อังสนา (๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๕)

อังสนา

          อังสนา เป็นคำที่รับมาจากภาษามลายู เป็นคำเรียกต้นประดู่และดอกประดู่ เมื่อกองทัพเรือสร้างเรือยนต์สำหรับใช้ในการเดินทางตรวจลำน้ำ   และใช้เป็นที่รับรองแขกโดยการล่องเรือตามลำน้ำเจ้าพระยา จึงตั้งชื่อว่า เรืออังสนา แปลว่า เรือดอกประดู่.   เรืออังสนา เป็นเรือยนต์ ๒ ชั้น  ชั้นบนมีห้องซึ่งจัดเป็นที่ประทับสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์  มีห้องโถงใหญ่ ปิดกระจกโดยรอบติดเครื่องปรับอากาศ   ตอนหัวเรือและท้ายเรือมีดาดฟ้าสำหรับเป็นที่นั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งได้  ห้องโถงชั้นล่างจัดเป็นที่นั่งสำหรับผู้ติดตาม หรือข้าราชการชั้นผู้น้อย  มีห้องอาหาร  ห้องเครื่องและห้องสุขา.  เรืออังสนาสามารถรับผู้โดยสารได้ประมาณ ๓๐๐ คน  เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปเปิดประตูน้ำคลองลัดโพธิ์  ได้ประทับ ณ ดาดฟ้าเรืออังสนา  ทำให้ประชาชนที่อยู่ริมน้ำได้เฝ้าชมพระบารมีถ้วนหน้ากัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ดัน (๑๕ มกราคม ๒๕๕๖)

ดัน

         ดัน หมายถึง ออกแรงอย่างมากเพื่อให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือผู้ใดผู้หนึ่งเคลื่อนไปข้างหน้า เช่น ฉันจะเอารถออก มีรถจอดซ้อนบังหน้าอยู่ คุณช่วยดันให้พ้นหน้ารถฉันหน่อยซิ. ของเหลวโดยปรกติจะไหลลงต่ำ แต่ของเหลวที่อยู่ในท่ออาจใช้ลมดันให้ไหลไปสู่ที่สูงได้ เช่น ในร่างกายของคนเราโลหิตจะไหลไปได้ทั่วร่างกายเพราะมีความดันโลหิต. น้ำประปาที่ไหลไปสู่บ้านเรือนก็ต้องอาศัยแรงดันน้ำจากที่สูง. กาลักน้ำเป็นเครื่องมือที่ใช้แรงกดของอากาศดันของเหลวออกจากภาชนะหรือที่เก็บซึ่งตั้งอยู่บนที่สูงให้ไหลผ่านขึ้นไปสู่ที่ที่สูงกว่า ก่อนจะไหลลงมาสู่ที่ต่ำ. คำว่า ดัน อาจใช้ในลักษณะเปรียบเทียบ เช่น อาการส่งเสริมให้คนใดคนหนึ่งเลื่อนตำแหน่ง เลื่อนฐานะขึ้นสูงกว่าเดิมก็อาจเรียกว่า ดัน เช่น เขาพยายามดันจนเธอได้เป็นนางงาม. เขาทั้งผลักทั้งดันจนเธอได้เป็นผู้แทนราษฎร.

          คำว่า ดัน ถ้าใช้นำหน้ากริยา มีความหมายว่า ขืนทำ ทำสิ่งที่ไม่น่าจะทำ หรือเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ใช้เป็นคำไม่สุภาพ เช่น บอกไม่ให้เดินลัดสนาม ดันเดินกันเสียจนสนามเสียหาย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

จอมขมังเวท (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)

จอมขมังเวท

          จอมขมังเวท ประกอบด้วยคำว่า จอม  ขมัง และ เวท. คำว่า จอม หมายถึง ผู้ที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในกลุ่มเดียวกัน เช่น จอมทัพ คือ ผู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกองทัพ จอมโจร คือ โจรผู้มีความสามารถมากที่สุด จอมยุทธ คือ ผู้มีฝีมือยอดเยี่ยมในวงการที่มีการต่อสู้แข่งขัน เดิมใช้ในนิยายจีนหมายถึงยอดนักสู้.  คำว่า ขมัง หมายถึง ชำนาญในการใช้มนตร์คาถา.  ส่วน เวท หมายถึง เวทมนตร์ซึ่งให้ผลเป็นคุณและโทษแก่ผู้ต้องมนตร์นั้น ดังนั้น จอมขมังเวท จึงหมายถึง ผู้ที่มีความสามารถเป็นเยี่ยมในการใช้เวทมนตร์ตามหลักไสยศาสตร์ เช่น จอมขมังเวทต่อให้เก่งสักเพียงใดก็ย่อมต้องพ่ายแก่พุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ และสังฆานุภาพ. ขุนพันธรักษ์ราชเดชได้ชื่อว่ามือปราบจอมขมังเวท เพราะปราบขุนโจรร้ายซึ่งเชื่อกันว่ามีวิชาอาคมแก่กล้า จนสิ้นชื่อ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บริวาร (๔ มกราคม ๒๕๕๖)

บริวาร

          บริวาร มาจากคำภาษาบาลีและสันสกฤตว่า ปริวาร (อ่านว่า ปะ-ริ-วา-ระ) แปลว่า สิ่งที่ปกคลุมอยู่โดยรอบ  ในภาษาไทยใช้คำว่า บริวาร หมายถึง สิ่งประกอบ เครื่องประกอบ เช่น ข้าพเจ้าขอถวายภัตตาหารกับทั้งบริวารทั้งหลายแด่พระภิกษุสงฆ์. เมื่อใช้คำว่า บริวาร กับคน มักหมายถึง กลุ่มบุคคลผู้แวดล้อมผู้ใดผู้หนึ่ง บุคคลที่แวดล้อมนั้นอาจเป็นบุคคลที่มีสถานภาพเสมอหรือใกล้เคียงกัน อย่างเป็นเพื่อน เป็นญาติ เป็นศิษย์ก็ได้ เช่น ยามเมื่อมฆมาณพไปที่แห่งใด ก็มีเพื่อนพ้องรวม ๓๒ คนเป็นบริวาร. พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่นครกบิลพัสดุ์พร้อมด้วยพระอรหันต์จำนวน ๕๐๐ องค์เป็นบริวาร เพื่อโปรดพระพุทธบิดา. คำว่า บริวาร ใช้กับผู้มีสถานภาพต่ำกว่าก็ได้ เช่น ผู้มีอิทธิพลมักมีนักเลงเป็นบริวาร. ปัจจุบัน คนไทยนิยมใช้คำว่า บริวาร ตามความหมายประการหลัง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ไส (๒๕ มกราคม ๒๕๕๖)

ไส

          ไส หมายความว่า ดันสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เลื่อนไปบนพื้น เช่น เธอยกกระเป๋าเดินทางของเธอไม่ไหวจึงไสไปตามทางเดิน. กิริยาจับสิ่งใดสิ่งหนึ่งดันไปบนพื้นก็เรียกว่า ไส เช่น ช่างไม้ใช้กบไสให้ผิวไม้เรียบหรือเป็นร่องตามที่ต้องการ เขาจับก้อนน้ำแข็งไสไปมาบนม้าที่เสียบใบมีดไว้ เพื่อทำน้ำแข็งกด. ไสกาว หมายถึง ทากาวที่สันหนังสือแล้วนำปกมาปิดทับ เพื่อยึดหนังสือเข้ากับปก เดิมเมื่อทากาวที่สันหนังสือและปิดปกแล้ว ต้องใช้ไม้ไสกดสันให้เรียบ  ปัจจุบันแม้จะใช้เครื่องจักรทำแล้ว แต่ก็ยังคงเรียกว่า ไสกาว. คำว่า ไส อาจใช้ในความหมายทางนามธรรม เช่น ไสหัว แปลว่า ไล่ไป ไล่ไปให้พ้น เช่น แม่ขู่ว่าถ้าลูกไม่เลิกเกเร จะไสหัวออกไปจากบ้าน. เธอประพฤติชั่วอย่างนี้น่าจะไสหัวออกไปให้พ้น

         คำว่า ไส ปรากฏในสำนวนว่า ขับไสไล่ส่ง หมายความว่า ขับไล่ให้ไปให้พ้น เช่น คนไม่ดีไม่ว่าจะไปทางไหนก็ถูกขับไสไล่ส่ง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

หนุ่มหน้าหยก (๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๕)

หนุ่มหน้าหยก

          สำนวน หนุ่มหน้าหยก หมายถึง ชายหนุ่มชาวจีนหรือชายหนุ่มเชื้อสายจีนที่มีหน้าตาดี  ตามทรรศนะของชาวจีนโบราณ ผู้ชายที่ยกย่องกันว่ามีบุคลิกหน้าตาดีจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติหลายประการ ได้แก่ เกิดในครอบครัวของชนชั้นสูง มีการศึกษาดี มีความรู้สูง ฉลาดในการสนทนา สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนทรรศนะกับผู้อื่นได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ศิลปะ การเมือง หรืออภิปรัชญา เป็นคนสุภาพอ่อนโยน มีคุณธรรม เป็นคนสะอาด มีสุขภาพดี มีกลิ่นปากและกลิ่นกายหอม และประการที่สำคัญสุด ต้องมีผิวโดยเฉพาะผิวหน้าไร้ตำหนิและขาวเนียนประดุจหยกสีขาวชั้นดี ดังนั้นจีนจึงเรียกผู้ชายที่มีลักษณะต้องตามลักษณะประการหลังนี้ว่า หนุ่มหยก  แต่ในภาษาไทย สำนวน หนุ่มหน้าหยก มักหมายถึง ชายหนุ่มที่ผิวขาว หน้าตาดี รูปร่างกะทัดรัด เจ้าสำอาง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.