พริบตา-ลัดนิ้วมือ (๔ มิถุนายน ๒๕๕๖)

พริบตา-ลัดนิ้วมือ

          สำนวนที่ใช้เปรียบเทียบว่าเร็วมากมี ๒ สำนวนที่ใช้ในลักษณะใกล้เคียงกัน คือ สำนวนว่า ชั่วพริบตา หรือ ไม่ทันกระพริบตา กับสำนวนว่า ชั่วลัดนิ้วมือ

          ชั่วพริบตา หรือ ไม่ทันกระพริบตา หมายถึงเร็วมากฉับพลันทันใด โดยเปรียบกับการกระพริบตา ซึ่งใช้เวลาสั้นมากไม่ถึงเสี้ยววินาที

          ชั่วลัดนิ้วมือ หมายถึง เร็วมาก ทันทีทันใด โดยเปรียบกับอาการงอนิ้วมือเข้ามาแล้วดีดออกไป ซึ่งใช้เวลาสั้น ๆ

          ในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์  พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ใช้ทั้งสำนวน ลัดนิ้วมือเดียว และ ไม่พริบตา เมื่อกล่าวถึงตอนที่หนุมานพาท้าวมหาชมพูจากเมืองชมพูไปยังเขาคันธมาทน์ที่พระรามประทับอยู่ ดังนี้

                    รวดเร็วเพียงลมพานพัด                รีบรัดไปในเวหา
                    ลัดนิ้วมือเดียวไม่พริบตา           ถึงภูผาคันธมาทน์คีรี

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ล้วงกระเป๋า (๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๖)

ล้วงกระเป๋า

          คำว่า ล้วงกระเป๋า มีความหมายโดยตรง หมายถึง เอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง กระเป๋าถือเป็นต้น เพื่อหยิบเงินหรือสิ่งของออกมา เช่น พอเขาล้วงกระเป๋าจะหยิบเงินมาจ่าย ก็รู้ว่าลืมเอาเงินมา. การล้วงกระเป๋าอาจเป็นอิริยาบถหนึ่งจากความเคยชินก็ได้ เช่น เวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ ถ้ายืนเอามือล้วงกระเป๋าจะถือว่าเป็นการแสดงกิริยาไม่สุภาพ. อีกความหมายหนึ่ง ล้วงกระเป๋า หมายถึง ลักทรัพย์ในกระเป๋าของผู้อื่น เช่น ขณะที่เดินซื้อของอยู่ในตลาด เธอโดนผู้ชายคนนั้นล้วงกระเป๋าเอาเงินไปหมด. นักท่องเที่ยวได้รับคำเตือนให้ระวังเวลาเบียดเสียดกัน อาจจะถูกล้วงกระเป๋าได้

          คำว่า ล้วงกระเป๋า ใช้เป็นสำนวน หมายถึง ทำให้ผู้ใดผู้หนึ่งจ่ายเงินให้ เช่น สาวน้อยคนนี้ชอบใช้สายตาออดอ้อนล้วงกระเป๋าให้เขาจ่ายเงินซื้อของแพง ๆ ให้เสมอ. ไม่ต้องมาใช้สายตาล้วงกระเป๋า ผมไม่ยอมควักเงินซื้อนาฬิกาแพง ๆ อย่างนั้นให้คุณหรอก

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

กินล้างกินผลาญ-กินย่อยกินยับ (๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖)

กินล้างกินผลาญ-กินย่อยกินยับ

          ล้าง หมายถึงทำให้สิ้นไป เช่น สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกแล้วในปัจจุบันนี้. ผลาญ หมายถึง ทำลายให้หมดสิ้นไป เช่น พ่อตายไปไม่นาน เขาก็ผลาญสมบัติของตระกูลจนไม่มีเหลือ. ใช้เป็นคำซ้อนว่า ล้างผลาญ ก็มี เช่น เขาได้ชื่อว่าเป็นลูกที่ล้างผลาญทั้งสมบัติและชื่อเสียงของพ่อแม่จนหมดสิ้น

          เมื่อใช้ว่า กินล้างกินผลาญ จะเป็นคำตำหนิคนที่กินมากเกินไป กินอย่างไม่รู้จักประมาณฐานะของตน  เช่น เธอนี่งานการก็ไม่รู้จักทำ แถมกินล้างกินผลาญเสียอีก  พวกเธอสั่งแต่ของแพง ๆ มามากอย่างนี้ จะกินล้างกินผลาญกันหรือไง.  สำนวนที่มีความหมายคล้ายกับ กินล้างกินผลาญ คือ กินย่อยกินยับ หมายถึง กินมากจนย่อยยับ เช่น เธอเลี้ยงพวกเขาไว้เอาบุญเถิด เด็ก ๆ ทั้งนั้นไม่ถึงกับกินย่อยกินยับหรอก

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.