บริวาร (๔ มกราคม ๒๕๕๖)

บริวาร

          บริวาร มาจากคำภาษาบาลีและสันสกฤตว่า ปริวาร (อ่านว่า ปะ-ริ-วา-ระ) แปลว่า สิ่งที่ปกคลุมอยู่โดยรอบ  ในภาษาไทยใช้คำว่า บริวาร หมายถึง สิ่งประกอบ เครื่องประกอบ เช่น ข้าพเจ้าขอถวายภัตตาหารกับทั้งบริวารทั้งหลายแด่พระภิกษุสงฆ์. เมื่อใช้คำว่า บริวาร กับคน มักหมายถึง กลุ่มบุคคลผู้แวดล้อมผู้ใดผู้หนึ่ง บุคคลที่แวดล้อมนั้นอาจเป็นบุคคลที่มีสถานภาพเสมอหรือใกล้เคียงกัน อย่างเป็นเพื่อน เป็นญาติ เป็นศิษย์ก็ได้ เช่น ยามเมื่อมฆมาณพไปที่แห่งใด ก็มีเพื่อนพ้องรวม ๓๒ คนเป็นบริวาร. พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่นครกบิลพัสดุ์พร้อมด้วยพระอรหันต์จำนวน ๕๐๐ องค์เป็นบริวาร เพื่อโปรดพระพุทธบิดา. คำว่า บริวาร ใช้กับผู้มีสถานภาพต่ำกว่าก็ได้ เช่น ผู้มีอิทธิพลมักมีนักเลงเป็นบริวาร. ปัจจุบัน คนไทยนิยมใช้คำว่า บริวาร ตามความหมายประการหลัง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ไส (๒๕ มกราคม ๒๕๕๖)

ไส

          ไส หมายความว่า ดันสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เลื่อนไปบนพื้น เช่น เธอยกกระเป๋าเดินทางของเธอไม่ไหวจึงไสไปตามทางเดิน. กิริยาจับสิ่งใดสิ่งหนึ่งดันไปบนพื้นก็เรียกว่า ไส เช่น ช่างไม้ใช้กบไสให้ผิวไม้เรียบหรือเป็นร่องตามที่ต้องการ เขาจับก้อนน้ำแข็งไสไปมาบนม้าที่เสียบใบมีดไว้ เพื่อทำน้ำแข็งกด. ไสกาว หมายถึง ทากาวที่สันหนังสือแล้วนำปกมาปิดทับ เพื่อยึดหนังสือเข้ากับปก เดิมเมื่อทากาวที่สันหนังสือและปิดปกแล้ว ต้องใช้ไม้ไสกดสันให้เรียบ  ปัจจุบันแม้จะใช้เครื่องจักรทำแล้ว แต่ก็ยังคงเรียกว่า ไสกาว. คำว่า ไส อาจใช้ในความหมายทางนามธรรม เช่น ไสหัว แปลว่า ไล่ไป ไล่ไปให้พ้น เช่น แม่ขู่ว่าถ้าลูกไม่เลิกเกเร จะไสหัวออกไปจากบ้าน. เธอประพฤติชั่วอย่างนี้น่าจะไสหัวออกไปให้พ้น

         คำว่า ไส ปรากฏในสำนวนว่า ขับไสไล่ส่ง หมายความว่า ขับไล่ให้ไปให้พ้น เช่น คนไม่ดีไม่ว่าจะไปทางไหนก็ถูกขับไสไล่ส่ง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

หนุ่มหน้าหยก (๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๕)

หนุ่มหน้าหยก

          สำนวน หนุ่มหน้าหยก หมายถึง ชายหนุ่มชาวจีนหรือชายหนุ่มเชื้อสายจีนที่มีหน้าตาดี  ตามทรรศนะของชาวจีนโบราณ ผู้ชายที่ยกย่องกันว่ามีบุคลิกหน้าตาดีจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติหลายประการ ได้แก่ เกิดในครอบครัวของชนชั้นสูง มีการศึกษาดี มีความรู้สูง ฉลาดในการสนทนา สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนทรรศนะกับผู้อื่นได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ศิลปะ การเมือง หรืออภิปรัชญา เป็นคนสุภาพอ่อนโยน มีคุณธรรม เป็นคนสะอาด มีสุขภาพดี มีกลิ่นปากและกลิ่นกายหอม และประการที่สำคัญสุด ต้องมีผิวโดยเฉพาะผิวหน้าไร้ตำหนิและขาวเนียนประดุจหยกสีขาวชั้นดี ดังนั้นจีนจึงเรียกผู้ชายที่มีลักษณะต้องตามลักษณะประการหลังนี้ว่า หนุ่มหยก  แต่ในภาษาไทย สำนวน หนุ่มหน้าหยก มักหมายถึง ชายหนุ่มที่ผิวขาว หน้าตาดี รูปร่างกะทัดรัด เจ้าสำอาง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เกี้ยว (๒) (๓ มกราคม ๒๕๕๖)

เกี้ยว (๒)

          เกี้ยว  เป็นคำนามหมายถึง เครื่องประดับลักษณะเป็นวงคล้ายพวงมาลัยสำหรับสวมจุก ถ้าเป็นราชาศัพท์ใช้ว่า พระเกี้ยว  เช่น  ในพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนา ตอนนางมาหยารัศมี นางสการะวาตี และสังคามาระตาแต่งตัว ความว่า “นางทรงมงกุฎพระบุตรี    พระน้องใส่เกี้ยวมณีกรอบหน้า”

          สมัยก่อนคนไทยไว้ผมยาวจึงนิยมเกล้าผม คือมุ่นขมวดหรือบิดม้วนผมขอดเป็นปมไว้บนศีรษะ และนำสิ่งใดสิ่งหนึ่งมารัดหรือเกี้ยวไว้ไม่ให้ผมที่เกล้านั้นหลุดลุ่ยลงมา จึงเรียกสิ่งที่เอามาเกี้ยวนั้นว่า เกี้ยว  แต่เดิมมักใช้ดอกไม้สดร้อยเป็นพวงมาลัยเกี้ยวผมเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับด้วย  เช่น ในลิลิตพระลอ ตอนพระลอปลอมเป็นพราหมณ์เข้าชมอุทยานกล่าวว่า “ชมดอกไม้เกี้ยวเกล้า    เพื่อนไท้แพงทอง”

          ต่อมาจึงได้ใช้ทองเหลือง ทองคำ ฝังเพชรพลอยทำเป็นลวดลายเหมือนพวงดอกไม้  ครั้นยุคสมัยเปลี่ยนไปการใช้เกี้ยวประดับศีรษะจึงเลือนหายไป

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เสือก (๒๔ มกราคม ๒๕๕๖)

เสือก

          เสือก หมายความว่า พุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว เช่น พอถึงที่นอนเขาก็เสือกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มอย่างรวดเร็ว. เสือก ยังหมายความว่าไสสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปให้พ้นตัว เช่น จานข้าวแมววางเกะกะทาง เขาจึงจับเสือกเข้าไปใต้ตู้. หมายความว่า ไสสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกไปจากตัวเพื่อส่งให้ผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นกิริยาที่ไม่สุภาพ เช่น เธอจะส่งของให้ผู้ใหญ่ ควรเดินไปส่งให้ถึงตัวไม่ใช่เสือกไปอย่างนี้.

          เสือก ที่ใช้ในความหมายว่า เข้าไปยุ่งหรือวุ่นวายในเรื่องของผู้อื่น มักใช้เป็นคำตำหนิคนที่เข้าไปยุ่งกับเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตน คนที่เข้าไปยุ่งเรื่องที่เจ้าของเรื่องไม่ต้องการให้เข้ามายุ่ง. เป็นคำไม่สุภาพ มีความหมายเหมือนกับคำว่า สาระแน ซึ่งเป็นคำไม่สุภาพเช่นเดียวกัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.