กายภาพบำบัด (๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)

กายภาพบำบัด

          กายภาพบำบัด ประกอบด้วยคำว่า กายภาพ กับคำว่า บำบัด. กายภาพ มีความหมายอย่างหนึ่งว่า สภาพร่างกาย. บำบัด หมายถึง ทำให้หาย ทำให้ทุเลาลง. 

          กายภาพบำบัด ใช้หมายถึงการรักษาโรคโดยอาศัยวิธีการบริหารหรือกระตุ้นทางกาย เช่น การออกกำลังกาย การนวด การใช้กระแสไฟฟ้า กระแสน้ำ ความร้อน หรือการฉายรังสี เพื่อบำบัดหรือแก้ไขอาการผิดปรกติของร่างกาย หรือเพิ่มพลังฟื้นฟูสมรรถภาพให้แก่ร่างกาย. คำว่า กายภาพบำบัด ภาษาอังกฤษใช้ว่า physical therapy. ผู้ที่ทำหน้าที่ป้องกัน รักษา และจัดการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่ผิดปรกติ ที่เกิดขึ้นจากสภาพและภาวะของโรค เรียกว่า นักกายภาพบำบัด เช่น ทีมฟุตบอลมีนักกายภาพบำบัดประจำทีม.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เปตอง (๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)

เปตอง

          คำว่า เปตอง มาจากภาษาฝรั่งเศส  เป็นกีฬาที่เล่นโดยการโยนลูกบอลเหล็กให้เข้าใกล้ลูกแก่นที่ทำด้วยไม้ให้มากที่สุด กีฬาชนิดนี้มักเล่นบนพื้นดินแข็งหรือพื้นกรวดละเอียด แต่ไม่เหมาะกับพื้นทราย

          กีฬาเปตองมีต้นกำเนิดจากประเทศกรีกประมาณ ๒๐๐๐ ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยนั้นใช้ก้อนหินทรงกลมโยนเล่นแข่งกันว่าใครจะโยนได้แม่นยำกว่ากัน เมื่อโรมันครอบครองกรีกก็ได้รับไปเล่น และนำไปเผยแพร่ในฝรั่งเศสทางตอนใต้   ในประเทศไทยมีหลักฐานว่า มีผู้นำกีฬาเปตองเข้ามาเล่นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๘  และได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งโปรดกีฬาชนิดนี้ตั้งแต่ประทับในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ และสนับสนุนให้มีการเล่นกีฬาเปตองในประเทศไทย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เผือกร้อน (๒ ตุลาคม ๒๕๕๕)

เผือกร้อน

          สำนวน เผือกร้อน หมายถึงปัญหาหรือเรื่องเดือดร้อนที่เกิดแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง ซึ่งผู้นั้นจำต้องยอมรับไว้หรือไม่ก็รีบผลักให้ผู้อื่นทันที เปรียบเหมือนกับปัญหานั้นเป็นหัวเผือกต้มซึ่งร้อนจัด เมื่อหยิบออกมาจากหม้อแล้วยังร้อนระอุอยู่ ไม่อาจถือไว้ในมือได้นาน ต้องรีบวางหรือโยนไปให้ผู้อื่นถือแทน เช่น ปัญหาเรื่องงบประมาณเป็นเผือกร้อนที่หัวหน้าโยนมาให้ผมแท้ ๆ เลย เรื่องคอร์รัปชั่นในหน่วยงานที่คุณรับหน้าที่ชี้แจงให้กระจ่างนั้น เป็นเผือกร้อนสำหรับคุณทีเดียวละ จะโยนไปให้ใครก็ไม่ได้

          สำนวน เผือกร้อน มีที่มาจากสำนวนภาษาอังกฤษว่า hot potato ซึ่งมีความหมายเดียวกัน แต่เปรียบกับหัวมันฝรั่งอบซึ่งร้อนระอุ เพราะเพิ่งนำออกมาจากเตาอบ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อนุสนธิ (๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๕)

อนุสนธิ

          คำว่า อนุสนธิ (อ่านว่า อะ -นุ-สน-ทิ) แปลว่า เกี่ยวเนื่อง ต่อเนื่อง สืบเนื่อง.  อนุสนธิ เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตว่า สนฺธิ (อ่านว่า สัน-ทิ) แปลว่า ความเกี่ยวเนื่อง กับคำอุปสรรค อนุ แปลว่า ตาม.  รวมแปลว่า ความเกี่ยวเนื่องตาม หมายถึงสิ่งที่เกิดตามสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนแล้ว. ในภาษาไทยมักใช้คำว่า อนุสนธิ นำหน้าข้อความที่เป็นเหตุซึ่งทำให้เกิดผลต่อเนื่องมา และมักจะใช้ในภาษาที่มีลักษณะเป็นทางการ เช่น อนุสนธิจากการที่เจ้าหน้าที่เสียชีวิต เนื่องจากการต่อสู้กับผู้ลักลอบตัดไม้ กรมป่าไม้จึงได้พิจารณาให้บำเหน็จความดีความชอบแก่เจ้าหน้าที่ชุดนี้ และช่วยเหลือครอบครัวของเขาเป็นกรณีพิเศษ อนุสนธิจากมติที่ประชุมให้หาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณา กระทรวงจึงแต่งตั้งกรรมการดำเนินการอีกคณะหนึ่ง เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมให้รอบคอบครบทุกด้าน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ (๒๑ กันยายน ๒๕๕๕)

ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

          ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ใช้เฉพาะในภาษาพูดเท่านั้น หมายถึง ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น เช่น สมศรีกับสมทรงทะเลาะกัน ต่างขว้างปาข้าวของใส่กัน สมศักดิ์ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เดินเข้ามาเลยถูกลูกหลงหัวโน. หรือหมายความว่า ไม่รู้ไม่เห็น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น เขาหาว่าฉันเป็นมือที่สามทำให้คู่รักดาราเลิกกัน ฉันไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยสักหน่อย.

          สำนวนว่า ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ นี้ ในสมัยก่อนบางแห่งใช้ว่า ไม่รู้โหน่เหน่ หมายความว่า ไม่รู้ระเบียบ ไม่รู้ธรรมเนียม  ดังลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ฉบับวันที่ ๙ มีนาคม ๒๔๘๐ กล่าวถึงการแต่งตัวของละคร ว่า “พวกละครไม่รู้โหน่เหน่ เอาดอกไม้ทัดกับอุบะ ดอกไม้สดแขวนแซมทับดอกไม้ทองเข้าไปอีก”

          ปัจจุบันมักพูดว่า ไม่รู้อีโหน่อีเหน่  และใช้ในประโยคปฏิเสธ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.