กระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค (๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๕)

กระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค

          กระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค  หมายถึงริ้วกระบวนทางบกที่จัดขึ้นสำหรับพระมหากษัตริย์เมื่อจะเสด็จพระราชดำเนินทางไกลรอนแรมไปทางบก  จัดแยกเป็นกระบวนเฉพาะกระบวนช้าง  กระบวนม้า  หรือกระบวนเดินเท้า  หรือจัดเป็นกระบวนมีทั้งกระบวนช้าง กระบวนม้า และกระบวนเดินเท้า  เช่น  กระบวนพยุหยาตราทางสถลมารคไปนมัสการพระพุทธบาท  ไปอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญจากหัวเมือง. แต่หากเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หรือเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีสำคัญอื่น ๆ  ภายในพระนคร ส่วนใหญ่ใช้เฉพาะกระบวนเดินเท้า เช่น  ในการพระราชพิธีเฉลิมฉลองพระนครครบ ๑๕๐ ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารคข้ามสะพานพระพุทธยอดฟ้าไปยังฝั่งธนบุรี และเสด็จกลับโดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค  ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๓ รอบพระนักษัตร (อ่านว่า นัก-สัด) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

หมั่นโถวกับซาลาเปา (๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕)

หมั่นโถวกับซาลาเปา

          หมั่นโถว เป็นชื่ออาหารจีนอย่างหนึ่ง ทำด้วยแป้งสาลีนวด หมัก แล้วนึ่ง. หมั่นโถวแบบดั้งเดิมมีทั้งแบบที่มีไส้และไม่มีไส้ หมั่นโถวแบบไม่มีไส้เหมาะจะใช้กินกับอาหารอื่นหรือใช้ติดตัวยามเดินทางไกล เพราะเสียยากกว่าแบบที่มีไส้. หมั่นโถวเป็นอาหารที่มีมานานแล้วและแพร่จากจีนไปสู่ตุรกี เปอร์เซีย เอเชียกลาง เกาหลี และญี่ปุ่น.  หมั่นโถวมีรูปร่างลักษณะและรสชาติคล้ายซาลาเปาซึ่งเพิ่งถือกำเนิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ้อง ต่างกันที่ซาลาเปาเป็นแป้งสาลีนึ่งทรงกลม ๆ และทำไส้สอดไว้ข้างใน ส่วนหมั่นโถวอาจทำแบบมีไส้หรือไม่มีไส้ก็ได้ และซาลาเปามักจับเป็นรูปจีบด้านบนส่วนหมั่นโถวทำผิวด้านบนให้เรียบและเนียนคล้ายกับผิวหน้าของคน โดยเหตุที่ซาลาเปาต้องมีไส้เสมอ ในสมัยหลัง ๆ หมั่นโถวจึงมักทำเป็นแบบไม่มีไส้เพื่อให้ต่างออกไป หมั่นโถวที่ทำขายในประเทศไทยก็ล้วนแต่เป็นแบบไม่มีไส้ จนบางคนอธิบายหมั่นโถวง่าย ๆ ว่า เป็นซาลาเปาแบบไม่มีไส้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ชาตินิยม (๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕)

ชาตินิยม

          ชาตินิยม  ประกอบด้วยคำว่า ชาติ หมายถึง กลุ่มคนที่อยู่รวมกัน มีความรู้สึกผูกพัน รับผิดชอบร่วมกันในเรื่องของภาษา  วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจและการเมือง. กับคำว่า  นิยม แปลว่า ชมชอบ  ชื่นชมยินดี  ยอมรับนับถือ. เมื่อนำมารวมกันเป็นชาตินิยม ใช้หมายถึง ลัทธิที่ถือว่าชาติสำคัญยิ่งกว่าบุคคล ผู้มีความคิดชาตินิยมจะมีความรักและภูมิใจในความเป็นชาติของตนมาก. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นต้นแบบของชาตินิยม พระองค์ทรงรักชาติยิ่งชีพ และทรงมุ่งมั่นที่จะทำให้ชาติเจริญ. ทรงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะนำพาประเทศให้อยู่รอดปลอดภัยจากประเทศมหาอำนาจ รวมถึงการปลุกจิตสำนึกให้คนไทยเกิดความรักชาติ เสียสละเพื่อชาติ หรือยอมแม้จะต้องพลีชีวิตเพื่อปกป้องประเทศชาติ  พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์บทละครประเภทปลุกใจให้รักชาติ และทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์รวมกับเงินที่ข้าราชการและประชาชนผู้มีความจงรักภักดีเรี่ยไรกันเพื่อซื้อเรือรบไว้ป้องกันประเทศ เรือลำนั้น คือ เรือหลวงพระร่วง เป็นเรือรบหลวงลำแรกในประวัติศาสตร์ไทย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หมั่นโถว (๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕)

หมั่นโถว

          หมั่นโถว มาจากคำภาษาจีน ภาษาจีนกลางออกเสียงคำนี้ว่า หมานโถ่ว. หมั่นโถว เป็นชื่ออาหารอย่างหนึ่งทำด้วยแป้งนึ่งอย่างซาลาเปา แต่มักไม่มีไส้ และทำผิวด้านบนให้เรียบเนียนอย่างใบหน้าของคน. คำว่าหมานโถ่วในภาษาจีนกลาง มีเสียงใกล้เคียงกับคำว่า หมานโถว ที่มีความหมายว่า ศีรษะคนเถื่อน

          ตำนานกำเนิดหมั่นโถวมีเรื่องเล่าอยู่ในสามก๊กว่า เมื่อขงเบ้งปราบอาณาจักรทางใต้ซึ่งเป็นแดนคนเถื่อนให้อยู่ในอำนาจของจ๊กก๊กได้แล้ว ก็ยกกองทัพกลับ ต้องข้ามแม่น้ำลกซุย แต่เกิดอาเพศเป็นหมอกมืดมนและพายุพัดกล้าเหลือที่จะข้ามได้ เจ้าเมืองทางใต้ที่เพิ่งสวามิภักดิ์แนะว่าต้องใช้ศีรษะคนจำนวน ๔๙ ศีรษะเซ่นสรวงปีศาจที่สิงในแม่น้ำ ขงเบ้งไม่ต้องการสูญเสียชีวิตผู้คนอีก จึงออกอุบายนำแป้งมาปั้นเป็นศีรษะคนเท่าจำนวนที่ต้องเซ่นสรวง  แป้งปั้นรูปศีรษะคนนี้ได้กลายมาเป็นหมั่นโถวอย่างในปัจจุบัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อนุสาวรีย์ย่าเหล (๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๕)

อนุสาวรีย์ย่าเหล

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างอนุสาวรีย์ย่าเหล หล่อด้วยโลหะทองแดง ไว้ที่พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม.  ย่าเหล เป็นสุนัขทรงเลี้ยงสุดรักแสนรู้  สัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์และจงรักภักดี. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์บทกลอนไว้อาลัยแก่ย่าเหลที่ถูกคนร้ายยิงตาย  จารึกไว้ที่ฐานอนุสาวรีย์ มีความตอนหนึ่งว่า

                         “อนุสาวรีย์นี้เตือนจิตร์                     ให้กูคิดรำพึงถึงสหาย
                    โอ้อาไลยใจจู่อยู่ไม่วาย                           กูเจ็บคล้ายศรศักดิ์ปักอุรา”
และอีกตอนหนึ่งว่า
                  
  “มันยิงเพื่อนเหมือนกูพลอยถูกด้วย         แทบจะม้วยชีวังสิ้นสังขาร์
                    จะหาเพื่อนเหมือนเจ้าที่ไหนมา              ช้ำอุราอาไลยไม่วายวัน”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.