ซำปอกง (๓) (๔ กันยายน ๒๕๕๕)

ซำปอกง (๓)

          ในประเทศไทย ซำปอกง เป็นชื่อพระพุทธรูป มี ๓ องค์ เรียกว่า หลวงพ่อซำปอกง. องค์แรกเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ อยู่ที่วัดพนัญเชิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา.  องค์ที่ ๒ อยู่ที่วัดกัลยาณมิตรฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร. และองค์ที่ ๓ อยู่ที่วัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา. วัดทั้ง ๓ นี้ล้วนอยู่ริมแม่น้ำและไม่ไกลจากปากน้ำมากนัก. พระพุทธรูปองค์ที่ ๒ นั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างเป็นพระประธานที่วัดกัลยาณมิตร และพระราชทานนามว่า พระพุทธไตรรัตนนายก. ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามหลวงพ่อซำปอกงที่วัดพนัญเชิงตามชื่อพระพุทธรูปองค์ที่วัดกัลยาณมิตรว่า พระพุทธไตรรัตนนายกด้วย. ชื่อของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นชื่อมงคล มีนัยสื่อถึงพระรัตนตรัย นอกจากนั้นยังสื่อถึงพระองค์ผู้เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เหมือนกับพระเจ้าหย่งเล่อ พระเจ้าจักรพรรดิองค์ที่ ๓ แห่งราชวงศ์เหม็งอีกด้วย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คากิ (๒ สิงหาคม ๒๕๕๕)

คากิ

          คากิ มาจากภาษาจีนแต้จิ๋วว่า ตือคากิ แปลว่า ตีนและขาของหมู แต่มักเรียกสั้น ๆ ว่า คากิ  คนจีนนิยมนำขาหมูทั้งขารวมทั้งส่วนตีนของหมูไปประกอบอาหาร เช่น ต้มซุปหรือทอดกระเทียมพริกไทย  ส่วนคนไทยอาจนำไปทำต้มยำ แต่ที่นิยมที่สุดคือนำไปทำพะโล้. การทำพะโล้ขาหมู มักตัดขาหมูเป็นชิ้นใหญ่ ๆ ๒ ชิ้น ชิ้นบนตั้งแต่ต้นขาถึงเหนือข้อ ชิ้นล่างตั้งแต่ข้อจนถึงปลายตีน เพื่อไม่ให้เนื้อของขาหมูยุ่ยแยกจากกันแม้ว่าจะตุ๋นนาน ๆ ก็ตาม ขาหมูพะโล้ส่วนล่างจึงเห็นส่วนตีนติดอยู่กับส่วนขา คนจีนแต้จิ๋วจึงเรียกว่า คากิ แปลว่า ตีนและขา หรือ ตีนที่ติดอยู่กับขา แต่เมื่อใช้คำนี้ไปนาน ๆ คำว่า คากิ ก็มีความหมายแคบลง คือหมายถึงเฉพาะตีนหมูที่เป็นอาหารเท่านั้น  คากิเป็นอาหารที่มีเจลลาตินสูงเหมาะแก่ผู้มีปัญหาเรื่องผมและผิวพรรณ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.
 

สนิม (๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)

สนิม

          คำว่า สนิม หมายถึงส่วนของผิวโลหะที่แปรสภาพไปจากเดิมเนื่องด้วยปฏิกิริยาเคมีเป็นสาเหตุให้เกิดการผุกร่อน เช่น มีดขึ้นสนิม. และมีความหมายโดยปริยายว่า มลทิน เช่น สนิมในใจ

          คำว่า สนิม แต่เดิมอาจใช้ว่า ถนิม ดังบทละครนอกเรื่องคาวี พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีกลอนบทหนึ่งว่า

          “ไฉนเหน็บพระขรรค์ไว้มั่นคง           ลงสรงถูกน้ำจะเป็นถนิม
          เสียดายพลอยประดับล้วนทับทิม         จะช่วยเชิญไว้ริมชลธาร”

          อย่างไรก็ตามในสมัยใกล้เคียงกัน คือในรัชสมัพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว คำนี้ออกเสียงเป็น สนิม ก็มี ดังโคลงโลกนิติพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเดชาดิศร มีโคลงบทหนึ่งขึ้นต้นว่า

          “สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ            ในตน
          กินกัดเนื้อเหล็กจน                   กร่อนขร้ำ”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.