อติพจน์ (๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)

อติพจน์

          อติพจน์ เป็นคำที่บัญญัติให้ตรงกับภาษาอังกฤษว่า hyperbole (อ่านว่า ไฮ-เพอ-โบ -ลี่) ประกอบด้วยคำว่า อติ แปลว่า ยิ่ง กับคำว่า พจน์ แปลว่า คำพูด ถ้อยคำ.  อติพจน์ หมายถึง คำกล่าวที่เกินจริง. คำที่เปรียบเทียบเกินกว่าจะเป็นจริงได้ เช่น คำอวยพรว่า ขอให้มีอายุยืนถึงหมื่นปี. คำกล่าวชมนางในวรรณคดี เช่นในเรื่องศกุนตลา ว่า

                    “ดูผิวสินวลละอองอ่อน          มะลิซ้อนดูดำไปหมดสิ้น
                    สองเนตรงามกว่ามฤคิน         นางนี้เป็นปิ่นโลกา”.

หรือคำบรรยายอารมณ์ของตัวละคร เช่นในโคลงกวีโบราณว่า “เรียมไห้ชลเนตรถ้วม    ถึงพรหม”. เป็นคำกล่าวที่เกินจริงเพื่อสร้างอารมณ์ให้ผู้อ่านเกิดความประทับใจ ซาบซึ้งเป็นพิเศษ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

น่าย (๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)

น่าย

          น่าย เป็นอาการที่ของแข็ง ของแห้ง หรือของเหนียว ที่แช่น้ำไว้อมน้ำจนอ่อนตัวลงหรือยุ่ย เช่น ก่อนที่จะเอาข้าวสารไปโม่ต้องแช่น้ำไว้ให้น่ายเสียก่อน ผ้าลายผืนใหม่ลงแป้งไว้แข็ง เอาไปแช่น้ำให้น่ายเสียก่อน เวลาซักจะได้ขยี้ได้ง่ายขึ้น ผมถูกฝุ่นจับตัวเป็นสังกะตัง ต้องแช่น้ำให้น่ายเสียก่อนจึงจะสระผมได้ง่าย

          ปัจจุบันบางคนไม่รู้จักคำว่า น่าย จึงใช้คำอื่นแทน เช่น นิ่ม นุ่ม ยุ่ย เช่น เอาข้าวสารไปแช่น้ำให้นิ่มก่อนนำไปโม่. สิ่งที่แช่น้ำ ถ้าใช้คำว่า นิ่ม จะหมายความว่า อ่อนตัวลงโดยไม่มีลักษณะยุ่ยออก เช่น วุ้นเส้นแช่น้ำให้นิ่มก่อนปรุงอาหาร แต่ข้าวสารต้องแช่น้ำให้น่าย จึงจะโม่ได้ง่าย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว (๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๕)

หุงข้าวประชดหมา  ปิ้งปลาประชดแมว

          หุงข้าวประชดหมา  ปิ้งปลาประชดแมว เป็นสำนวนคู่กัน หมายความว่า ทำประชด แต่ฝ่ายที่ถูกประชดไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนและไม่สนใจการประชดนั้นเลย กลับได้ประโยชน์มากขึ้น เช่น หัวหน้ากองโมโหว่าเสมียนพิมพ์งานให้ผิด ๆ ถูก ๆ แทนที่จะให้เอาไปพิมพ์ใหม่ กลับเอามาพิมพ์เสียเอง เสมียนเลยสบายไป นี่เขาเรียกว่า หุงข้าวประชดหมา  ปิ้งปลาประชดแมว

          สำนวนนี้มาจากการเปรียบเทียบว่าโดยปรกติคนไทยส่วนมากมักเอาอาหารที่เหลือจากคนให้หมากิน มีข้าวเย็นและเศษอาหารเป็นต้น แต่หากคนหุงข้าวให้หมาโดยเฉพาะเป็นพิเศษ โดยตั้งใจกระทบกระแทก แทนที่หมาจะรู้สึกเดือดร้อน กลับชอบใจยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ เพราะได้กินของดีกว่าปรกติและในปริมาณที่มากกว่าปรกติอีกด้วย

          การปิ้งปลาประชดแมวก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน กล่าวคือ แมวจะได้กินปลาทั้งตัว แทนที่จะได้แต่ก้างและเศษปลาที่เหลือจากคน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

รัฐสภา (๔ ตุลาคม ๒๕๕๕)

รัฐสภา

          รัฐสภา คือ ที่ประชุมระดับชาติของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งมีอำนาจทางนิติบัญญัติ  ทำหน้าที่ออกกฎหมาย ควบคุม  ดูแลการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี และให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญของประเทศ เช่น การประกาศสงคราม  การทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐  กำหนดให้รัฐสภาประกอบด้วย ๒ สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภา   เมื่อประชุมร่วมกันให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานรัฐสภา ในกรณีที่ไม่มีประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้ ให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแทน.  ประธานรัฐสภาและผู้ทำหน้าที่แทนประธานรัฐสภาต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อัตตาธิปไตย (๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๕)

อัตตาธิปไตย

          อัตตาธิปไตย (อ่านว่า อัด-ตา-ทิบ-ปะ -ไต) แปลว่า การถือตนเองเป็นใหญ่ เช่น ผู้จัดการคนนี้บริหารงานแบบอัตตาธิปไตย ไม่ฟังเหตุผลของใครเลย ใช้แต่ความเห็นของตัว

          คำว่า อัตตาธิปไตย เป็นคำที่ใช้ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า autocracy หมายถึงอำนาจการปกครองที่อยู่ในมือคนคนเดียว หรืออยู่ในกลุ่มหรือหมู่คนจำนวนน้อย โดยไม่มีกฎหมายหรือบุคคลใดจะเหนี่ยวรั้งไว้ได้

          ปัจจุบันใช้เป็นคำตำหนิผู้ปกครองหรือผู้บริหารประเทศที่ปกครองตามอำเภอใจ ไม่ฟังความเห็นของผู้อื่น ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.