ไก่แก่แม่ปลาช่อน (๒๘ มีนาคม ๒๕๕๖)

ไก่แก่แม่ปลาช่อน

          ไก่แก่แม่ปลาช่อน เป็นสำนวน ใช้กับผู้หญิงที่มีมารยาเล่ห์เหลี่ยมมาก  อาจเพี้ยนมาจากสำนวนเดิมว่า กระต่ายแก่แม่ปลาช่อน ดังปรากฏในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น เรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ ตอนพระอภัยมณีกล่าวกับนางสุวรรณมาลี ว่า “ขี้เกียจเกี้ยวเคี่ยวขับข้ารับแพ้   กระต่ายแก่แม่ปลาช่อนงอนไม่หาย”

          ในเรื่องคาวี พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระคาวีว่านางคันธมาลี ดังนี้

          “ไม่พอที่ตีวัวกระทบคราด             สัญชาติกระต่ายแก่แม่ปลาช่อน
          แสร้งสบิ้งสะบัดตัดรอน                 จะช่วยสอนให้ดีก็มิเอา”

          สำนวน กระต่ายแก่แม่ปลาช่อน ในคำประพันธ์ทั้ง ๒ เรื่องนี้หมายถึง ผู้หญิงที่มีแง่งอน สะบัดสะบิ้ง มีมารยา

          ต่อมาสำนวนนี้พูดเพี้ยนเป็น ไก่แก่แม่ปลาช่อน และกลายความหมายมาเป็น ผู้หญิงที่มีมารยาเล่ห์เหลี่ยมมาก

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

กุลาตีไม้ (๑๗ มีนาคม ๒๕๕๖)

กุลาตีไม้

          กุลาตีไม้ เป็นการละเล่นของหลวงอย่างหนึ่งซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาถึงปัจจุบัน การละเล่นดังกล่าวแสดงในพระราชพิธีต่าง ๆ อาจแสดงในเขตพระราชฐานหรือนอกเขตพระราชฐาน อย่างเช่นที่แสดงในปัจจุบันที่ท้องสนามหลวง. คำว่า กุลา เป็นชื่อกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่ง.  กุลาตีไม้มักจะเล่นคู่กับโมงครุ่มและแต่งตัวเหมือนกันถือไม้กำพตหรือไม้กระบองสั้นคนละ ๒ อันเหมือนกัน กุลาตีไม้มี ๒ ชนิด คือ กุลาตีไม้ที่มีดนตรีประกอบและที่ไม่มีดนตรีประกอบ ผู้เล่นจะแบ่งเป็นกี่กลุ่มก็ได้ตามขนาดของสถานที่  แต่ละกลุ่มมีผู้เล่นเป็นจำนวนคู่  เริ่มด้วยการนั่งคุกเข่าเป็นแถว ถวายบังคม แล้วจัดเป็นวงหันหน้าเข้าหากัน วางไม้กำพตพาดทับไว้ข้างหน้า ร้องบทร้องพลางตบมือให้เข้าจังหวะ  เมื่อลุกขึ้นยืนก็ใช้ไม้กำพตตีเป็นจังหวะ โดยตีไม้ของตนเองและตีกับไม้ของคนที่อยู่ข้าง ๆ  ขยับย่างเดินเป็นวงและใช้ไม้กำพตตีตามจังหวะเพลงที่ร้อง ทำซ้ำ ๆ เรื่อย ๆ ไป ตอนจะเลิกผู้เล่นตีกันเป็นคู่ ๆ ออกไปจากสถานที่เล่น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เตี่ยว (๗ เมษายน ๒๕๕๖)

เตี่ยว

          เตี่ยว มีหลายความหมาย เตี่ยว ใช้เรียกผ้าที่กว้างไม่มากแต่ยาวพอที่จะใช้สำหรับคาดปากหม้อ ลังถึง หรือซึ้งนึ่งอาหารเพื่อกันไม่ให้ไอร้อนออก เช่น แม่ค้าใช้ผ้าเตี่ยวคาดซึ้งนึ่งขนมกุยช่าย

          เตี่ยว หมายถึงใบตองหรือใบมะพร้าวที่ใช้คาดกลัดทับห่ออาหาร เช่น ห่อหมก ห่อข้าวหมาก ห่อขนมกล้วย ขนมตาล ขนมใส่ไส้.   นอกจากนี้ ยังหมายถึงผ้านุ่งผืนเล็กยาว ที่นุ่งคาดเอว พับชายที่ลอดหว่างขาให้ด้านหน้าปิดของลับ แล้วผูกชายผ้าไว้ด้านหลัง อย่างการนุ่งเตี่ยวของนักกีฬาซูโม่.  ผ้าที่ผู้หญิงใช้สำหรับนุ่งซับระดูหรือซับน้ำคาวปลาขณะอยู่กระดานไฟก็เรียกว่า ผ้าเตี่ยว ด้วย

          คำว่า เตี่ยว ในภาษาถิ่นเหนือ หมายถึง กางเกง และเรียกกางเกงขาก๊วยว่า เตี่ยวสะดอ เช่น ถ้าเธอไปเมืองแพร่อย่าลืมซื้อเสื้อม่อฮ่อมและเตี่ยวสะดอมาฝากบ้างนะ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เอางาน (๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖)

เอางาน

          เอางาน  หมายถึงอาการแสดงความเคารพพระราชวงศ์ชั้นสูง  ตั้งมือขวาขึ้นให้สันมืออยู่ด้านล่าง   กระดกมือขึ้นเล็กน้อย  แล้วหงายมือรับสิ่งของ   เช่น  เมื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์   เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร  เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัล  ฯลฯ   ตามธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมา ผู้เข้ารับพระราชทานต้อง “เอางาน”  ก่อนรับสิ่งนั้น ๆ  แม้เมื่อไม่ได้รับพระราชทานโดยตรง  แต่รับพระราชทานจากพระบรมฉายาลักษณ์เป็นต้น  เช่น  ในการรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นที่ต่ำกว่าชั้นที่ ๑   หรือในการรับพระราชทานเข็ม  รางวัล  ทุน  โล่ หรือสิ่งของที่วางไว้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์  ผู้รับพระราชทานก็จะ “เอางาน” ก่อน เสมอ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.