ลูกเต๋า (๓) (๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ลูกเต๋า (๓)

          คำว่า ลูกเต๋า นอกจากหมายถึงอุปกรณ์สำหรับเล่นเกมและการพนันทรงลูกบาศก์แล้ว ยังเป็นชื่อขนมอย่างหนึ่งด้วย เรียกว่า ขนมลูกเต๋า ตามรูปร่างซึ่งเป็นทรงลูกบาศก์เหมือนลูกเต๋า. ขนมลูกเต๋าเป็นขนมเปี๊ยะแบบหนึ่ง มีไส้ทำด้วยถั่วทองหรือถั่วดำกวน บางทีก็ใช้เผือกกวนทำไส้แทน ห่อด้วยแป้งสาลีซึ่งนวดผสมกับไข่แดง น้ำตาลปี๊บ และผงฟู ปั้นเป็นรูปทรงลูกเต๋า แล้วนำไปทอดโดยใช้ไฟอ่อนๆ และใช้น้ำมันแต่น้อย ระหว่างทอดต้องหมั่นกลับขนมลูกเต๋าให้ทั่วทั้ง ๖ ด้าน. ขนมลูกเต๋ามีส่วนผสมและวิธีทำคล้ายกับขนมเปี๊ยะสดหรือขนมเปี๊ยะทอด ที่แตกต่างกันมากคือรูปทรง. ขนมลูกเต๋ามีทรงเป็นลูกเต๋าสมชื่อ. ส่วนขนมเปี๊ยะทอดทำเป็นรูปกลม ๆ แบน ๆ. ขนมลูกเต๋าเป็นขนมของชาวจีนแต้จิ๋ว ในประเทศจีนมีขายที่มณฑลกวางตุ้ง แต่ในประเทศไทยมีขายทั่วไป ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกขนมลูกเต๋า ว่า ปอเต่าเปี้ย แปลว่า ขนมเปี๊ยะทะนานอัญมณี หรือ เตาแจ่เปี้ย (แปลว่า ขนมเปี๊ยะลูกเต๋า)

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เต่าร้าง (๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๕)

เต่าร้าง

          เต่าร้าง เป็นชื่อไม้ในตระกูลปาล์ม เต่าร้างมีลักษณะพิเศษที่สังเกตได้ชัดคือดอกอยู่รวมกันเป็นช่อใหญ่ยาวย้อยลงมา และใบคู่สุดท้ายที่ปลายก้านมีลักษณะคล้ายหางปลา  มักขึ้นในป่าทึบหรือตามสวนยางที่ร่มครึ้ม เป็นพืชที่ปลูกในร่มได้ ยอดอ่อนใช้แกง รากใช้ทำยา  น้ำหวานจากงวงใช้ทำน้ำตาล.  คำว่า เต่าร้าง นำมาใช้เรียกตุ้มหูที่มีลักษณะเป็นพวงคล้ายช่อดอกของเต่าร้างว่า ตุ้มหูเต่าร้าง

          ชื่อ เต่าร้าง ไม่ทราบที่มาแน่ชัด เสียงของพยางค์ท้าย คือ ร้าง เมื่อฟังแล้วทำให้นึกถึงคำว่า หย่าร้าง ร้างรา เลิกร้าง คนไทยจึงถือว่า เต่าร้าง เป็นไม้อัปมงคลนาม คนไทยแต่ก่อนจึงไม่นิยมปลูกไว้ในบริเวณบ้าน ถือว่าปลูกแล้วจะเป็นเหตุให้คู่สามีภรรยาต้องหย่าร้างกัน ประกอบกับดอกมีขนคาย บางคนอาจแพ้รุนแรง แต่ปัจจุบัน มีผู้นิยมปลูกเต่าร้างเป็นไม้ประดับมากขึ้น. คำว่า เต่าร้าง อาจใช้ว่า เต่ารั้ง ก็ได้ และบางถิ่นเรียกว่า หมากคัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

มีเงินใช้ผีโม่แป้ง (๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๕)

มีเงินใช้ผีโม่แป้ง

          มีเงินใช้ผีโม่แป้ง มีที่มาจากสำนวนจีนซึ่งแปลได้ว่า มีเงินก็ใช้ผีโม่แป้งได้ สำนวนนี้หมายถึง หากใช้เงินเป็นเครื่องล่อใจ ก็สามารถว่าจ้างคนทุกคนให้ทำงานต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ว่าจ้างได้ ไม่ว่าผู้รับจ้างจะเต็มใจหรือรู้สึกผิดหรือไม่ก็ตาม เช่น เมื่อก่อนนายทุนเจ้าของบริษัทมักมีปัญหากับสหภาพแรงงาน แต่พอให้เงินรางวัลหัวหน้าสหภาพแรงงานมากขึ้นก็กลายเป็นฝ่ายเจ้าของบริษัทไป กลับไปเกลี้ยกล่อมลูกจ้างให้ยอมทำตามเจ้าของบริษัท อย่างนี้เรียกว่า มีเงินใช้ผีโม่แป้งได้

          สำนวนนี้มีเรื่องเล่าว่า มีผีผอมอดอยากตนหนึ่งได้รับคำแนะนำจากผีที่ตายไปก่อนว่า ถ้าเที่ยวหลอกหลอนมนุษย์ ก็จะได้ของเซ่นไหว้ดี ๆ ผีผอมตนนั้นจึงรีบทำตาม แต่เป็นเพราะอารามผลีผลามจึงเข้าไปในบ้านของชายยากจน เมื่อเข้าไป เห็นในครัวมีแต่โม่หินตั้งอยู่ มีแป้งที่โม่ค้างอยู่ จึงจับโม่หินนั้นโม่แป้งไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เจ้าของบ้านกลัวเสียง ฝ่ายเจ้าของบ้านกลับคิดว่าสวรรค์เห็นใจตนที่ยากจนเข็ญใจ จึงส่งผีมาโม่แป้งให้ เรื่องนี้ภายหลังได้เล่ากันต่อ ๆ มา จนกระทั่งผิดเพี้ยนเกิดเป็นสำนวนในภายหลังว่า มีเงินใช้ผีโม่แป้ง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.