สุภาษิต (๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๐)

สุภาษิต

          สุภาษิต หมายถึง คำกล่าวที่เป็นคติคำสอนให้ประพฤติหรือไม่ประพฤติอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น สุภาษิตพระร่วงกล่าวว่า “เมื่อน้อยให้เรียนวิชา ให้หาสินเมื่อใหญ่”. พุทธศาสนสุภาษิต กล่าวว่า “ตนนั่นแลเป็นที่พึ่งแห่งตน”. “จงเตือนตนด้วยตน”. “พึงรักษาความดีของตน ดุจเกลือรักษาความเค็ม”.

          สุภาษิต บางทีก็เรียกว่า ภาษิต หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายเป็นคติ เช่น อิศริญาณภาษิต (อ่านว่า อิด-สะ-ริ-ยาน-พา-สิด) มีข้อความว่า “จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชื่อน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ” หมายความว่า อย่าเชื่อคนง่ายเชื่อน้ำใจคน ดีกว่าเชื่อคำพูดของคน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ชีพจรลงเท้า (๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๐)

ชีพจรลงเท้า

          ชีพจรลงเท้า เป็นสำนวน มีความหมายว่า ต้องเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ อยู่ไม่ติดที่

          สำนวนนี้เดิมใช้ว่า “เทพจรลงเท้า” คำว่า เทพจร อักขราภิธานศรับท์ (อ่านว่า อัก-ขะ-รา-พิ-ทาน-สับ) ของหมอปรัดเล (อ่านว่า หมอ-ปฺรัด-เล) ให้ความหมายไว้ว่า “เส้นในตัวคนที่มันเต้นอยู่ที่ข้อมือข้อเท้า” เทพจร ก็คือสิ่งที่เรียกว่า ชีพจร ในปัจจุบันนั่นเอง

          คำว่า เทพจร อาจแปลว่า เทวดาจร ทำให้นึกไปถึงเทวดาที่ท่องเที่ยวไปในสวรรค์ไม่มีวิมานอยู่เป็นที่เป็นทาง

          สำนวน ชีพจรลงเท้า หรือ เทพจรลงเท้า จึงใช้ในความหมายว่า ต้องเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ อยู่ไม่ติดที่.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บรรณาธิการ กับ สาราณียกร (๔ กันยายน ๒๕๕๐)

บรรณาธิการ กับ สาราณียกร

          คำว่า บรรณาธิการ เป็นคำนาม ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า editor (อ่านว่า เอ-ดิ-เต้อร์) เขียน e-d-i-t-o-r  หมายถึง บุคคลที่รับผิดชอบในการจัดพิมพ์หนังสือหรือเอกสารต่าง ๆ โดยทำหน้าที่คัดเลือกและตรวจแก้เรื่องที่ลงพิมพ์ เช่น บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งถูกนักการเมืองชื่อดังฟ้อง.

          ส่วนคนที่ทำหน้าที่จัดทำหนังสือของสมาคมหรือสถาบันการศึกษา มักใช้ว่า “สาราณียกร” (อ่านว่า สา-รา-นี-ยะ-กอน) เช่น เธอเป็นสาราณียกรหนังสือรุ่น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คำพังเพย (๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐)

คำพังเพย

          คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนที่พูดไว้กลาง ๆ เพื่อชวนให้คิด ถ้านำมาใช้ให้เหมาะกับเรื่องที่กำลังพูดกัน จะทำให้เข้าใจเรื่องที่พูดนั้นชัดเจนขึ้น เช่นพูดว่า รถยนต์ตอนที่เบรกเริ่มไม่ดีก็ไม่รีบไปซ่อม พอเบรกแตกไปชนต้นไม้เข้า เลยต้องเสียค่าซ่อมมาก เข้าทำนอง เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย. คำพังเพย “เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย” หมายถึง เสียเพียงเล็กน้อยไม่ยอมเสีย ทำให้ต้องเสียมากกว่าเดิม    คำพังเพยในภาษาไทยมีอยู่มาก เช่น หมองูตายเพราะงู. ไม่เห็นน้ำตัดกระบอก  ไม่เห็นกระรอกก่งหน้าไม้. กระต่ายตื่นตูม. กิ้งก่าได้ทอง.

          คำว่า พังเพย มาจากภาษาจีน  จีนกลางออกเสียงว่า ผังผี้.  แต้จิ๋วออกเสียงว่า ผั่งโพย. แปลว่า หมายเหตุหรือคำวิจารณ์ที่เขียนอธิบายไว้ข้าง ๆ ข้อความหลัก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.