ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว (๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)

ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว

          ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว เป็นสำนวน หมายความว่า ละครบางเรื่องแม้จะสร้างจากจินตนาการ แต่ก็ให้ข้อคิดที่เป็นคติแก่ผู้ชม ดังนั้นผู้ชมละครควรจะได้กลับมาพิจารณาและสำรวจตนเองว่ามีนิสัยหรือพฤติกรรมใดที่สมควรปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนเพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่มีคุณค่าและเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เช่น ในละครเธอก็เห็นอยู่ นางเอกนั้นรักมากก็เป็นทุกข์มาก ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัวเสียบ้าง ปล่อยวางเสียเถิด

          สำนวนนี้เดิมเป็นส่วนหนึ่งของบทกวีจากเรื่องรุไบยาตของ โอมาร์ คัยยาม ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษของ Edward FitzGerald (เอ็ด-เหวิด ฟิตซ์-เจอ-เริ่ล) บทกวีแปลซึ่งปรากฏข้อความที่ภายหลังนำมาใช้เป็นสำนวนคือบทที่ว่า

                    ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว            ขำอุราน่าหัวเต้นยั่วอย่างฝัน
                    ดอกเอ๋ยเจ้าดอกทานตะวัน                      ละครคนละครขันประชันกันสนุกเอยฯ”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

พระสรรเพชญ (๓ มีนาคม ๒๕๕๖)

พระสรรเพชญ

          คำว่า สรรเพชญ มาจากภาษาสันสกฤตว่า สรฺวชฺ (อ่านว่า สัร-วะ -ชญะ) ตรงกับภาษาบาลีว่า สพฺพญฺญู แปลว่า ผู้รอบรู้ ผู้รู้ทุกสิ่ง. ในภาษาสันสกฤตใช้คำว่า สรฺวชฺ เป็นคำเรียกพระพุทธเจ้า พระศิวะ พระอรหันต์ในศาสนาเชน และเจ้าลัทธิอื่น ๆ ด้วย.  ในเรื่องของพระพุทธศาสนาคำว่า สรรเพชญ เป็นคำที่ใช้กับพระพุทธเจ้าเท่านั้น เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้มีสรรเพชญดาญาณ. แม้พระอรหันตสาวกผู้มีดวงประทีปแห่งปัญญามองเห็นความเกิดดับว่าเป็นเรื่องธรรมดาของโลก และสามารถขจัดกิเลสได้หมดสิ้นแล้วก็ตาม ก็ยังไม่บังเกิดภาวะสรรเพชญดาญาณ หรือความเป็นผู้รู้ทุกสิ่งได้ดังเช่นพระพุทธเจ้า. ดังนั้นจึงปรากฏอยู่เสมอที่พระอรหันต์ทูลขอให้พระองค์ทรงเล่ามูลเหตุของปรากฏการณ์ที่ตนไม่ทราบ หรือขอให้ทรงอภิปรายปรากฏการณ์ที่เกินกำลังความรู้ของตน. พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ไม่แตกต่างกันในเรื่องของความรู้ของตน แต่แตกต่างกันตรงที่พระพุทธเจ้าเป็นผู้เดียวในพระพุทธศาสนาที่มีสรรเพชญดาญาณ คือ ความรู้แห่งความเป็นผู้รู้ทุกสิ่ง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

พระพุทธ (๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)

พระพุทธ

          คำว่า พุทธ (อ่านว่า พุด) มาจาก พุทฺธ (อ่านว่า พุด-ทะ) แปลว่า รู้แล้ว ตื่นแล้ว. พระพุทธ คือ พระผู้รู้แล้ว พระผู้ตื่นแล้ว หมายถึงพระพุทธเจ้านั่นเอง. เมื่อใช้ในความหมายว่า ผู้รู้แล้ว ก็จะหมายความว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ตรัสรู้อริยสัจคือความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ เป็นความจริงแท้ทางโลกของธรรมชาติและของจักรวาล เป็นความจริงที่จะทำให้เข้าใจความเป็นไปของการเกิดการดับของสรรพสิ่ง และทำให้ผู้ตรัสรู้นั้นหลุดพ้นจากวงจรการเกิดการดับนี้ได้.

          ส่วนคำว่า พระพุทธ ในความหมายว่า ผู้ตื่นแล้ว นั้น หมายความว่า เป็นผู้ตื่นจากความลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจกิเลสตัณหา ตื่นจากความหลงใหลในความสุขทางโลกซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน. พระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ทรงรู้ความจริงดังกล่าวนั้นและทรงตื่นจากความลุ่มหลงทั้งปวง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หน้ากาก (๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๖)

หน้ากาก

          หน้ากากคือสิ่งที่ใช้ปิดบังใบหน้าเพื่ออำพราง อาจปกปิดบางส่วนเช่นรอบดวงตา อย่างหน้ากากรูปแว่นประดับกากเพชรสวยงามในงานแฟนซี หรือปิดบังทั้งใบหน้าโดยใช้รูปหน้าคนบ้างหรือหน้าสัตว์บ้าง

          การสวมหน้ากากเพื่ออำพรางเป็นที่มาของสำนวน สวมหน้ากาก หมายความว่าแสดงท่าทีหรือกิริยาอาการที่มิได้เกิดจากนิสัยใจจริง เช่น เวลาเข้าไปพบเจ้านาย ผู้ชายคนนั้นเป็นต้องสวมหน้ากากทำเป็นชื่นชอบ. หรือหมายความว่าแสดงกิริยาท่าทีลวงให้เข้าใจผิด เช่น ตลอดเวลาที่คบหากับเธอ เขาสวมหน้ากากเป็นคนมีชาติตระกูล มีฐานะร่ำรวย เธอจึงหลงเชื่อเขาจนไม่ฟังใคร

          สำนวน ถอดหน้ากาก หมายความว่าเปิดเผยตัวตนหรือสถานะที่แท้จริงซึ่งปกปิดอำพรางมาก่อน เช่น พอได้ตำแหน่งสมปรารถนาแล้ว เขาก็ถอดหน้ากากออก. ถ้าจะหมายความว่าทำให้คนใดคนหนึ่งเปิดเผยตัวตนหรือสถานะที่แท้จริงซึ่งปกปิดอำพรางมาก่อน จะใช้ว่ากระชากหน้ากาก เช่น เธอคอยดูนะ ฉันจะกระชากหน้ากากเจ้ามนุษย์จอมปลอมคนนี้ให้ทุกคนในที่ประชุมได้เห็นวันนี้ล่ะ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ทิพย์ (๒) (๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖)

ทิพย์ (๒)

          คำว่า ทิพย์ เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า เป็นของเทวดา  พระพุทธเจ้าได้ทรงเทศน์โปรดภิกษุทั้งหลายถึงเทวดาในชั้นดาวดึงส์ว่าประเสริฐกว่ามนุษย์ เนื่องจากมีทิพย์ ๓ ประการคือ

          ประการที่หนึ่งมี อายุทิพย์  หมายความว่ามีเวลาที่ดำรงชีวิตอยู่ในสวรรค์นานกว่ามนุษย์ กล่าวคือเวลา ๑๐๐ ปีมนุษย์เท่ากับ ๑ วันในสวรรค์ชั้นนี้

          ประการที่สอง มีวรรณะทิพย์ หมายถึงมีผิวพรรณเป็นทิพย์ ส่องประกายดุจมีแสงสว่างรอบกาย ดังเช่นที่พระพุทธเจ้าทรงเล่าให้พระอานนท์ฟังว่า คืนก่อนหน้านั้นมีเทวดาลงมาพบพระองค์ที่สวนเชตวัน ทำให้สวนเชตวันสว่างไสว

          และประการสุดท้าย มีสุขทิพย์ คือมีความสบายกายและสบายใจที่เป็นทิพย์ กล่าวคือ มีความอิ่มเอิบ เบิกบานด้วยธรรมที่ทำให้เป็นเทวดา

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

รถหรู (๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖)

รถหรู

          คำว่า หรู มีความหมายเหมือน หรูหรา หมายถึง สวยงาม อลังการเพราะมีการตกแต่งเป็นพิเศษมากกว่าธรรมดา เช่น เขาแต่งตัวหรูไปร่วมงานพระราชพิธี.  ห้องพักในโรงแรมห้าดาวหรูหรากว่าห้องพักในโรงแรมระดับรองลงมา.   คำว่า รถหรู  เป็นคำประสมหมายถึงรถยนต์นำเข้าที่มีราคาแพง มักมีรูปทรงเด่นเฉพาะที่ไม่เหมือนรถยนต์ธรรมดา   มีการผลิตจำนวนน้อย หรือผลิตตามสั่ง  เครื่องยนต์มีกำลังแรง รถหรูที่นำเข้าในประเทศไทยเสียภาษีนำเข้าประมาณร้อยละ ๓๐๐.  จะสังเกตได้ว่าคำว่า หรู ใน รถหรู มีนัยเกี่ยวกับความแพง  ความฟุ่มเฟือย มากกว่าความหมายเดิมว่า สวยงามอลังการ เช่น  รถหรูจัดเป็นของฟุ่มเฟือยเพราะใช้งานได้ไม่แตกต่างกับรถธรรมดาแต่ราคาแพงเหลือเชื่อ.  เขาเป็นข้าราชการเงินเดือนไม่ได้สูงมากแต่ขับรถหรู ทำให้น่าสงสัยว่าหาเงินมาอย่างไร.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.