เกี้ยว (๒) (๓ มกราคม ๒๕๕๖)

เกี้ยว (๒)

          เกี้ยว  เป็นคำนามหมายถึง เครื่องประดับลักษณะเป็นวงคล้ายพวงมาลัยสำหรับสวมจุก ถ้าเป็นราชาศัพท์ใช้ว่า พระเกี้ยว  เช่น  ในพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนา ตอนนางมาหยารัศมี นางสการะวาตี และสังคามาระตาแต่งตัว ความว่า “นางทรงมงกุฎพระบุตรี    พระน้องใส่เกี้ยวมณีกรอบหน้า”

          สมัยก่อนคนไทยไว้ผมยาวจึงนิยมเกล้าผม คือมุ่นขมวดหรือบิดม้วนผมขอดเป็นปมไว้บนศีรษะ และนำสิ่งใดสิ่งหนึ่งมารัดหรือเกี้ยวไว้ไม่ให้ผมที่เกล้านั้นหลุดลุ่ยลงมา จึงเรียกสิ่งที่เอามาเกี้ยวนั้นว่า เกี้ยว  แต่เดิมมักใช้ดอกไม้สดร้อยเป็นพวงมาลัยเกี้ยวผมเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับด้วย  เช่น ในลิลิตพระลอ ตอนพระลอปลอมเป็นพราหมณ์เข้าชมอุทยานกล่าวว่า “ชมดอกไม้เกี้ยวเกล้า    เพื่อนไท้แพงทอง”

          ต่อมาจึงได้ใช้ทองเหลือง ทองคำ ฝังเพชรพลอยทำเป็นลวดลายเหมือนพวงดอกไม้  ครั้นยุคสมัยเปลี่ยนไปการใช้เกี้ยวประดับศีรษะจึงเลือนหายไป

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เสือก (๒๔ มกราคม ๒๕๕๖)

เสือก

          เสือก หมายความว่า พุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว เช่น พอถึงที่นอนเขาก็เสือกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มอย่างรวดเร็ว. เสือก ยังหมายความว่าไสสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปให้พ้นตัว เช่น จานข้าวแมววางเกะกะทาง เขาจึงจับเสือกเข้าไปใต้ตู้. หมายความว่า ไสสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกไปจากตัวเพื่อส่งให้ผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นกิริยาที่ไม่สุภาพ เช่น เธอจะส่งของให้ผู้ใหญ่ ควรเดินไปส่งให้ถึงตัวไม่ใช่เสือกไปอย่างนี้.

          เสือก ที่ใช้ในความหมายว่า เข้าไปยุ่งหรือวุ่นวายในเรื่องของผู้อื่น มักใช้เป็นคำตำหนิคนที่เข้าไปยุ่งกับเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตน คนที่เข้าไปยุ่งเรื่องที่เจ้าของเรื่องไม่ต้องการให้เข้ามายุ่ง. เป็นคำไม่สุภาพ มีความหมายเหมือนกับคำว่า สาระแน ซึ่งเป็นคำไม่สุภาพเช่นเดียวกัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

การไอ-การจาม (๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๕)

การไอ-การจาม

         การไอและการจามเป็นการขับอากาศออกจากปอดผ่านออกมาทางปากและจมูกอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เพื่อขจัดสิ่งแปลกปลอมจากระบบทางเดินหายใจ

         การไอเกิดเมื่อมีการระคายเคืองที่คอหอย กล่องเสียง ท่อลม หลอดลม หรือปอด อาจเกิดโดยการตั้งใจหรือไม่ตั้งใจว่าจะไอ และจะไอแรงหรือเบา หรือไอแห้งหรือไอแบบมีเสมหะก็ได้. บางครั้งการไอเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน รุนแรง และไม่ได้ตั้งใจ มีผลการวิจัยว่า การไอทันทีที่รุนแรง ลมจะออกมาด้วยความเร็วสูงได้ถึง ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

         การจามเกิดจากการสนองตอบต่อสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งระคายเคืองต่อเยื่อบุโพรงจมูก มักเกิดโดยไม่ตั้งใจและอย่างกะทันหัน เช่น กลิ่นฉุน ฝุ่น ควัน รวมทั้งการแพ้อากาศ หรือเริ่มเป็นหวัด ซึ่งทำให้เยื่อบุโพรงจมูกบวม มีอาการคันในจมูก อาจมีน้ำมูกหลั่งออกมาด้วย การจามจะทำให้ลมถูกขับออกมาทางจมูกและปากอย่างรุนแรง อาจมีความเร็วถึง ๑๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

รุน (๒๓ มกราคม ๒๕๕๖)

รุน

          รุน หมายถึง อาการใช้มือดันหลังผู้ใดผู้หนึ่งเบา ๆ ให้เดินไปข้างหน้าโดยที่ผู้ดันหลังนั้นเดินตามไปด้วย เช่น หญิงสาวไม่กล้าออกไปพบชายหนุ่มที่มาขอเธอกับพ่อแม่ พี่เลี้ยงของเธอจึงรุนหลังเธอให้ออกไปที่ห้องรับแขก. รุน ยังหมายถึง ถือหรือจับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วใช้กำลังพาสิ่งนั้นเคลื่อนไปข้างหน้า โดยที่ผู้นั้นเคลื่อนตัวไปด้วย เช่น ผู้ที่อยู่ตามริมคลองมักจะใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำที่เรียกว่า รุน เพื่อรุนกุ้งตามริมน้ำ. อวนเล็ก ๆ ที่ติดตั้งบริเวณหัวเรือ ให้เรือรุนเคลื่อนที่ไปเพื่อจับสัตว์น้ำในระดับน้ำตื้น เรียกว่า อวนรุน. นอกจากนี้ รุน ยังหมายถึงกิริยาใช้พายเล็ก ๆ ไสขนมเรื่อย ๆ ไม่ให้ติดกระทะ หรือไสขนมหม้อแกงให้เนื้อถั่วผสมเข้ากับกะทิและไข่ไม่ให้ถั่วนอนก้นก่อนนำไปผิงก็เรียกว่า รุน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

อุปถัมภ์ (๑) (๑๒ มกราคม ๒๕๕๖)

อุปถัมภ์ (๑)

          อุปถัมภ์ หมายความว่า ค้ำชู ทะนุบำรุง เช่น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ ได้ทรงตั้งพระราชปณิธานว่า “ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา” คำว่า อุปถัมภก แปลว่า ผู้อุปถัมภ์. ปัจจุบันคำว่า อุปถัมภ์ ใช้ในความหมายว่า ช่วยเหลือด้านการเงินเพื่อให้ดำรงอยู่ได้ และได้ลดฐานะลงเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่า เช่น เมื่อพ่อแม่ตายด้วยอุบัติเหตุ สมศรีขาดคนอุปถัมภ์จึงไม่ได้เล่าเรียนตามที่หวัง. ถึงจะเป็นกำพร้าแต่สมชายมีญาติอุปถัมภ์เขาให้เรียนหนังสือ เขาจึงได้เรียนจนจบปริญญา. ผู้ที่ให้เงินช่วยเหลือโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ก็เรียกว่า ผู้อุปถัมภ์ เช่น ผู้ที่ให้เงินจัดรายการโทรทัศน์ จัดการประชุม จัดการแสดงต่าง ๆ มักมีการแลกเปลี่ยนกับการโฆษณาสินค้าของผู้อุปถัมภ์นั้น. ผู้อุปถัมภ์ ในความหมายนี้ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า sponsor

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.