ธงประมวล (๘ มิถุนายน ๒๕๕๕)

ธงประมวล

          ธงประมวล หมายถึง ธงสัญญาณซึ่งเข้ารหัสไว้เพื่อใช้ในกิจการทหาร. ที่เรียกว่า ธงประมวล เพราะรหัสต่าง ๆ นี้ได้รวบรวมประมวลเข้าไว้ เพื่อใช้สื่อสารให้เข้าใจตรงกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และรักษาความลับทางการทหารไว้ได้. ธงประมวลอาจจะใช้ธงเดียวหรือหลายธงก็ได้ แล้วแต่ความหมายที่กำหนดไว้

          ธงประมวล มี ๒ ประเภท คือ ธงประมวลสากล และ ธงประมวลพันธมิตร. ธงประมวลสากล คือ ธงเครื่องหมายสัญญาณต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่หมายรู้กันในระหว่างนักเดินเรือทั่วไปในน่านน้ำสากล เช่น ธงสัญญาณขอเข้าจอด ธงแสดงเรือขณะมีผู้นำร่อง ธงขอความช่วยเหลือ

          ส่วน ธงประมวลพันธมิตร เป็นธงซึ่งแสดงความหมายเป็นที่รู้กันในระหว่างชาติที่เป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศองค์การเดียวกัน เช่น ธงประมวลเฉพาะชาติที่เป็นสมาชิกอาเซี่ยน ธงประมวลเฉพาะชาติที่เป็นพันธมิตรนาโต้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ธงฉาน (๗ มิถุนายน ๒๕๕๕)

ธงฉาน

          ธงฉาน คือ ธงที่ชักขึ้นที่เสาหัวเรือ. คำว่า ฉาน แปลว่า ข้างหน้า เช่นในคำว่า หน้าฉาน หมายความว่า หน้าพระที่นั่ง หรือหน้าที่นั่ง เช่น ห้ามเดินตัดหน้าฉาน หมายความว่า ห้ามเดินตัดหน้าที่ประทับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.

          ธงฉาน มีลักษณะเป็นธงไตรรงค์ แต่ตรงกลางมีรูปสมอสอดไว้กลางวงจักรภายใต้พระมหามงกุฎ. สมอ จักร และพระมหามงกุฎ มีสีเหลือง. ธงฉาน จะชักขึ้นที่เสาหน้าเรือพระที่นั่งหรือเรือที่ได้ขึ้นระวางประจำการ เป็นเรือพระที่นั่งและเรือหลวง. เรือรบในขณะประจำการเป็นเรือประจำยามประจำอ่าว จะชักธงฉานขึ้นที่ปลายพรวนขวาของเสาหน้า ถ้าเรือลำนั้นเป็นที่ตั้งของศาลทหารซึ่งกำลังดำเนินการพิจารณาคดีอยู่จะชักธงฉานขึ้นที่เสาก๊าฟ หรือที่ปลายพรวนของเสาหลัง. พรวน คือ เสาที่ร้อยโซ่อยู่ตรงกราบเรือ เพื่อกันคนตกน้ำ.

          นอกจากนี้ ธงฉานยังใช้เป็นธงประจำกองทหารเรือสำหรับเวลายกพลขึ้นบก เมื่อกองทหารเรือกองนั้นไม่มีธงประจำกองด้วย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

อัฒจันทร์ (๒) (๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๕)

อัฒจันทร์ (๒)

          อัฒจันทร์ แปลว่า พระจันทร์ครึ่งดวง ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า amphitheatre ซึ่งแปลว่า สถานที่นั่งรูปครึ่งวงกลมสำหรับชมการแสดง. คำว่า amphi แปลว่า ครึ่ง เช่นเดียวกับคำว่า อัฒ (อ่าน อัด-ทะ) ในคำ อัฒจันทร์.  ส่วน theatre เดิมเป็นคำเรียกสถานที่แสดงละครของชาวกรีกโบราณ ชาวกรีกเป็นชาติแรกที่คิดสร้างอัฒจันทร์ เพื่อใช้เป็นที่ชมละครหรือชมกีฬา. อัฒจันทร์แบบกรีกโบราณทำที่นั่งลดหลั่นเป็นชั้น ๆ และโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลม. อัฒจันทร์สำหรับชมกีฬาในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องทำเป็นรูปครึ่งวงกลม แต่ต้องทำที่นั่งชมให้ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ขึ้นไป เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ข้างหน้าบังคนข้างหลัง ส่วนที่นั่งในโรงมหรสพ ห้องเรียน หรือในห้องประชุม ที่ทำลดหลั่นเป็นชั้น ๆ กัน น่าจะเรียกว่าอัฒจันทร์ได้ด้วย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

หัวปักหัวปำ (๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕)

หัวปักหัวปำ

          หัวปักหัวปำ เป็นสำนวน ประกอบด้วยคำว่า หัวปัก กับ หัวปำ.    หัวปัก หมายความว่า ศีรษะคว่ำลง ไม่เงยหน้าขึ้น เป็นอาการของคนที่หมดแรง หมดหวัง  และทุกข์ทน.   ส่วนคำว่า หัวปำ เป็นคำเสริมสร้อย  ทำให้เกิดเป็นคำสี่จังหวะ   ซึ่งเป็นลักษณะของคำพวกหนึ่งที่นิยมใช้กันมากในภาษาไทย.  หัวปักหัวปำ   เป็นอาการของคนที่หัวถลำไปข้างหน้า ไม่อาจตั้งขึ้นตรงได้เพราะเมาเหล้า เมาเรือ เมารถ เป็นต้น  เช่น เขาไม่เคยกินเหล้าถูกเพื่อนยุให้กินจึงเมาหัวปักหัวปำ. อีกอย่างหนึ่ง อาการหัวปักหัวปำ ใช้ในความเปรียบ หมายถึง อาการของคนที่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของผู้อื่นจนไม่มีอิสรภาพ จะโดยถูกบังคับหรือสมัครใจเองก็ได้ เช่น เขาถูกบังคับให้ทำงาน หัวปักหัวปำไม่มีเวลาพักเลย หรือ ผู้ชายบางคนหลงผู้หญิงหัวปักหัวปำจนไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ถมปัด (๖ มิถุนายน ๒๕๕๕)

ถมปัด

          ถมปัด เป็นวิธีการประดับลวดลายลงบนภาชนะวิธีหนึ่งคล้ายกับการลงยา ซึ่งน่าจะได้แบบอย่างมาจากจีน ตัวภาชนะทำด้วยทองแดง นำน้ำยาลงมาเคลือบลงบนพื้นวัสดุให้หนาตามต้องการเสียก่อน. สีที่ลงเป็นสีพื้นมีหลายสีคือ เหลือง น้ำเงิน แดง และดำ หลังจากนั้นจึงเคลือบน้ำยาอีกชั้นหนึ่งให้เป็นสีสันและลวดลายตามต้องการ เช่น ลายเทพนมก้านขด ลายเครือเถา. น้ำยาเคลือบสีที่ใช้ทำเครื่องถมปัด เป็นน้ำยาที่ผสมด้วยลูกปัดที่ป่นให้เป็นผงเพื่อให้มีสีต่าง ๆ. ภาชนะที่ทำด้วยวิธีการอย่างนี้ เรียกว่า เครื่องถมปัด นิยมทำเป็นเครื่องยศตามสมณศักดิ์ของพระราชาคณะนับตั้งแต่ชั้นรองสมเด็จพระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏ  สีที่ใช้กันมาก คือ สีเหลือง อาจจะเป็นด้วยเห็นว่าสีเหลืองเป็นสีที่เหมาะสำหรับสงฆ์ หรือมิฉะนั้นก็เป็นเพราะได้รับอิทธิพลจีนว่า สีเหลืองเป็นสีของจักรพรรดิหรือกษัตริย์ และเครื่องยศเหล่านี้พระมหากษัตริย์เป็นผู้พระราชทานแก่พระราชาคณะ

          คำว่า ถมปัด เขียน ป ปลา ไม้หันอากาศ ด เด็ก เพราะน้ำยาที่เคลือบผสมลูกปัดสีต่าง ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.