ผงเข้าตาตัวเอง (๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผงเข้าตาตัวเอง

          ผงเข้าตาตัวเอง เป็นสำนวนที่มาจากการสังเกตคนที่มีผงเข้าตา มักจะให้ผู้อื่นมาช่วยเขี่ยผงออกให้ เพราะตนเองไม่สามารถเขี่ยออกเองได้ สำนวนนี้มีความหมายว่า มีความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับตน แต่แก้ไม่ได้ มีนัยความหมายว่า ปรกติบุคคลนี้มักจะช่วยแก้ปัญหาให้ผู้อื่น ช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ได้ เปรียบเหมือนช่วยเขี่ยผงที่เข้าตาผู้อื่น แต่เมื่อเกิดปัญหากับตนเองกลับไม่สามารถแก้ไขได้ เช่น อาจารย์ฝ่ายปกครองคนนี้ช่วยแก้ปัญหาให้นักเรียนได้เสมอ แต่พอลูกชายของตนมีปัญหากลับแก้ไม่ได้ ผงเข้าตาตัวเองแท้ ๆ นักสังคมสงเคราะห์บางคนช่วยแก้ปัญหาของคนอื่นไปทั่ว แต่ปัญหาของตัวเองแก้ไม่ได้ สามีก็ไปมีเมียน้อย ลูกก็ไปซิ่งรถเป็นเด็กแว้น เรียกว่าผงเข้าตาตัวเอง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เรือขาดหางเสือ (๔ สิงหาคม ๒๕๕๕)

เรือขาดหางเสือ

          เรือขาดหางเสือ เป็นสำนวนมีความหมายว่า คนที่ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปโดยไร้จุดหมาย อาจเป็นเพราะขาดผู้นำหรือขาดสติ  หรือหมายถึง ครอบครัวที่ขาดผู้ดูแลรับผิดชอบ การงานที่ขาดหัวหน้า เป็นต้น

          โดยปรกติเรือยกเว้นเรือพายจะมีหางเสือบังคับให้เคลื่อนไปในทิศทางที่ต้องการ เรือจึงต้องมีนายท้ายหรือมีผู้ควบคุมหางเสือ เพื่อให้เรือไปถึงที่หมาย

          ด้วยเหตุนี้ การเคลื่อนที่ของเรือที่ขาดหางเสือจึงนำมาเปรียบกับพฤติกรรมของคนที่ไม่รู้จักควบคุมตนเอง หรือการดำเนินกิจการต่าง ๆ ซึ่งไม่มีผู้นำหรือหัวหน้าควบคุมทิศทาง เช่น สมชายผิดหวังที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เลยปล่อยให้ชีวิตล่องลอยไร้จุดหมายเหมือนเรือขาดหางเสือ ตั้งแต่พ่อเสียชีวิตไป ครอบครัวของเราก็เหมือนกับเรือขาดหางเสือ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.
 

ลูกบาศก์ (๑) (๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ลูกบาศก์ (๑)

          ลูกบาศก์ คำว่า บาศก์ มาจากภาษาสันสกฤตว่า ปาศก (อ่าน ปา-สะ-กะ) เป็นอุปกรณ์สำคัญในการเล่นสกา. ลูกบาศก์แบบเดิมมีลักษณะเป็นแท่งเล็ก ๆ สี่เหลี่ยมยาว หัวท้ายเป็นที่จับ มีหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ๔ หน้า มีแต้ม ๑ ๒ ๓ ๔ ตามลำดับ  ในเรื่องกากีคำกลอนของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่าเมื่อพญาครุฑแปลงกายเป็นมานพหนุ่มมาเล่นสกากับท้าวพรหมทัตและพบนางกากี นางกากีนึกรักมีจิตไม่สัตย์ซื่อต่อท้าวพรหมทัต จึงเกิดอาเพศให้ท้าวพรหมทัตทอดลูกบาศก์ไม่ได้แต้มตามที่ต้องการ ดังในคำกลอนว่า

          “ฝ่ายบรมพรหมทัตทอดสกา           เมื่อสุดาประทุษจิตให้ผิดผวน
          เผอิญขัดซัดบาศก์ให้แปรปรวน       ครุฑสำรวลแย้มยิ้มกระหยิ่มใจ”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ซำปอกง (๓) (๔ กันยายน ๒๕๕๕)

ซำปอกง (๓)

          ในประเทศไทย ซำปอกง เป็นชื่อพระพุทธรูป มี ๓ องค์ เรียกว่า หลวงพ่อซำปอกง. องค์แรกเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ อยู่ที่วัดพนัญเชิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา.  องค์ที่ ๒ อยู่ที่วัดกัลยาณมิตรฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร. และองค์ที่ ๓ อยู่ที่วัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา. วัดทั้ง ๓ นี้ล้วนอยู่ริมแม่น้ำและไม่ไกลจากปากน้ำมากนัก. พระพุทธรูปองค์ที่ ๒ นั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างเป็นพระประธานที่วัดกัลยาณมิตร และพระราชทานนามว่า พระพุทธไตรรัตนนายก. ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามหลวงพ่อซำปอกงที่วัดพนัญเชิงตามชื่อพระพุทธรูปองค์ที่วัดกัลยาณมิตรว่า พระพุทธไตรรัตนนายกด้วย. ชื่อของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นชื่อมงคล มีนัยสื่อถึงพระรัตนตรัย นอกจากนั้นยังสื่อถึงพระองค์ผู้เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เหมือนกับพระเจ้าหย่งเล่อ พระเจ้าจักรพรรดิองค์ที่ ๓ แห่งราชวงศ์เหม็งอีกด้วย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.