กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ (๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๕)

กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้

          กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เป็นสำนวนมีความหมายว่า การลังเล นิ่งนอนใจ ไม่รีบแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วในทันที มัวแต่รีรอจนสถานการณ์บางอย่างสุกงอมไปแล้ว จึงเข้าไปแก้ไข อาจจะทำให้เกิดผลเสียหายอย่างใดอย่างหนึ่ง เหมือนกับนำถั่วและงาซึ่งมีขนาดเมล็ดต่างกันมาคั่วรวมอยู่ด้วยกัน กว่าที่เมล็ดถั่วจะร้อนจนสุกได้ที่ ความร้อนก็จะทำให้เมล็ดงาไหม้เสียหายไปเสียก่อน เช่น รัฐบาลต้องรีบออกมาตรการรองรับปัญหาวิกฤติหนี้ชาวนาโดยเร่งด่วน หากปล่อยให้ชาวนาไปกู้หนี้นอกระบบก็จะช้าไป กลายเป็นกว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ 

          สำนวนนี้ปรากฏในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนขอนางพิม นางสายทองโน้มน้าวให้เณรแก้วรีบแก้ไขสถานการณ์ที่ขุนช้างชิงไปขอนางพิม และว่าหากเณรแก้วนิ่งนอนใจ ก็จะเป็นเหมือนอย่างสำนวนกว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ในขุนช้างขุนแผนกวีบรรยายไว้ว่า

          “อุประมาเหมือนงาระคนถั่ว          ประดังไฟใส่คั่วกระเบื้องนั่น
          งาร้อนฤๅจะผ่อนให้ถั่วทัน             พอถั่วสุกก็จะอันตรายงา”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

หญ้าแพรก (๘ กันยายน ๒๕๕๕)

หญ้าแพรก

          หญ้าแพรก เป็นหญ้าชนิดหนึ่ง ต้นและใบมีขนาดเล็กแต่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ประกอบกับลำต้นทอดไปกับพื้น จึงใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดินได้เป็นอย่างดี แต่รากไม่มีคุณสมบัติป้องกันน้ำกัดเซาะดินพังทลายอย่างหญ้าแฝก หญ้าแพรกเป็นวัชพืช แต่ใช้เลี้ยงวัวควายได้ดี.  คนไทยรู้จักหญ้าแพรกมานานแล้ว ดังปรากฏในมหาชาติคำหลวงซึ่งเป็นวรรณคดีในสมัยอยุธยาตอนต้นถึง ๒ ครั้ง ในกัณฑ์วนประเวศน์ว่า “ป่าคือเมฆพยู่ห ท้าวธเสด็จสู่อาไศรย  หญ้าแพรกไพรสรดิ้ว (อ่านว่า สะ-ดิ้ว) สูงสี่นิ้วนิรันดร” และในกัณฑ์มหาพนว่า หญ้าแพรกหญ้าวรวาร (อ่านว่า วอน-วาน) บ้างบานแบ่งแข่งขยวขจี (อ่านว่า เขียว-ขะ-จี)” ในพิธีไหว้ครู ใช้หญ้าแพรก เป็นเครื่องบูชาครู เป็นสัญลักษณ์ให้ลูกศิษย์มีปัญญาแตกฉานได้รวดเร็วประดุจหญ้าแพรกที่แตกทอดงามไปตามพื้นดินฉะนั้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

วัฒนธรรม (๗ สิงหาคม ๒๕๕๕)

วัฒนธรรม

          วัฒนธรรม  หมายถึง  ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงามของสังคม ความเจริญนั้นแสดงออกได้ด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย  ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติและศีลธรรมอันดีของประชาชน.  วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่แสดงความเจริญงอกงามทั้งทางจิตใจและทางวัตถุ. สิ่งที่แสดงให้เห็นวัฒนธรรมของสังคมมีหลายอย่าง  เช่น  ความรู้สึกนึกคิดของสมาชิกในสังคม  การรู้จักควบคุมอารมณ์โดยเฉพาะเมื่อเกิดความขัดแย้ง    มารยาทที่ขัดเกลาเรียบร้อย  สุภาพเหมาะสมสอดคล้องตามบริบทของสถานการณ์  ความรู้จักรักษาสิทธิของผู้อื่นและของตน  เป็นต้น   

          วัฒนธรรมของชาติเป็นสิ่งที่ทำให้ชาติดำรงอยู่ได้   ถ้าชาติไม่มีวัฒนธรรม  หรือคนในชาติไม่รักษาวัฒนธรรมของตนจะถูกกลืนชาติได้ง่าย ๆ.   การศึกษาประวัติศาสตร์ทำให้ทราบว่า ชาติที่แม้จะมีกำลังอำนาจ  หากไม่มีวัฒนธรรมก็อาจถูกชาติที่มีวัฒนธรรมแข็งกว่ากลืน เนื่องจากรับวัฒนธรรมของชาติอื่นมาเป็นของตน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ตำนานท่าเตียน (๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕)

ตำนานท่าเตียน

          ตำนานท่าเตียน  เป็นนิทานที่แต่งขึ้นเกี่ยวกับยักษ์วัดโพธิ์กับยักษ์วัดแจ้ง เพื่อโยงให้เข้ากับชื่อสถานที่ที่เรียกว่าท่าเตียน ซึ่งเป็นท่าน้ำและย่านการค้า อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตกของวัดพระเชตุพนฯ.  ตำนานท่าเตียนนั้นเล่ากันว่า  พื้นที่โล่งเตียนบริเวณท่าเตียนเป็นผลมาจากการต่อสู้ของยักษ์วัดโพธิ์กับยักษ์วัดแจ้งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดโพธิ์  เดิมยักษ์ทั้ง ๒ ตนเป็นเพื่อนรักกัน  วันหนึ่งยักษ์วัดโพธิ์ไม่มีเงินใช้จึงได้เหาะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปขอยืมเงินจากยักษ์วัดแจ้ง  แต่เมื่อถึงกำหนดคืนเงินยักษ์วัดโพธิ์กลับไม่ยอมคืนเงินให้  ยักษ์วัดแจ้งเหาะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาทวงเงินคืน จึงเกิดการต่อสู้กันทำให้ต้นไม้ในบริเวณที่ถูกยักษ์ทั้งสองเหยียบย่ำล้มตายจนราบเรียบกลายเป็นที่โล่งเตียนไปหมด  ครั้นเมื่อพระอิศวรทราบเรื่องจึงลงโทษโดยการสาปให้ยักษ์ทั้ง ๒ กลายเป็นหิน  แล้วให้ยักษ์วัดโพธิ์ทำหน้าที่ยืนเฝ้าประตูพระมณฑป  ให้ยักษ์วัดแจ้งยืนเฝ้าพระวิหารวัดแจ้ง  และจากการสู้รบของยักษ์ทั้งคู่ที่ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นโล่งเตียน ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า ท่าเตียน เรื่อยมาจนทุกวันนี้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ปฐมพยาบาล (๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ปฐมพยาบาล

          ปฐมพยาบาล มาจากคำว่า ปฐม ซึ่งแปลว่า ลำดับแรก ลำดับเบื้องต้น กับคำว่า พยาบาล ซึ่งหมายถึง ดูแลหรือปรนนิบัติผู้ป่วย.  คำ ปฐมพยาบาล ใช้ในความหมายว่า ปฏิบัติดูแลผู้ป่วยอย่างทันทีทันใดเร่งด่วนเมื่อบุคคลได้รับอุบัติเหตุ เจ็บป่วยอย่างรุนแรงและกะทันหัน  ทำให้ผู้ป่วยมีอาการทุเลา  ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการเพิ่มขึ้นหรือเกิดอันตรายมากขึ้นเพื่อช่วยชีวิต ก่อนที่จะนำผู้ป่วยไปยังแพทย์เพื่อเยียวยารักษาตามวิธีที่เหมาะสมต่อไป

          การปฐมพยาบาลมักทำโดยผู้ที่พบเห็นผู้ป่วยเป็นคนแรก เช่น ผายปอดคนจมน้ำ รัดแขนขาเหนือรอยงูพิษกัดเพื่อไม่ให้พิษงูกระจายไปทั่วร่างกาย ใช้ไม้ดามแทนเฝือกเมื่อกระดูกแขนหรือขาหัก. การปฐมพยาบาลควรกระทำโดยผู้ที่ได้รับการอบรมการปฐมพยาบาล หรือจากบุคลากรทางการแพทย์  อุบัติเหตุหรือการป่วยฉุกเฉินเกิดได้ทั่วไปและมักอยู่ห่างไกลสถานพยาบาล ดังนั้นบุคคลทั่วไปควรมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลไว้บ้าง เพื่อให้ช่วยผู้ป่วยได้ทันท่วงที

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ลูกบาศก์ (๓) (๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ลูกบาศก์ (๓)

          คำว่า ลูกบาศก์ ในปัจจุบันใช้เป็นหน่วยวัดปริมาตร ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า cubic ปริมาตรที่มีหน่วยเป็นลูกบาศก์มีค่าเท่ากับปริมาตรความจุของรูปทรงอย่างรูปลูกเต๋าแบบจีน คือ มีด้านกว้าง ด้านยาว และด้านสูงเท่ากัน สามารถคำนวณได้โดยใช้ด้านกว้างคูณกับด้านยาวและด้านสูง และได้ปริมาตรเป็นลูกบาศก์ตามมาตราที่ใช้วัดความกว้าง ยาว และสูงนั้น เช่น หากด้านกว้าง ยาว สูง มีหน่วยเป็นเซนติเมตร ก็คำนวณออกมาเป็นปริมาตรลูกบาศก์เซนติเมตร. หากด้านกว้าง ยาว สูง มีหน่วยเป็นนิ้ว ก็คำนวณออกมาเป็นปริมาตรลูกบาศก์นิ้ว. หากด้านกว้าง ยาว สูง มีหน่วยเป็นฟุต ก็คำนวณออกมาเป็นปริมาตรลูกบาศก์ฟุต เป็นต้น. ในภาษาที่ไม่เป็นทางการ เรียกปริมาตรลูกบาศก์เซนติเมตร ว่า ซีซี และเรียกปริมาตรลูกบาศก์นิ้วและลูกบาศก์ฟุต ว่า คิว

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ยักษ์วัดโพธิ์ (๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕)

ยักษ์วัดโพธิ์

          ยักษ์วัดโพธิ์ เป็นประติมากรรมอยู่ที่ซุ้มประตูทางเข้าพระมณฑปหรือหอไตรจัตุรมุขของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)  มีลักษณะเป็นรูปยักษ์ในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์  การสร้างรูป “ยักษ์” รักษาประตูวัดพระเชตุพนนั้นมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ ซึ่งต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๓ ยักษ์ปูนปั้นที่เฝ้าประจำประตูทั้ง ๔ ประตูชำรุด จึงโปรดให้รื้อแล้วนำลั่นถันหรือรูปตุ๊กตาศิลาจีนมาตั้งแทน.  และโปรดเกล้าฯ ให้หล่อรูปยักษ์ขนาดเล็กสูงประมาณ ๑๗๕ เซนติเมตร จำนวน ๘ ตน ตั้งไว้ที่ซุ้มประตูทางเข้าพระมณฑป ทั้ง ๔ ด้าน ด้านละ ๑ คู่ เพื่อให้ทำหน้าที่พิทักษ์รักษาหอพระไตรปิฎก     ปัจจุบันรูปยักษ์วัดโพธิ์ที่ซุ้มพระมณฑป ๒ คู่แรกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ส่วน ๒ คู่หลังอยู่ที่ประตูทิศตะวันตกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกเฉียงใต้

          มักมีผู้เข้าใจผิดว่าลั่นถันหรือตุ๊กตาศิลาจีนที่ตั้งอยู่ตรงประตูทางเข้าวัดโพธิ์นั้นเป็นยักษ์วัดโพธิ์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.