ลูกบาศก์ (๒) (๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ลูกบาศก์ (๒)

          คำว่า ลูกบาศก์ แปลว่า ลูกเต๋า. ลูกบาศก์แบบแรกที่คนไทยรู้จักคือลูกบาศก์แบบอินเดียซึ่งมีหน้าแต้มจำนวน ๔ หน้า. คนไทยรู้จักลูกบาศก์แบบนี้มาช้านานแล้ว ดังที่นักโบราณคดีได้ขุดพบลูกบาศก์แบบอินเดียจำนวนหนึ่งที่เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง เมื่อไทยติดต่อกับจีนและรับลูกเต๋าแบบจีน ซึ่งมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ๖ ด้านเท่ากันเข้ามา ก็เรียกว่า ลูกบาศก์ ดังใน วรรณกรรมอิงพงศาวดารจีน เรื่องซ้องกั๋ง ตอนที่ลีขุยชวนเซียวเตียอิดเจ้าของบ่อนเล่นพนันทอดลูกเต๋า ใช้คำว่า ลูกบาศก์ ดังข้อความว่า “…เซียวเตียอิดก็เอาลูกบาศก์มาวางไว้กลางกั๊ก ลีขุยจับลูกบาศก์ขึ้นทอดเป็นเอี่ยวทั้งสองครั้ง…”

          ปัจจุบันไม่มีผู้ใช้คำว่า ลูกบาศก์ ในความหมายว่า ลูกเต๋า อีกต่อไป คำว่า ลูกบาศก์ ที่หมายถึง ลูกเต๋า จึงปรากฏเฉพาะในภาษาหนังสือสมัยก่อน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

มงคล (๑๖ กันยายน ๒๕๕๕)

มงคล

          มงคล เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตว่า มงฺคล (อ่านว่า มัง-คะ -ละ) แปลว่า เหตุที่นำมาซึ่งความเจริญ และป้องกันไม่ให้สิ่งที่เลวร้ายมากล้ำกราย.     

          ในภาษาไทย คำว่า มงคล  มีหลายความหมาย.  ความหมายหนึ่ง  เป็นคำเรียกงานฉลองที่จัดขึ้นเพื่อความสุข ว่า งานมงคล เช่น งานแต่งงาน งานฉลองวันเกิด งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่  ตรงข้ามกับงานศพ  ซึ่งเรียกว่า งานอวมงคล.   สายสิญจน์ที่ทำเป็นห่วง ๒ ห่วง สวมศีรษะบ่าวสาวคู่สมรสในงานแต่งงานเรียกว่า  มงคลแฝด  เป็นเครื่องหมายเพื่อแสดงว่าบ่าวสาวคู่นั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นคนคนเดียวกัน.  งานแต่งงานเรียกว่า งานมงคลสมรส  ทุกสิ่งที่เกิดและใช้ในงานนั้นจะเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นมงคล  ไม่ว่าจะเป็นอาหาร  สีสันของเครื่องใช้  ดอกไม้  ตลอดจนคำพูดที่จะกล่าวในวันนั้นก็ถือว่าต้องเป็นมงคล คือสิ่งที่นำความเจริญและความดีมาให้.  

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ผงเข้าตาตัวเอง (๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ผงเข้าตาตัวเอง

          ผงเข้าตาตัวเอง เป็นสำนวนที่มาจากการสังเกตคนที่มีผงเข้าตา มักจะให้ผู้อื่นมาช่วยเขี่ยผงออกให้ เพราะตนเองไม่สามารถเขี่ยออกเองได้ สำนวนนี้มีความหมายว่า มีความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับตน แต่แก้ไม่ได้ มีนัยความหมายว่า ปรกติบุคคลนี้มักจะช่วยแก้ปัญหาให้ผู้อื่น ช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ได้ เปรียบเหมือนช่วยเขี่ยผงที่เข้าตาผู้อื่น แต่เมื่อเกิดปัญหากับตนเองกลับไม่สามารถแก้ไขได้ เช่น อาจารย์ฝ่ายปกครองคนนี้ช่วยแก้ปัญหาให้นักเรียนได้เสมอ แต่พอลูกชายของตนมีปัญหากลับแก้ไม่ได้ ผงเข้าตาตัวเองแท้ ๆ นักสังคมสงเคราะห์บางคนช่วยแก้ปัญหาของคนอื่นไปทั่ว แต่ปัญหาของตัวเองแก้ไม่ได้ สามีก็ไปมีเมียน้อย ลูกก็ไปซิ่งรถเป็นเด็กแว้น เรียกว่าผงเข้าตาตัวเอง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เรือขาดหางเสือ (๔ สิงหาคม ๒๕๕๕)

เรือขาดหางเสือ

          เรือขาดหางเสือ เป็นสำนวนมีความหมายว่า คนที่ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปโดยไร้จุดหมาย อาจเป็นเพราะขาดผู้นำหรือขาดสติ  หรือหมายถึง ครอบครัวที่ขาดผู้ดูแลรับผิดชอบ การงานที่ขาดหัวหน้า เป็นต้น

          โดยปรกติเรือยกเว้นเรือพายจะมีหางเสือบังคับให้เคลื่อนไปในทิศทางที่ต้องการ เรือจึงต้องมีนายท้ายหรือมีผู้ควบคุมหางเสือ เพื่อให้เรือไปถึงที่หมาย

          ด้วยเหตุนี้ การเคลื่อนที่ของเรือที่ขาดหางเสือจึงนำมาเปรียบกับพฤติกรรมของคนที่ไม่รู้จักควบคุมตนเอง หรือการดำเนินกิจการต่าง ๆ ซึ่งไม่มีผู้นำหรือหัวหน้าควบคุมทิศทาง เช่น สมชายผิดหวังที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เลยปล่อยให้ชีวิตล่องลอยไร้จุดหมายเหมือนเรือขาดหางเสือ ตั้งแต่พ่อเสียชีวิตไป ครอบครัวของเราก็เหมือนกับเรือขาดหางเสือ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.
 

ลูกบาศก์ (๑) (๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๕)

ลูกบาศก์ (๑)

          ลูกบาศก์ คำว่า บาศก์ มาจากภาษาสันสกฤตว่า ปาศก (อ่าน ปา-สะ-กะ) เป็นอุปกรณ์สำคัญในการเล่นสกา. ลูกบาศก์แบบเดิมมีลักษณะเป็นแท่งเล็ก ๆ สี่เหลี่ยมยาว หัวท้ายเป็นที่จับ มีหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ๔ หน้า มีแต้ม ๑ ๒ ๓ ๔ ตามลำดับ  ในเรื่องกากีคำกลอนของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่าเมื่อพญาครุฑแปลงกายเป็นมานพหนุ่มมาเล่นสกากับท้าวพรหมทัตและพบนางกากี นางกากีนึกรักมีจิตไม่สัตย์ซื่อต่อท้าวพรหมทัต จึงเกิดอาเพศให้ท้าวพรหมทัตทอดลูกบาศก์ไม่ได้แต้มตามที่ต้องการ ดังในคำกลอนว่า

          “ฝ่ายบรมพรหมทัตทอดสกา           เมื่อสุดาประทุษจิตให้ผิดผวน
          เผอิญขัดซัดบาศก์ให้แปรปรวน       ครุฑสำรวลแย้มยิ้มกระหยิ่มใจ”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.