กังไส (๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๐)

กังไส

          คำว่า กังไส เขียน ก ไก่  ไม้หันอากาศ  ง งู  สระไอไม้มลาย  ส เสือ  เป็นคำเรียกชื่อถ้วยชามเป็นต้น ที่ปั้นด้วยดินขาวเกาลิน ซึ่งเป็นดินขาวเนื้อละเอียดและค่อนข้างเหนียวจนปั้นได้บางมาก แล้วเผา เป็นเครื่องถ้วยปั้นที่มีสีขาว เนื้อบาง ใส เรียบ เรียกว่า เครื่องกังไส

          คำว่า กังไส มาจากคำว่า กวางไส ซึ่งเป็นชื่อมณฑลหนึ่งในประเทศจีน เมืองที่ทำเครื่องถ้วยปั้นแบบนี้มากคือเมืองกังเต๊ะเจิ้น หรือที่ชาวแต้จิ๋วเรียกว่า เก็งเต๊กติ้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐

ขมิ้นกับปูน (๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๐)

ขมิ้นกับปูน

          ขมิ้นกับปูน เป็นสำนวน ใช้เปรียบคนที่ไม่ถูกกัน อยู่ด้วยกันไม่ได้ มักวิวาทกัน เช่น พี่น้องสองคนนี้อย่างกับขมิ้นกับปูน เข้าใกล้กันทีไรเป็นต้องทะเลาะกันทุกที.

          ในสมัยก่อนคนไทยนิยมกินหมาก วิธีการกินหมากนั้นคือใช้ปูนแดงบ้ายบนใบพลู ม้วนจีบเป็นรูปยาว ๆ แล้วเคี้ยวกับหมาก อาจเคี้ยวยาจืดหรือยาฉุนและเครื่องหอมอื่น ๆ เช่น กานพลู พิมเสน ร่วมไปด้วย เมื่อเคี้ยวแล้วจะมีน้ำลายออกมาปนกับหมากพลูเป็นน้ำหมากสีแดงซึ่งผู้กินหมากจะบ้วนทิ้ง ปูนแดงนี้ทำจากหินปูนหรือเปลือกหอยเผาให้ไหม้เป็นผง มีสีขาว   เมื่อนำปูนขาวนี้มาผสมกับน้ำขมิ้นซึ่งมีสีเหลือง จะเกิดปฏิกิริยาทำให้ปูนเปลี่ยนสีเป็นสีแดงทันที   ขมิ้นกับปูนที่มีปฏิกิริยากันเช่นนี้ คนโบราณถือว่าเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกัน จึงนำมาเปรียบกับคนที่ไม่ถูกกัน มักวิวาทกัน ว่า เหมือนขมิ้นกับปูน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ตะโพก หรือ สะโพก (๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๐)

ตะโพก หรือ สะโพก

          ตะโพก หรือ สะโพก เป็นคำเรียกส่วนของร่ายกายด้านข้างและด้านหลังตั้งแต่บั้นเอวลงไปจนถึงโคนขา เป็นส่วนที่มีกล้ามเนื้อหุ้มอยู่ ตะโพกของผู้หญิงมักจะมีส่วนกว้างออกมากกว่าตะโพกของผู้ชาย จึงมีคำอธิบายตะโพกของผู้หญิงหลายคำ เช่น ตะโพกผาย. ตะโพกกลม. ตะโพกสุดเสียงสังข์.  คำว่า ตะโพก เป็นคำที่มาจากภาษาเขมรว่า ตฺรโพก (อ่านว่า ตฺรอ-โป๊ก) ในภาษาไทยตัดเสียงควบในพยางค์แรกออก จึงเป็นคำว่า ตะโพก และเพี้ยนเสียงไปเป็นคำว่า สะโพก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ตายทั้งกลม (๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๐)

ตายทั้งกลม

          ตายทั้งกลม แปลว่า ตายทั้งหมด หมายความว่าตายทั้งแม่ทั้งลูก ตายในขณะที่ลูกนั้นยังอยู่ในท้องแม่.  สำนวนนี้มีผู้ใช้ผิดว่า “ตายท้องกลม” คือเปลี่ยนคำว่า “ทั้ง” เป็น “ท้อง” ที่ถูกต้องใช้ว่า ตายทั้งกลม

          คำว่า กลม ในสำนวน ตายทั้งกลม เป็นคำโบราณ แปลว่า ปวง หมด สิ้น  ทั้งกลม แปลว่า ทั้งปวง ทั้งหมด ทั้งสิ้น  ตายทั้งกลม จึงหมายความว่า ตายหมดทั้งแม่ทั้งลูก ขณะที่ลูกนั้นยังอยู่ในท้องแม่

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เยาว์-เยา (๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๐)

เยาว์-เยา

          คำที่ออกเสียงว่า [เยา] มี ๒ คำ ความหมายต่างกัน

          คำว่า เยาว์ มี ว แหวน การันต์  มาจากคำ ยุว (อ่านว่า ยุ-วะ) ในภาษาบาลี แปลว่า ชายหนุ่ม ในภาษาไทยใช้หมายถึง อ่อนวัย วัยหนุ่ม วัยสาว เช่น เขาต้องทำงานหนักตั้งแต่ยังเยาว์. เขาห่วงลูก ๆ ซึ่งยังอยู่ในวัยเยาว์. เขาถูกลงโทษ ฐานพรากผู้เยาว์.

          ส่วนคำว่า เยา เขียนไม่มีตัวการันต์ มาจากคำภาษาจีนกวางตุ้งว่า เย้า ซึ่งแปลว่า อ่อน ในภาษาไทยใช้เกี่ยวกับเรื่องราคา เช่น เขาซื้อเสื้อผ้าราคาเยา. สินค้าที่นี่ราคาย่อมเยากว่าที่อื่น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ฝรั่งมังค่า (๑๐ กันยายน ๒๕๕๐)

ฝรั่งมังค่า

          ฝรั่งมังค่า หมายถึง “ฝรั่ง” มีนัยความหมายว่า “คนที่ไม่ใช่พวกเรา”   คำว่า “มังค่า” สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำ “บังกล่า” (อ่านว่า บัง-กะ-หล่า)   บังกล่า คือ เบงกอล ซึ่งเป็นแคว้นใหญ่ในอินเดียทางตะวันออก

          ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ชาวอังกฤษมาปกครองอินเดียอยู่ในแคว้นเบงกอล  เนื่องจากอังกฤษซึ่งเป็น “ฝรั่ง” อยู่ที่ “มังค่า”  คนไทยจึงเรียกชาวอังกฤษว่า “ฝรั่งมังค่า” ต่อมาความหมายได้ขยายกว้างออกไปหมายถึงฝรั่งชาติอื่น ๆ ด้วย

          อนึ่งคำว่าฝรั่งนี้ยังมีคำขยายแสดงลักษณะต่าง ๆ อีกหลายคำ เช่น ฝรั่งตาน้ำข้าว  เพราะตาขาวมีสีขุ่นเหมือนน้ำข้าว.  ฝรั่งดั้งขอ เพราะมีจมูกโด่งรูปร่างโค้งเหมือนขอ.   ฝรั่งอั้งม้อ เพราะมีผมสีแดง  “อั้งม้อ” เป็นภาษาจีนแปลว่า “ผมแดง”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.