เผือกร้อน (๒ ตุลาคม ๒๕๕๕)

เผือกร้อน

          สำนวน เผือกร้อน หมายถึงปัญหาหรือเรื่องเดือดร้อนที่เกิดแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง ซึ่งผู้นั้นจำต้องยอมรับไว้หรือไม่ก็รีบผลักให้ผู้อื่นทันที เปรียบเหมือนกับปัญหานั้นเป็นหัวเผือกต้มซึ่งร้อนจัด เมื่อหยิบออกมาจากหม้อแล้วยังร้อนระอุอยู่ ไม่อาจถือไว้ในมือได้นาน ต้องรีบวางหรือโยนไปให้ผู้อื่นถือแทน เช่น ปัญหาเรื่องงบประมาณเป็นเผือกร้อนที่หัวหน้าโยนมาให้ผมแท้ ๆ เลย เรื่องคอร์รัปชั่นในหน่วยงานที่คุณรับหน้าที่ชี้แจงให้กระจ่างนั้น เป็นเผือกร้อนสำหรับคุณทีเดียวละ จะโยนไปให้ใครก็ไม่ได้

          สำนวน เผือกร้อน มีที่มาจากสำนวนภาษาอังกฤษว่า hot potato ซึ่งมีความหมายเดียวกัน แต่เปรียบกับหัวมันฝรั่งอบซึ่งร้อนระอุ เพราะเพิ่งนำออกมาจากเตาอบ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อนุสนธิ (๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๕)

อนุสนธิ

          คำว่า อนุสนธิ (อ่านว่า อะ -นุ-สน-ทิ) แปลว่า เกี่ยวเนื่อง ต่อเนื่อง สืบเนื่อง.  อนุสนธิ เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตว่า สนฺธิ (อ่านว่า สัน-ทิ) แปลว่า ความเกี่ยวเนื่อง กับคำอุปสรรค อนุ แปลว่า ตาม.  รวมแปลว่า ความเกี่ยวเนื่องตาม หมายถึงสิ่งที่เกิดตามสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนแล้ว. ในภาษาไทยมักใช้คำว่า อนุสนธิ นำหน้าข้อความที่เป็นเหตุซึ่งทำให้เกิดผลต่อเนื่องมา และมักจะใช้ในภาษาที่มีลักษณะเป็นทางการ เช่น อนุสนธิจากการที่เจ้าหน้าที่เสียชีวิต เนื่องจากการต่อสู้กับผู้ลักลอบตัดไม้ กรมป่าไม้จึงได้พิจารณาให้บำเหน็จความดีความชอบแก่เจ้าหน้าที่ชุดนี้ และช่วยเหลือครอบครัวของเขาเป็นกรณีพิเศษ อนุสนธิจากมติที่ประชุมให้หาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณา กระทรวงจึงแต่งตั้งกรรมการดำเนินการอีกคณะหนึ่ง เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมให้รอบคอบครบทุกด้าน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ (๒๑ กันยายน ๒๕๕๕)

ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

          ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ใช้เฉพาะในภาษาพูดเท่านั้น หมายถึง ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น เช่น สมศรีกับสมทรงทะเลาะกัน ต่างขว้างปาข้าวของใส่กัน สมศักดิ์ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เดินเข้ามาเลยถูกลูกหลงหัวโน. หรือหมายความว่า ไม่รู้ไม่เห็น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น เขาหาว่าฉันเป็นมือที่สามทำให้คู่รักดาราเลิกกัน ฉันไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยสักหน่อย.

          สำนวนว่า ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ นี้ ในสมัยก่อนบางแห่งใช้ว่า ไม่รู้โหน่เหน่ หมายความว่า ไม่รู้ระเบียบ ไม่รู้ธรรมเนียม  ดังลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ฉบับวันที่ ๙ มีนาคม ๒๔๘๐ กล่าวถึงการแต่งตัวของละคร ว่า “พวกละครไม่รู้โหน่เหน่ เอาดอกไม้ทัดกับอุบะ ดอกไม้สดแขวนแซมทับดอกไม้ทองเข้าไปอีก”

          ปัจจุบันมักพูดว่า ไม่รู้อีโหน่อีเหน่  และใช้ในประโยคปฏิเสธ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เมฆ-ฝ้า (๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)

เมฆ-ฝ้า

          เมฆ คือ ละอองไอนํ้าเล็กๆ ที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มลอยอยู่บนฟ้า และอาจตกลงมาเป็นฝนได้.  เมฆมีหลายชนิด มีรูปร่างแตกต่างกัน และลอยอยู่ในระดับความสูงไม่เท่ากัน เมฆส่วนใหญ่มีสีขาว แต่ถ้ารวมกันอยู่หนาแน่นอาจเห็นเป็นสีเทา และเมฆฝนจะเห็นเป็นสีดำ.  เมฆ มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตว่า เมฆ (อ่านว่า เม-คะ) แปลว่า สิ่งที่จะหยดลงมาเป็นน้ำหรือฝน เพราะมาจากรากศัพท์ซึ่งแปลว่า หยด

          ในภาษาเหนือและภาษาอีสานมีคำว่า ฝ้า ซึ่งความหมายเหมือนคำว่า เมฆ. นอกจากคำว่า ฝ้า แล้ว ภาษาอีสานยังมีคำว่า ขี้ฝ้า ซึ่งหมายถึง เมฆ อีกด้วย. เมื่อคนไทยใช้คำว่า เมฆ ซึ่งเป็นคำยืมภาษาบาลีและสันสกฤตกันมากขึ้น คำว่า ฝ้า ก็ไม่ค่อยมีผู้ใช้ในความหมายว่า เมฆ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อังสนา (๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๕)

อังสนา

          อังสนา เป็นคำที่รับมาจากภาษามลายู เป็นคำเรียกต้นประดู่และดอกประดู่ เมื่อกองทัพเรือสร้างเรือยนต์สำหรับใช้ในการเดินทางตรวจลำน้ำ   และใช้เป็นที่รับรองแขกโดยการล่องเรือตามลำน้ำเจ้าพระยา จึงตั้งชื่อว่า เรืออังสนา แปลว่า เรือดอกประดู่.   เรืออังสนา เป็นเรือยนต์ ๒ ชั้น  ชั้นบนมีห้องซึ่งจัดเป็นที่ประทับสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์  มีห้องโถงใหญ่ ปิดกระจกโดยรอบติดเครื่องปรับอากาศ   ตอนหัวเรือและท้ายเรือมีดาดฟ้าสำหรับเป็นที่นั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งได้  ห้องโถงชั้นล่างจัดเป็นที่นั่งสำหรับผู้ติดตาม หรือข้าราชการชั้นผู้น้อย  มีห้องอาหาร  ห้องเครื่องและห้องสุขา.  เรืออังสนาสามารถรับผู้โดยสารได้ประมาณ ๓๐๐ คน  เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปเปิดประตูน้ำคลองลัดโพธิ์  ได้ประทับ ณ ดาดฟ้าเรืออังสนา  ทำให้ประชาชนที่อยู่ริมน้ำได้เฝ้าชมพระบารมีถ้วนหน้ากัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.