เซียมซี (๒ เมษายน ๒๕๕๖)

เซียมซี

          เซียมซี เป็นคำภาษาจีน. เซียม แปลว่า แผ่นกระดาษที่มีขนาดเล็กและยาว. ซี หมายถึง บทกลอน. คำว่า เซียมซี ใช้เรียกใบทำนายโชคชะตาตามศาลเจ้าหรือวัด เขียนเป็นคำกลอน มีตัวเลขกำกับ

          ผู้ที่ต้องการคำทำนายจะอธิษฐานขอทราบความเป็นไปล่วงหน้าเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ จากนั้นผู้เสี่ยงต้องพยายามเขย่ากระบอกให้ติ้วหรือซี่ไม้ไผ่เล็ก ๆ ที่มีตัวเลขกำกับอยู่ให้กระเด็นหลุดออกมาจากกระบอก ๑ อัน เมื่อดูหมายเลขบนติ้วว่าได้เลขอะไร แล้วจึงไปหยิบกระดาษแผ่นคำทำนายที่มีเลขตรงกัน  คำทำนายส่วนใหญ่จะเป็นบทกลอน

          ถ้าคำทำนายดีผู้เสี่ยงเซียมซีจะเก็บติดตัวไป แต่ถ้าคำทำนายไม่ดีก็จะทิ้งหรือเก็บไว้ที่วัดหรือศาลเจ้านั้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ศาสตรา (๒๓ เมษายน ๒๕๕๖)

ศาสตรา

          ศาสตรา เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤตว่า ศาสฺตฺร (อ่านว่า สาส-ตฺระ) แปลว่า เครื่องสั่งสอน หมายถึง ตำราวิชาการ.  ในภาษาไทยถิ่นใต้ ศาสตรา เป็นวรรณกรรมประเภทนิทานที่มีเนื้อหาสั่งสอน เช่น วรรณกรรมชาดก วรรณกรรมพื้นบ้าน ต่อมาใช้เรียกวรรณกรรมเสี่ยงทาย ตำราพยากรณ์ชีวิต แต่เดิมทำเป็นสมุด

          ศาสตราที่เป็นคำทำนายแต่ละตอนจะมีภาพประกอบอยู่คู่กับคำทำนายด้วย โดยยกเรื่องราวจากวรรณคดี ชาดก หรือนิทานพื้นบ้านต่าง ๆ เช่น รามเกียรติ์ เวสสันดร พระสุธนมโนห์รา สังข์ทอง ไกรทอง

          ผู้ที่ใช้ตำราศาสตราให้คำทำนาย เรียกว่า หมอศาสตรา เดิมเป็นพราหมณ์ ต่อมามีทั้งพระสงฆ์และฆราวาสชายหญิง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สังกรณีตรีชวา (๑) (๒๒ มีนาคม ๒๕๕๖)

สังกรณีตรีชวา (๑)

          สังกรณี (อ่านว่า สัง-กอ-ระ -นี) และตรีชวา (อ่านว่า ตฺรี-ชะ -วา) เป็นชื่อสมุนไพรในวรรณคดีไทย ปรากฏในเรื่องรามเกียรติ์ตอนพระลักษมณ์ต้องหอกโมกขศักดิ์ของกุมภกรรณสลบไป ไม่มีผู้ใดสามารถดึงหอกวิเศษจากอกของพระลักษมณ์ได้ ชีวิตของพระลักษณ์เหลือเพียงหนึ่งราตรี หากไม่ได้สมุนไพรที่ชื่อสังกรณีกับตรีชวามาบดผสมกับน้ำจากปัญจมหานทีทาพอกที่แผล พระลักษมณ์จะต้องสิ้นชีวิต  ดังในรามเกียรติ์ฉบับรัชกาลที่ ๑ บรรยายไว้ว่า

                    “ขอให้ลูกพระพายเทวัญ             ไปห้ามพระสุริยันบนชั้นฟ้า
                    อย่าเพ่อรีบรถบทจร                    ข้ามยุคุนธรภูผา
                    แล้วให้ไปเก็บตรีชวา                 ทั้งยาชื่อ
สังกรณี
                    ยังเขาสรรพยาบรรพต                ปรากฏอยู่ยอดคีรีศรี
                    (อ่านว่า สับ-พะ-ยา)
                    กับปัญจมหานที                          สรรพยาทั้งนี้มาให้ทัน
                    แม้นว่าได้บดชโลมลง                  องค์พระอนุชาไม่อาสัญ”

          หนุมานสามารถทำภารกิจสำคัญสำเร็จทันเวลา.  ด้วยอานุภาพของสมุนไพรวิเศษ ทำให้หอกโมกขศักดิ์หลุดจากอกของพระลักษมณ์ และพระลักษมณ์ฟื้นขึ้นมาได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ช้าง (๑ เมษายน ๒๕๕๖)

ช้าง

          ช้าง เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ กินพืช  ผิวสีเทา จมูกยื่นยาวเรียกว่า งวง ตัวผู้มักมีงายาวเรียก ช้างพลาย แต่ถ้ามีงาสั้นเรียก ช้างสีดอ  ตัวเมียเรียก ช้างพัง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีงาปรากฏให้เห็น แต่ช้างพังบางตัวมี ขนาย ซึ่งเป็นงาขนาดเล็กและสั้น.  ช้างป่าจะอยู่รวมกันเป็นโขลงมีช้างพังอายุมากเป็นจ่าโขลง  ลักษณนามของช้างป่าใช้ว่า ตัว ถ้าเป็นช้างบ้านที่มีผู้นำมาใช้เป็นพาหนะในการเดินทางหรือนำมาใช้งาน ใช้ลักษณนามว่า เชือก  ถ้าเป็นช้างขึ้นระวางหรือช้างสำหรับทำสงครามเพื่อรักษาบ้านเมือง ใช้ลักษณนามว่า ช้าง

          คนไทยถือว่าช้างเป็นสัตว์มงคลและเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดให้นำภาพช้างเผือกติดไว้กลางธงพื้นสีแดงสำหรับเรือหลวงที่แล่นออกไปติดต่อกับนานาประเทศและใช้ตลอดมาจนถึงรัชกาลที่ ๕ ซึ่งโปรดให้ตราพระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยาม ร.ศ.๑๑๐ ขึ้น กำหนดให้ธงชาติเป็นธงพื้นแดง ตรงกลางเป็นรูปช้างเผือกไม่ทรงเครื่องหันหน้าเข้าหาเสาธง และใช้ต่อมาจนถึงรัชกาลที่ ๖ จึงทรงบัญญัติธงไตรรงค์ขึ้นใช้แทนและใช้มาถึงปัจจุบัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พรหมาสตร์ (๒) (๒๒ เมษายน ๒๕๕๖)

พรหมาสตร์ (๒)

          พรหมาสตร์ แปลว่า ศรแห่งพระพรหม เป็นศรที่พระพรหมสร้างขึ้น.  ศรพรหมาสตร์เป็นศัตราวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ ตามคัมภีร์ปุราณะ มีแต่ไม้เท้าพรหมทัณฑ์ของฤๅษีวสิษฐ์เท่านั้นที่จะต้านอำนาจของศรพรหมาสตร์ได้ ส่วนรามเกียรติ์ฉบับรัชกาลที่ ๑ ว่า ศรพรหมาสตร์สามารถล้างศรพรหมาสตร์ด้วยกันเองได้ ศรพรหมาสตร์นั้นเมื่อแผลงออก ก็เกิดเสียงสะเทือนเลื่อนลั่น [ผู้ใช้ศรสามารถบังคับให้แล่นไปสังหารศัตรูได้ดังใจแม้จะไม่เห็นกายศัตรูก็ตาม และยังอาจ]บันดาลเป็นลูกศร[หรือศัตราวุธนานาชนิด]กลาดเกลื่อนเต็มท้องฟ้าและพุ่งอย่างรวดเร็วไปพิฆาตหมู่ศัตรู ในรามเกียรติ์ฉบับรัชกาลที่ ๑ กล่าวถึง ศรพรหมาสตร์ที่อินทรชิตแผลงไป ดังนี้

          “จึ่งจับพรหมาสตร์ขึ้นพาดสาย         หมายองค์พระลักษณ์รังสรรค์
          หน่วงน้าวเหนือคอเอราวัณ                กุมภัณฑ์ก็ผาดแผลงไป
          บันดาลเป็นศรเกลื่อนกลาด                ทำอำนาจพ่างพื้นแผ่นดินไหว”

          ในรามเกียรติ์อสูรสำคัญ เช่น กุมภกรรณ อินทรชิต และทศกัณฐ์ ต้องสิ้นชีวิตลงเพราะศรพรหมาสตร์ของพระราม

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.