คำ ใช้ภาษาสุภาพ ไม่หยาบคาย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.