ศาลรัฐธรรมนูญ (๒) (๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖)

ศาลรัฐธรรมนูญ (๒)

          ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรฝ่ายตุลาการซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐

          ศาลรัฐธรรมนูญมีภารกิจสำคัญคือการพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญโดยมีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ ซึ่งสรุปได้ดังนี้

          ประการแรก เพื่อรักษาดุลยภาพการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละองค์กรตามที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ

          ประการที่สอง เพื่อป้องกันการบัญญัติกฎหมายที่กระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน

          ประการที่สาม เพื่อคุ้มครองปกป้องรัฐธรรมนูญมิให้มีการบัญญัติกฎหมายที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

          ศาลรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ นี้ มีวิวัฒนาการรูปแบบ โครงสร้าง และอำนาจหน้าที่ของ “คณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญ” ซึ่งกำหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๘๙

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ไส้เดือนถูกขี้เถ้า (๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖)

ไส้เดือนถูกขี้เถ้า

          ไส้เดือนเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังหลายชนิด ที่รู้จักกันดีคือไส้เดือนดิน ลำตัวเป็นปล้อง ๆ สีน้ำตาล ยาวประมาณ ๓-๔ นิ้ว มักมีชุกชุมตามดินร่วนซุย หรือตามใต้กองขยะมูลฝอย

          เถ้าหรือขี้เถ้า คือส่วนที่เป็นผงละเอียดของสิ่งที่เหลือจากการเผาฟืนหรือเชื้อไฟอื่น ๆ เป็นต้น จนมอดแล้ว. ขี้เถ้า มีฤทธิ์เป็นด่าง เมื่อจับไส้เดือนลงไปคลุกขี้เถ้า ไส้เดือนจึงดิ้นทุรุนทุรายไปมา เพราะถูกด่างกัด  ทำให้มีสำนวนเปรียบคนที่ดิ้นพราด ๆ บิดตัวไปมาว่า เหมือนไส้เดือนถูกขี้เถ้า เช่น ลูกชายคนของเธอขัดใจอะไรนักหนาถึงลงไปนอนดิ้นเป็นไส้เดือนถูกขี้เถ้าอย่างนั้น ท่าเต้นของเขาอย่างกับไส้เดือนถูกขี้เถ้า ไม่รู้คนดูชอบได้อย่างไร. นอกจากนี้สำนวน ไส้เดือนถูกขี้เถ้า ยังใช้เปรียบกับคนที่แสดงอาการทุรนทุราย อยู่ไม่เป็นสุขว่าเพราะถูกรุมเร้าจนจนมุม เช่น พอถูกซักถามเรื่องพัวพันทุจริตของเขา  เขาก็ท่าทางร้อนรนราวกับไส้เดือนถูกขี้เถ้า

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า (๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๖)

ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า

          ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า  เป็นคำสอนที่ปรากฏในประวัตินางวิสาขามหาอุบาสิกา ตอนที่ธนัญชัยเศรษฐีผู้บิดาให้โอวาทแก่นางเมื่อกำลังจะแต่งงาน ว่า “ลูกเอ๋ย ธรรมดาว่าสตรีผู้จะอยู่ในสกุลบิดาของสามี ไฟในก็ไม่พึงนำออก ไฟนอกก็ไม่พึงนำเข้า  คำสอนนี้มีความหมายว่า อย่านำเรื่องราวที่ไม่ดีของคนในครอบครัวไปพูดให้คนภายนอกฟัง  และไม่นำเรื่องราวที่คนภายนอกพูดถึงคนในครอบครัวในแง่ไม่ดีมาเล่าให้คนในครอบครัวฟัง

          ในสุภาษิตพระร่วงมีบทสุภาษิตที่ใกล้เคียงกันบทหนึ่งว่า ภายในอย่านำออก ภายนอกอย่านำเข้า หมายความว่า ไม่ควรนำเรื่องภายในครอบครัวไปเล่าในคนภายนอกฟัง และไม่ควรนำเรื่องของคนภายนอกมาเล่าให้คนในครอบครัวฟัง  เพราะถ้าเป็นเรื่องไม่ดีก็จะนำไปสู่ความเดือดร้อนได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ศาลรัฐธรรมนูญ (๑) (๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖)

ศาลรัฐธรรมนูญ (๑)

          ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรฝ่ายตุลาการที่จัดตั้งขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ แทนคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่ยุบเลิกไป ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ  ไม่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาคดีทั่วไป คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเด็ดขาด และมีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่น ๆ ของรัฐ คดีสำคัญที่ตัดสินโดยศาลรัฐธรรมนูญ คือคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๙ 

          รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญ ๑ คนและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก ๘ คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา  การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญเป็นระบบไต่สวน ที่ศาลมีอำนาจไต่สวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้  ซึ่งแตกต่างจากวิธีพิจารณาที่ใช้ในคดีทั่วไปของศาลยุติธรรม 

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.