อนาจาร (๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕)

อนาจาร

          อนาจาร มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตว่า อนาจาร (อ่าน อะ -นา-จา-ระ) แปลว่า มีความประพฤติไม่เหมาะสม ได้แก่ ประพฤติผิดศีลธรรม ประพฤติผิดจารีต และประพฤติผิดกฎหมายของบ้านเมือง.  ในภาษาไทย อนาจาร หมายถึง เปิดเผยร่างกายหรือเปลือยกายให้เห็นอวัยวะอันพึงปกปิดในที่สาธารณะ เช่น เธอถูกตำรวจเรียกไปเปรียบเทียบปรับข้อหาอนาจารเปลือยอกออกอากาศทางโทรทัศน์ บางคนจงใจอนาจารให้คนอื่นเห็นอวัยวะอันพึงสงวนของตนโดยอ้างว่าเป็นศิลปะ. คำนี้หากใช้ร่วมกับกริยา ทำ หรือ กระทำ เป็น ทำอนาจาร หรือ กระทำอนาจาร หมายถึง ล่วงละเมิดทางเพศผู้อื่น โดยจงใจสัมผัสหรือเสียดสีอวัยวะเพศของผู้อื่น จับผู้อื่นเปลื้องผ้า ล่อลวงให้ผู้อื่นเปลือยกาย แอบถ่ายรูปใต้กระโปรง เป็นต้น เช่น ถ้าแต่งเนื้อตัวมิดชิดเสียแต่แรก ก็คงไม่ถูกผู้ชายทำอนาจารเอาง่าย ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ซำปอกง (๑) (๒ กันยายน ๒๕๕๕)

ซำปอกง (๑)

          ซำปอกง ประกอบด้วยคำว่า ซำปอ กับ กง. ซำปอ แปลว่า ดวงแก้วสามดวง. กง แปลว่า ปู่.  ซำปอกง หรือ ปู่ซำป้อ เป็นชื่อนักประดิษฐ์และนักสำรวจทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ของจีนในสมัยราชวงศ์เหม็ง  นักสำรวจผู้นี้มีชื่อเดิมว่า หม่า เหอ แต่เมื่อเป็นขันทีใช้ชื่อในราชสำนักตามประเพณีว่า ซำป้อ ชื่อ ซำป้อ มีความหมายว่า “ดวงแก้วสามดวง” เป็นชื่อมงคลเชื่อว่ามีส่วนเสริมส่งให้เจ้าชายที่ขันทีซำป้อรับใช้ใกล้ชิดอยู่ได้ขึ้นเป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์ที่ ๓ แห่งราชวงศ์เหม็ง มีพระนามว่า พระเจ้าหย่งเล่อ  ทันทีที่ขึ้นครองราชย์ พระเจ้าหย่งเล่อก็ให้ขันทีซำป้อเตรียมต่อเรือสำเภาขนาดใหญ่เพื่อเดินทางไปค้าขายและเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ กับทั้งยังจะได้สืบหาร่องรอยของจักรพรรดิองค์ก่อนซึ่งพระเจ้าหย่งเล่อชิงราชสมบัติได้มาและจักรพรรดิองค์ก่อนนั้นได้หายไปโดยไร้ร่องรอย  ก่อนออกเดินทางจักรพรรดิหย่งเล่อได้เปลี่ยนชื่อสกุล หม่า เหอ เป็น เจิ้ง เหอ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

องุ่นเปรี้ยว (๑ สิงหาคม ๒๕๕๕)

องุ่นเปรี้ยว

          สำนวน องุ่นเปรี้ยว มาจากสำนวนภาษาอังกฤษว่า sour grape (อ่านว่า ซาว-เออะ -เกรป) ซึ่งมีที่มาจากนิทานอีสปเรื่องสุนัขจิ้งจอกกับองุ่น  นิทานเล่าว่าสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเห็นพวงองุ่นห้อยระย้าอยู่บนต้นไม้สูงก็อยากจะกิน จึงพยายามกระโดดงับ แต่กระโดดเท่าไร ๆ ก็ไม่ถึง  มันจึงต้องเดินจากไปด้วยความผิดหวัง แต่ก็ปลอบใจตนเองโดยรำพึงว่าองุ่นพวงนั้นเปรี้ยวแน่นอน

          สำนวน องุ่นเปรี้ยว จึงใช้หมายถึง สิ่งใดหรือผู้ใดที่ตนต้องการแต่ไม่สามารถครอบครองได้ จึงตำหนิว่าสิ่งนั้นไม่ดี เช่น  เขาว่าบ้านหลังนี้ใหญ่โตเกินไปจึงไม่ซื้อ ที่แท้ก็เป็นองุ่นเปรี้ยวสำหรับเขา. อย่างไรก็ตามในภาษาไทยอาจใช้ในความหมายเปลี่ยนไปบ้าง คือใช้หมายถึง ผู้ที่ไม่สามารถได้สิ่งที่ต้องการแล้วตำหนิว่าสิ่งนั้นไม่ดี เช่น เขาเที่ยวบอกใครต่อใครว่าเธอไม่ใช่คนดี ที่แท้เขาก็เป็นพวกองุ่นเปรี้ยว ถูกผู้หญิงปฏิเสธมา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.
 

จินดามณี (๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕)

จินดามณี

          จินดามณี ประกอบด้วยคำว่า จินดา กับ มณีจินดา แปลว่า ความคิด   มณี แปลว่า ดวงแก้ว   จินดามณี จึงแปลว่า ดวงแก้วที่เป็นแสงแห่งความคิด.  จินดามณี เป็นชื่อหนังสือเรียนภาษาไทยที่พระโหราธิบดีแต่งถวายสมเด็จพระนารายณ์ในสมัยอยุธยา.  จัดเป็นแบบเรียนภาษาไทยเล่มแรกที่ปรากฏหลักฐาน.   ที่ผู้แต่งให้ชื่อหนังสือแบบเรียนเล่มแรกว่า จินดามณี เพราะถือว่า ผู้ที่รู้หนังสือ อ่านหนังสือออก เปรียบได้กับผู้ที่มีดวงแก้ววิเศษมีค่าสูงยิ่งอยู่ในมือ เป็นดวงแก้วที่ให้แสงส่องปัญญาและความคิดแก่ผู้ครอบครอง ดังโคลงที่แจ้งไว้ในท้ายหนังสือว่า

                    “ลิขิตวิจิตรร้อย           ศุภอรรถ
                    ดวงมณิจินดารัตน์       เลอศแล้ว
                    อันมีศิริสวัสดิ์              โสภาคย์
                    ใครรู้ถือได้แก้ว            ค่าแท้ควรเมือง”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ศิลปะ (๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ศิลปะ

         คำว่า ศิลปะ มาจากภาษาสันสกฤต. ศิลปะ หมายถึง การแสดงออกให้ผู้อื่นเห็นความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานที่นิยมว่าเป็นความงาม ความประณีต และความมีชั้นเชิงเหนือคนทั่วไป ศิลปะอาจแสดงออกด้วยการผลิตหรือการกระทำด้วยมือ อย่างการวาดภาพ การปั้น การแกะสลัก.  ผลงานที่ใช้ความสามารถส่วนตัวเป็นพิเศษ ในการใช้ร่างกายและน้ำเสียง อย่างการฟ้อนรำ การร้องเพลง. หรือผลงานที่ใช้ความคิด อย่างการแต่งเพลง การแต่งนวนิยาย การแต่งบทละคร. 

          ตัวอย่างประโยคที่ใช้คำว่า ศิลปะ เช่น
เขาเรียนหนังสือไม่เก่งแต่มีหัวทางศิลปะ ไม่ว่าวาดหรือปั้นก็ทำได้ดี. หม้อปั้นดินเผาลายก้นหอยเป็นศิลปะสมัยบ้านเชียง. มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าที่ทั้งสวยงามและรุนแรง. จะบอกปฏิเสธใครก็ต้องมีศิลปะ ไม่ทำให้ผู้ถูกปฏิเสธเสียหน้าหรือเสียใจ. ตามทรรศนะตะวันตก รูปเปลือยเป็นศิลปะแต่ต้องไม่แสดงออกในทางลามกอนาจาร

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.