พระชินสีห์ (๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)

พระชินสีห์

          ชินสีห์ มาจากคำภาษาบาลีว่า ชิน (อ่านว่า ชิ -นะ) แปลว่า ผู้ชนะ กับคำว่า สีห (อ่านว่า สี-หะ) แปลว่า ราชสีห์ หรือ สิงโต. ชินสีห์ จึงแปลว่า ราชสีห์ผู้ชนะ. ราชสีห์เป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ มีพละกำลังมาก มีท่วงท่าสง่างาม เป็นที่เกรงขามของสัตว์ทั่วไป จึงได้รับการยอมรับให้เป็นเจ้าแห่งสัตว์บกทั้งหลาย. การที่พุทธศาสนิกชนใช้คำว่า สีห์ หรือ สีหะ เป็นพระนามของพระพุทธเจ้าในคำว่า พระชินสีห์  ก็เพราะเปรียบกำลังแห่งพระปัญญา อำนาจแห่งธรรมอันบริสุทธิ์ลึกซึ้ง และความเป็นใหญ่กว่าบุคคลอื่นของพระพุทธเจ้า กับกำลังอำนาจและความเป็นใหญ่ของราชสีห์เหนือสัตว์อื่น. พระพุทธเจ้าเหนือกว่าบุคคลอื่นเพราะทรงใช้อำนาจแห่งธรรมะเอาชนะกิเลสทั้งหมดได้

          พระชินสีห์ หรือ พระพุทธชินสีห์ เป็นชื่อพระพุทธรูปองค์สำคัญ ตามตำนานกล่าวว่าสร้างพร้อมกับพระพุทธชินราชและพระศรีศาสดา

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พลังงานหมุนเวียน (๑๖ เมษายน ๒๕๕๖)

พลังงานหมุนเวียน

          พลังงานหมุนเวียน ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า renewable energy  หมายถึงพลังงานที่มีอยู่หรือเกิดซ้ำ ในสิ่งแวดล้อม ใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด  เป็นพลังงานที่ได้จากแหล่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์  ลม น้ำ และความร้อนใต้พิภพ  พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานที่สะอาด  ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  และเป็นพลังงานที่หาง่ายมีอยู่ทั่วไปในท้องถิ่น  พลังงานหมุนเวียนมีข้อดีคือช่วยลดมลพิษเนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง   ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ  ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกซึ่งทำให้เกิดภาวะโลกร้อน  ส่งเสริมให้ชุมชนหรือเอกชนสามารถผลิตพลังงานเอง  เช่นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์  พลังงานไฟฟ้าจากน้ำตก  เป็นต้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

รู้อย่างเป็ด-เป็ดขันประชันไก่ (๒๖ เมษายน ๒๕๕๖)

รู้อย่างเป็ด-เป็ดขันประชันไก่

          รู้อย่างเป็ด เป็นสำนวนหมายถึง รู้อะไรไม่รู้จริง ไม่รู้อย่างถ่องแท้ เหตุที่เปรียบกับเป็ด เพราะเป็ดทำอะไรได้หลายอย่าง แต่ไม่เก่งสักอย่างเดียว  เป็ดว่ายน้ำได้ แต่ว่ายไม่เก่งอย่างปลา  เป็ดบินได้ แต่ก็บินไม่ได้อย่างนก เป็ดร้องได้แต่เสียงไม่เพราะอย่างไก่   การสอนวิชาความรู้ถ้าไม่ให้ลึกซึ้งจริงเด็กก็คงจะรู้อย่างเป็ด

          ตามธรรมชาติของเป็ดจะส่งเสียงร้อง “ก้าบ ก้าบ” ส่วนไก่จะขัน “เอ้ก อี๊ เอ้ก  เอ้ก”  คนฟังเสียงไก่ว่าเพราะ ฟังเสียงเป็ดว่าไม่เพราะ จึงมีสำนวนเปรียบเป็ดกับไก่ว่า เป็ดขันประชันไก่ เป็นสำนวนที่ใช้เปรียบผู้ที่มีความรู้ความสามารถน้อยแต่อวดแสดงแข่งกับผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาก เช่น เขาเรียนตีระนาดยังไม่ทันจบเพลงจะไปแข่งกับขุนอินทำเป็นเป็ดขันประชันไก่ไปได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กินบนเรือน ขี้บนหลังคา (๒๕ มีนาคม ๒๕๕๖)

กินบนเรือน  ขี้บนหลังคา

          กินบนเรือน  ขี้บนหลังคา  เป็นสำนวนหมายความว่า เนรคุณ ไม่รู้จักบุญคุณ มีที่มาจากลักษณะนิสัยของแมวซึ่งมักกินข้าวอยู่บนเรือนและขึ้นไปถ่ายบนหลังคาเรือน.   คำว่า เรือน แปลว่าบ้าน ลักษณะบ้านของคนไทยสมัยก่อนเป็นบ้านชั้นเดียว ใต้ถุนสูง เวลาให้อาหารแมวที่เลี้ยงไว้ก็จะให้บนบ้านเพราะแมวเป็นสัตว์ที่สะอาด  กินนอนอยู่บนบ้าน  ไม่เหมือนสุนัขที่คนเลี้ยงมักจะให้อาหารที่ใต้ถุนบ้าน  กินนอนอยู่ใต้ถุนบ้าน  แต่เวลาที่แมวจะขับถ่ายมักจะปีนขึ้นไปถ่ายบนหลังคา ซึ่งเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของแมวที่มักจะกลบสิ่งขับถ่ายของตน   ดังมีอีกสำนวนหนึ่งอธิบายนิสัยขับถ่ายของแมวว่า “หมาขี้แล้วแจว  แมวขี้แล้วกลบ” แต่การที่แมวขึ้นไปถ่ายไว้บนหลังคา สร้างปัญหาให้เจ้าของบ้าน คือ มีกลิ่นเหม็น เปรียบเหมือนคนที่ได้รับการเลี้ยงดูอยู่ในบ้าน แต่เนรคุณเจ้าของบ้าน เช่น ผู้ชายคนนั้นเจ้าของบ้านเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก แต่พอโตขึ้นแอบได้เสียกับลูกสาวเจ้าของบ้าน  กินบนเรือน ขี้บนหลังคาแท้ ๆ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ฤดูกาล (๑๕ เมษายน ๒๕๕๖) (ออกอากาศซ้ำ)

ฤดูกาล

          คำว่า ฤดูกาล มาจากคำว่า ฤดู รวมกับคำว่า กาลฤดูกาล มีความหมายแตกต่างกันหลายความหมาย ดังนี้

          ความหมายแรก มีความหมายเหมือนคำว่า ฤดู ซึ่งหมายถึง ระยะเวลาแต่ละช่วงของปีที่มีอากาศและปริมาณฝนแตกต่างกัน เช่น เขตร้อนกับเขตหนาวมีฤดูต่างกัน อาจใช้ว่า เขตร้อนกับเขตหนาวมีฤดูกาลต่างกัน ก็ได้

          ความหมายที่ ๒ หมายถึง ช่วงเวลาตามปรกติที่ควรเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ตามธรรมชาติ เช่น ภาวะโลกร้อนทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล. เมื่อถึงฤดูกาล เต่ามะเฟืองก็จะพากันขึ้นมาวางไข่ตามริมหาดของเกาะคราม

          ความหมายที่ ๓ หมายถึง เวลาที่เหมาะสมซึ่งคนควรทำกิจกรรมให้สอดคล้องกับสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติหรือลมฟ้าอากาศตามธรรมชาติ เช่น ถ้าเลือกกินผลไม้ตามฤดูกาล ก็จะได้กินผลไม้ที่อร่อยและราคาไม่แพง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.