คากิ (๒ สิงหาคม ๒๕๕๕)

คากิ

          คากิ มาจากภาษาจีนแต้จิ๋วว่า ตือคากิ แปลว่า ตีนและขาของหมู แต่มักเรียกสั้น ๆ ว่า คากิ  คนจีนนิยมนำขาหมูทั้งขารวมทั้งส่วนตีนของหมูไปประกอบอาหาร เช่น ต้มซุปหรือทอดกระเทียมพริกไทย  ส่วนคนไทยอาจนำไปทำต้มยำ แต่ที่นิยมที่สุดคือนำไปทำพะโล้. การทำพะโล้ขาหมู มักตัดขาหมูเป็นชิ้นใหญ่ ๆ ๒ ชิ้น ชิ้นบนตั้งแต่ต้นขาถึงเหนือข้อ ชิ้นล่างตั้งแต่ข้อจนถึงปลายตีน เพื่อไม่ให้เนื้อของขาหมูยุ่ยแยกจากกันแม้ว่าจะตุ๋นนาน ๆ ก็ตาม ขาหมูพะโล้ส่วนล่างจึงเห็นส่วนตีนติดอยู่กับส่วนขา คนจีนแต้จิ๋วจึงเรียกว่า คากิ แปลว่า ตีนและขา หรือ ตีนที่ติดอยู่กับขา แต่เมื่อใช้คำนี้ไปนาน ๆ คำว่า คากิ ก็มีความหมายแคบลง คือหมายถึงเฉพาะตีนหมูที่เป็นอาหารเท่านั้น  คากิเป็นอาหารที่มีเจลลาตินสูงเหมาะแก่ผู้มีปัญหาเรื่องผมและผิวพรรณ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.
 

สนิม (๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

สนิม

          คำว่า สนิม หมายถึงส่วนของผิวโลหะที่แปรสภาพไปจากเดิมเนื่องด้วยปฏิกิริยาเคมีเป็นสาเหตุให้เกิดการผุกร่อน เช่น มีดขึ้นสนิม. และมีความหมายโดยปริยายว่า มลทิน เช่น สนิมในใจ

          คำว่า สนิม แต่เดิมอาจใช้ว่า ถนิม ดังบทละครนอกเรื่องคาวี พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีกลอนบทหนึ่งว่า

          “ไฉนเหน็บพระขรรค์ไว้มั่นคง           ลงสรงถูกน้ำจะเป็นถนิม
          เสียดายพลอยประดับล้วนทับทิม         จะช่วยเชิญไว้ริมชลธาร”

          อย่างไรก็ตามในสมัยใกล้เคียงกัน คือในรัชสมัพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว คำนี้ออกเสียงเป็น สนิม ก็มี ดังโคลงโลกนิติพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเดชาดิศร มีโคลงบทหนึ่งขึ้นต้นว่า

          “สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ            ในตน
          กินกัดเนื้อเหล็กจน                   กร่อนขร้ำ”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อนาจาร (๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕)

อนาจาร

          อนาจาร มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตว่า อนาจาร (อ่าน อะ -นา-จา-ระ) แปลว่า มีความประพฤติไม่เหมาะสม ได้แก่ ประพฤติผิดศีลธรรม ประพฤติผิดจารีต และประพฤติผิดกฎหมายของบ้านเมือง.  ในภาษาไทย อนาจาร หมายถึง เปิดเผยร่างกายหรือเปลือยกายให้เห็นอวัยวะอันพึงปกปิดในที่สาธารณะ เช่น เธอถูกตำรวจเรียกไปเปรียบเทียบปรับข้อหาอนาจารเปลือยอกออกอากาศทางโทรทัศน์ บางคนจงใจอนาจารให้คนอื่นเห็นอวัยวะอันพึงสงวนของตนโดยอ้างว่าเป็นศิลปะ. คำนี้หากใช้ร่วมกับกริยา ทำ หรือ กระทำ เป็น ทำอนาจาร หรือ กระทำอนาจาร หมายถึง ล่วงละเมิดทางเพศผู้อื่น โดยจงใจสัมผัสหรือเสียดสีอวัยวะเพศของผู้อื่น จับผู้อื่นเปลื้องผ้า ล่อลวงให้ผู้อื่นเปลือยกาย แอบถ่ายรูปใต้กระโปรง เป็นต้น เช่น ถ้าแต่งเนื้อตัวมิดชิดเสียแต่แรก ก็คงไม่ถูกผู้ชายทำอนาจารเอาง่าย ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ซำปอกง (๑) (๒ กันยายน ๒๕๕๕)

ซำปอกง (๑)

          ซำปอกง ประกอบด้วยคำว่า ซำปอ กับ กง. ซำปอ แปลว่า ดวงแก้วสามดวง. กง แปลว่า ปู่.  ซำปอกง หรือ ปู่ซำป้อ เป็นชื่อนักประดิษฐ์และนักสำรวจทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ของจีนในสมัยราชวงศ์เหม็ง  นักสำรวจผู้นี้มีชื่อเดิมว่า หม่า เหอ แต่เมื่อเป็นขันทีใช้ชื่อในราชสำนักตามประเพณีว่า ซำป้อ ชื่อ ซำป้อ มีความหมายว่า “ดวงแก้วสามดวง” เป็นชื่อมงคลเชื่อว่ามีส่วนเสริมส่งให้เจ้าชายที่ขันทีซำป้อรับใช้ใกล้ชิดอยู่ได้ขึ้นเป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์ที่ ๓ แห่งราชวงศ์เหม็ง มีพระนามว่า พระเจ้าหย่งเล่อ  ทันทีที่ขึ้นครองราชย์ พระเจ้าหย่งเล่อก็ให้ขันทีซำป้อเตรียมต่อเรือสำเภาขนาดใหญ่เพื่อเดินทางไปค้าขายและเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ กับทั้งยังจะได้สืบหาร่องรอยของจักรพรรดิองค์ก่อนซึ่งพระเจ้าหย่งเล่อชิงราชสมบัติได้มาและจักรพรรดิองค์ก่อนนั้นได้หายไปโดยไร้ร่องรอย  ก่อนออกเดินทางจักรพรรดิหย่งเล่อได้เปลี่ยนชื่อสกุล หม่า เหอ เป็น เจิ้ง เหอ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.